fbpx
เปิดประวัติ Porsche Panamera ยนตรกรรมสปอร์ตซาลูนสุดหรู ผู้บุกเบิกขุมพลังไฮบริด

เปิดประวัติ Porsche Panamera ยนตรกรรมสปอร์ตซาลูนสุดหรู ผู้บุกเบิกขุมพลังไฮบริด

ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี ที่ปอร์เช่ได้เผยโฉมรถยนต์เพื่อรองรับตลาดกลุ่มใหม่ นั่นคือ พานาเมร่า (Panamera) บริษัทผู้ผลิตจากประเทศเยอรมนี นำเสนอยานยนต์แกรน ทัวริสโม่สายพันธุ์แรกเมื่อเดือนเมษายน 2009 นี่คือยานพาหนะสุดหรูผสมผสานระหว่างสมรรถนะชั้นเลิศที่ผู้ขับขี่สามารถสัมผัสได้จากรถสปอร์ต หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับความหรูหราและเปี่ยมด้วยอรรถประโยชน์ของรถยนต์ซาลูน ในช่วงแรก ปอร์เช่วางแผน กำลังการผลิตไว้เพียง 20,000 คันต่อปี หลังจากนั้นเป็นต้นมา ความสำเร็จที่เหนือความคาดหมายส่งผลให้ Panamera มียอดส่งมอบที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องมากกว่า 235,000 คัน

รถต้นแบบ 4 ที่นั่งคันแรก พัฒนาขึ้นจากพื้นฐานของ Porsche 356
ประวัติความเป็นมาของรถสปอร์ต 4 ที่นั่งจากปอร์เช่ ย้อนกลับไปในภูมิหลังของบริษัทเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 70 ปี วิศวกรของปอร์เช่ได้เคยนำเสนอแนวคิดดังกล่าวในช่วงยุค 1950 โดยพวกเขาทำการพัฒนารถยนต์ 4 ที่นั่งอันแสนสะดวก สบาย ซึ่งมีพื้นฐานมาจาก Porsche 356 นั่นคือรถยนต์ที่มีชื่อว่า Type 530 ซึ่งได้รับการขยายความยาวฐานล้อ เพิ่มขนาดของประตู รวมทั้งยกระดับความสูงของหลังคาห้องโดยสารตอนหลัง ก่อให้เกิดวิวัฒนาการ อื่นๆ ที่ตามมาอีกมากมาย

อาทิ รถต้นแบบ 4 ประตูอันมีพื้นฐานมาจาก Porsche 911 ต่อมาในช่วงยุค 1980 ปอร์เช่ 928 ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น และ Ferry Porsche ได้เลือกใช้รถยนต์รุ่นนี้เป็นหนึ่งในรถส่วนตัวของเขา ในปี 1988 ความพยายามครั้ง ใหม่ของปอร์เช่เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาด้วย Type 989 รถสปอร์ต 4 ประตูคูเป้ที่มาพร้อมพื้นที่ตอนหลัง สำหรับผู้โดยสาร 2 ที่นั่งอย่างเต็มรูปแบบ ประจำการด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ V8 ติดตั้งใต้ฝากระโปรงหน้า ทั้งนี้งานออกแบบของรุ่น 989 ได้รับการถ่ายทอดมาถึง Porsche 911 ในรุ่นรหัสตัวถัง 993 ที่มีชื่อเสียงจนถึงปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับรถต้นแบบคันอื่นก่อนหน้า Porsche 989 ยังคงเป็นได้แค่เพียงรถยนต์ต้นแบบ ด้วยสาเหตุด้านเศรษฐกิจ การพัฒนาต่อยอดรถยนต์รุ่นดังกล่าวจึงถูกยุติลงในช่วงต้นปี 1992

Mirage, Meteor และ Phantom: เปิดไฟเขียวอนุมัติการผลิต Panamera
เริ่มต้นยุคมิลเลเนี่ยม ปอร์เช่ศึกษาทิศทางของตลาดรถยนต์และวิเคราะห์คู่แข่งอย่างจริงจัง ผลคือการตัดสินใจพัฒนา รถสปอร์ต 4 ประตูซาลูนทรง hatchback อีกครั้ง ก้าวย่างของการเจาะเข้าสู่ตลาดรถยนต์ระดับหรูไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เกินกว่าจะเพิกเฉยอีกต่อไป ดังนั้นแล้ว Wendelin Wiedeking ประธานกรรมการบริหารในขณะนั้น จึงวางกลยุทธ์ การพัฒนาเอาไว้โดยมุ่งเน้นที่ความโดดเด่นด้านสมรรถนะการขับขี่ชั้นเลิศ พื้นที่ภายในห้องโดยสารที่ตอบโจทย์การใช้งาน และเอกลักษณ์งานออกแบบอันเป็นบุคลิกเฉพาะตัวของปอร์เช่

Michael Mauer รองประธานผู้ดูแลส่วนงาน Style Porsche กล่าวเสริมไว้ว่า: “เราต้องการสร้างสรรค์รถสปอร์ต 4 ประตูที่มีแนวหลังคาสุดโฉบเฉี่ยว และมีประตูบานท้าย ขนาดใหญ่สไตล์รถ hatchback” ในระหว่างขั้นตอนการออกแบบ คำจำกัดความแนวคิด 3 รูปแบบได้ถูกนำมาคัดเลือก เพื่อใช้เป็นแนวทางหลักในการปฎิบัติงาน ประกอบด้วยคำว่า “Mi-rage” “Meteor” และ “Phantom” เพื่อให้ รถยนต์ที่ถูกผลิตขึ้นจริงนั้น ถือกำเนิดด้วยความลงตัวแต่ยังรักษาไว้ซึ่งความกร้าวแกร่งและดุดัน ในท้ายที่สุดข้อดีของ แนวคิดทั้ง 3 ประการได้ถูกนำมาใช้อย่างสมบูรณ์แบบ ตามมาด้วยการขนานนามใหม่ที่ได้รับเลือกเป็นชื่อรุ่น: Panamera โดยมีแรงบันดาลใจจากการแข่งขันระยะยาวสุดหฤโหด ซึ่งจัดขึ้นในประเทศเม็กซิโก “Carrera Panamericana”

การเปิดตัวสุดอลังการกลางเมืองเซี่ยงไฮ้
Panamera ได้รับการเผยโฉมอย่างเป็นทางการครั้งแรกต่อหน้าสาธารณชนทั่วโลก เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2009 ซึ่งจัดขึ้นบนชั้นที่ 94 ของตึกระฟ้า World Financial Center กลางเมืองเซี่ยงไฮ้ Panamera ถูกส่งไปยังสถานที่จัดงานด้วยลิฟท์ภายในอาคาร ที่ถูกออกแบบขึ้นโดยเฉพาะเพื่อขนส่ง เจ้าหน้าที่ กว่า 60 ชีวิตต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหลายชั่วโมง และสามารถเดินทางได้ด้วยความสูงถึง 400 เมตร ภายในระยะเวลาเพียง หนึ่งนาทีเท่านั้น

Porsche Panamera คันแรก หรือที่รู้จักด้วยรหัสเรียกขานภายในองค์กรว่า G1 ได้รับการพัฒนาให้เหนือล้ำกว่าคู่แข่ง โดยมีแนวคิดหลักที่ผสมผสานระหว่างความสปอร์ต ความสะดวกสบาย และเทคโนโลยี นับเป็นครั้งแรกสำหรับการติดตั้งระบบ start-stop ในรถยนต์ระดับหรู จากสายการผลิตปกติ นอกจากนี้ ในรุ่นเรือธง Porsche Turbo ยังได้รับการติดตั้งระบบช่วงล่างแบบถุงลม หรือ air suspension ซึ่งสามารถปรับระดับปริมาตรอากาศภายในได้ตามความต้องการเป็นครั้งแรกของโลก เช่นเดียวกับสปอยเลอร์หลังที่ สามารถปรับระดับได้ ยิ่งไปกว่านั้น ยนตรกรรม Grand Turismo สุดหรูจากปอร์เช่ยังเป็นผู้กำหนด บรรทัดฐานใหม่ให้แก่รถยนต์รุ่นอื่นๆ ที่กำลังจะตามมา ด้วยหน้าจอแสดงผลรูปแบบใหม่และแนวคิดในการควบคุม ฟังก์ชันการทำงานผ่านหน้าจอ

Porsche Panamera รองรับความต้องการอันหลากหลายของผู้ใช้งานด้วยระดับของขุมพลัง เครื่องยนต์ที่มีให้เลือกมากมาย ครอบคลุมสมรรถนะตั้งแต่ระดับเริ่มต้น 250 แรงม้า ถึงสูงสุดที่ 550 แรงม้า ทั้งรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน เครื่องยนต์ดีเซล และระบบขับเคลื่อนแบบไฮบริด ผสานระบบขับเคลื่อนทั้งแบบ 2 ล้อหลังและ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ all-wheel drive ในช่วงแรกของการเปิดตัว เริ่มต้นด้วยเครื่องยนต์ V6 และ V8 ไร้ระบบอัดอากาศ โดยสามารถเลือกใช้ระบบส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 6 สปีด หรือตามความนิยมของลูกค้าส่วนใหญ่ที่เลือกใช้เกียร์อัตโนมัติอัจฉริยะ คลัทช์คู่ 7 สปีด Porsche dual clutch transmission PDK สำหรับรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล และระบบขับเคลื่อนไฮบริด ที่ตามมาภายหลัง ได้รับการติดตั้งเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด

รุ่นใหม่ล่าสุด: เจเนอเรชั่นที่ 2 เปิดตัวในปี 2016
กระบวนการพัฒนาปอร์เช่ Panamera เจเนอเรชันที่ 2 (G2) เกิดขึ้นจากวัตถุประสงค์ที่หลากหลาย ยิ่งขึ้นกว่าเดิม สิ่งที่ถูกเพิ่มเติมเข้ามาเป็นมาตรฐานใหม่ของยนตรกรรมสปอร์ตซาลูนแกรนทัวริ่งจากรุ่นปกติและรุ่นฐานล้อ ยาว คือสไตล์ตัวถังที่ 3 ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่บนพื้นฐานเดียวกัน: Panamera Sport Turismo เปิดตัวในปี 2017 ด้วยงานออกแบบภายนอกที่เฉียบคม และแนวคิดในการออกแบบตัวถังที่เน้นรองรับความอเนกประสงค์ บนรถยนต์ระดับหรู ทิศทางการพัฒนาด้วย “Concept Sport Turismo” ถูกนำเสนอเป็นครั้งแรกในงานแสดง มหกรรมยานยนต์ Paris Motor Show เมื่อปี 2012 และได้รับการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมอีกมากมายหลังจากนั้น เพื่อให้ Porsche Panamera เจเนอเรชั่นที่ 2 ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำเมื่อเปรียบเทียบกับรถในระดับเดียวกัน ทันทีที่เปิดตัวครั้งแรกของโลกในวันที่ 28 มิถุนายน 2016

ขุมพลังไฮบริดพร้อม boost strategy ที่ให้สมรรถนะเทียบเคียงซูเปอร์คาร์
 ปอร์เช่กำหนดบรรทัดฐานและเป้าหมายหลักในการพัฒนายานพาหนะพลังงานไฟฟ้าโดยอาศัย Panamera เป็นจุดเริ่มต้นในปี 2011 ด้วยการติดตั้งระบบ full hybrid แบบคู่ขนาน เป็นครั้งแรกของโลกในรถยนต์ซาลูนระดับหรู Panamera S Hybrid คือหนึ่งในรถยนต์ที่ให้ความประหยัดเชื้อเพลิงดีเยี่ยมที่สุดของปอร์เช่ แม้ว่าจะมีพละกำลังสูงสุดถึง 380 แรงม้าก็ตาม หลังจากนั้นสองปี Panamera S E-Hybrid จึงได้ถือกำเนิดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในฐานะสปอร์ตซีดานขุมพลัง plug-in hybrid คันแรกของโลก ให้พละกำลังสูงสุดกว่า 416 แรงม้า พร้อมพิสัยการเดินทางด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวสูงสุดถึง 36 กิโลเมตรสำหรับเจเนอเรชันล่าสุด ของ Panamera ปอร์เช่ได้บรรจุแหล่งกำเนิดพลังขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าสมรรถนะสูงหลากหลายระดับความแรง เอาไว้อย่างครบถ้วนในทุกรุ่น: ระบบ boost strategy ซึ่งได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากยนตรกรรมซูเปอร์สปอต์ 918 Spyder เสริมประสิทธิภาพการทำงานให้รถแกรนทัวริ่งสามารถกระทบไหล่กับสปอร์ตพันธุ์แท้ได้อย่างลงตัว แต่ยังคงมีสิ่งที่เหนือกว่านั่นคืออัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงที่ประหยัดอย่างน่าอัศจรรย์ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ 462 แรงม้าใน Panamera 4 E-Hybrid และ รุ่นเรือธง Panamera Turbo S E-Hybrid ที่ให้พละกำลังสูงสุดถึง 680 แรงม้า

“ด้วยศักยภาพอันล้ำเลิศของ Panamera G2 ไม่น่าแปลกใจเลยที่เราจะสามารถยกเอาสมรรถนะสุดยอดเยี่ยม ของระบบขับเคลื่อนไฮบริด จาก 918 Spyder มาบรรจุลงในรถยนต์หรูได้อย่างเหมาะสมลงตัว” ข้างต้นคือคำกล่าวของ Gernot Doellner รองประธานกรรมการส่วนงานสายการผลิต ผู้รับหน้าที่ดูแลการผลิต Panamera ตั้งแต่ปี 2011 จนถึง 2018 ปัจจุบันรับผิดชอบส่วนงาน product concept development ให้แก่ปอร์เช่ กลยุทธ์การทำงานดังกล่าวได้ผ่านการพิสูจน์ด้วยเสียงตอบรับจากกลุ่มลูกค้า: ในปี 2018 ที่ผ่านมา กว่า 67 เปอร์เซ็นต์ของ Porsche Panamera ที่ถูกส่งมอบถึงมือผู้หลงใหลความแรงในทวีปยุโรป ล้วนแล้วแต่เป็นรุ่นที่ได้รับการติดตั้ง ระบบขับเคลื่อนแบบไฮบริด ทั้งสิ้น

บทความที่น่าสนใจ

สุดยอดแรร์ไอเท็มจาก Hennessey อย่าง VelociRaptor 6×6 มีเพียง 50 คันบนโลก ถูกประกาศขายบน eBay

iceparpanchai

ชมความงาม Lamborghini Urus ที่สวยขึ้นอีกขั้นด้วยล้อขอบ 24 นิ้วจาก Forgiato

Peng

จัดว่าสุดหาก i8 จะมีขุมพลัง V8 แบบซุปเปอร์คารทั่วไป เช่นคันนี้

iceparpanchai