fbpx

วิธีตรวจเช็ก “ไดชาร์จ” หรือ “แบตเตอรี” เสียกันแน่!!!

หากพูดถึงการทำงานของระบบไฟฟ้ารถยนต์ หลายๆ คนอาจยังเข้าใจผิดอยู่ โดยทั่วไปแล้ว “ไดชาร์จ” มักจะถูกเข้าใจผิดว่ามีหน้าที่หลักคือชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่เท่านั้น แต่สำหรับในความเป็นจริงแล้วเมื่อเครื่องยนต์ทำงาน อุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมดในรถยนต์จะใช้ไฟจากไดชาร์จเป็นหลัก

“ไดชาร์จ” หรือชื่อจริงคือ “อัลเทอร์เนเตอร์” (Alternator) แปลว่า เครื่องปั่นไฟ เป็นอุปกรณ์ซึ่งทำหน้าที่เป็นผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้ในรถยนต์ โดยใช้กำลังเครื่องยนต์หมุนผ่านสายพาน มีคุณสมบัติในการผลิตพลังงานไฟฟ้าออกมาได้ดีในรอบเครื่องยนต์ต่ำ ซึ่งเหมาะกับรถที่วิ่งอยู่ในเมืองเป็นอย่างดี

ทั้งนี้มักถูกเข้าใจผิดว่าหน้าที่หลักคือชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่เท่านั้น แต่ความเป็นจริงนั้นหน้าที่หลักของไดชาร์จ มีมากกว่านั้น คือเมื่อเครื่องยนต์ทำงาน อุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมดในรถยนต์จะใช้ไฟจากไดชาร์จเป็นหลัก แต่ที่สามารถชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่ได้ด้วย เพราะแรงดันไฟฟ้าที่ออกมาจากตัวไดชาร์จมีค่าสูงกว่าที่แบตเตอรี่มีอยู่ จึงทำให้เกิดการไหลของแรงดันไฟฟ้าที่สูงกว่าไปยังแบตเตอรี่ ที่มีแรงดันไฟฟ้าไฟต่ำกว่า

แต่ถ้าหากไดชาร์จเสีย อุปกรณ์ไฟฟ้าภายในรถต้องใช้ไฟจากแบตเตอรี่เพียงลำพังโดยไม่มีการชาร์จไฟเข้า ส่งผลให้แบตเตอรี่จะค่อยๆ มีไฟอ่อนลงเรื่อยๆ จนไม่เหลือพอสำหรับจ่ายในระบบและในที่สุดเครื่องยนต์ก็จะดับลง

อย่างไรก็ตาม หากไดชาร์จเสียหรือชาร์จไม่พอ จะมีไฟเตือนเป็นรูปแบตเตอรี่โชว์บนหน้าปัด ดังนั้นหากเมื่อใดรถของท่านมีไฟโชว์ดังกล่าวเกิดขึ้น ให้พยายามลดการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าภายในรถให้เหลือน้อยที่สุด เพื่อให้เหลือไฟพอเลี้ยงระบบสำคัญต่างๆ ให้เครื่องยนต์ทำงานต่อไปได้ พร้อมกับรีบนำรถเข้าตรวจเช็คที่ศูนย์บริการ

แต่ถ้าคุณอยากตรวจสอบตรวจเช็กสภาพไดชาร์จ เพราะเริ่มมีอาการแปลกๆ เริ่มสตาร์ทติดยาก ทั้งๆ ที่แบตเตอรี่ก็เพิ่งเปลี่ยนมาใหม่ วิธีตรวจสอบไดชาร์จด้วยตัวเอง สามารถทำได้โดยการสตาร์ทเครื่องยนต์ ติดเครื่องเอาไว้ที่รอบเครื่องเดินเบา เปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าในรถยนต์ ทั้งหมด อาทิ แอร์ วิทยุ ไฟหน้ารถ ไฟตัดหมอก จากนั้นใช้ ?มัลติมิเตอร์? ปรับโหมดย่านการวัดไปที่ แรงดันไฟฟ้ากระแสตรง จากนั้นใช้ ปลายสายมัลติมิเตอร์ สีแดงต่อเข้ากับขั้วบวกแบตเตอรี่ ปลายสายสีดำต่อเข้าขั้วลบของแบตเตอรี่ โดยปกติที่รอบเดินเบาแรงดันไฟฟ้าที่ไดชาร์จ ขณะเปิดโหลดจะอยู่ที่ 13.6 – 14.8 โวล์ท หากน้อยกว่า 13.2 โวล์ท แต่ยังไม่ถึงขั้นที่ไฟเตือนรูปแบตเตอรี่จะโชว์หรือโชว์เป็นครั้งคราวนาน ๆ ครั้ง จะส่งผลเสียให้แบตเตอรี่ ให้มีอายุสั้นลง ในทางตรงกันข้าม หากค่าแรงดันสูงมากเกินไปถึง 16 โวล์ท จะทำให้ระบบไฟในรถมีปัญหาโดยเฉพาะวงจรภายใน ECU อาจไหม้ หรือเสียหายได้

แต่สำหรับท่านที่ไม่มี “มัลติมิเตอร์” ไม่ต้องวิตกกังวลไป เราจะใช้วิธีแบบบ้านๆ แต่ได้ผลเช่นกัน โดยการสตาร์ทเครื่องยนต์ ติดเครื่องเอาไว้ที่รอบเครื่องเดินเบา เปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าในรถยนต์ ทั้งหมด อาทิ แอร์ วิทยุ ไฟหน้ารถ ไฟตัดหมอก จากนั้นเปิดฝากระโปรงรถใช้ประแจขันน็อตถอดขั้วแบตเตอรี่ขั้วลบออก หากเครื่องยนต์ไม่ดับ แสดงว่าไดชาร์จยังทำงานอยู่ แต่ถ้าถอดปุ๊บดับปั๊บ ไดชาร์จมีปัญหาแน่นอน แต่การใช้วิธีดังกล่าวนี้ไม่สามารถบอกได้ว่า แรงดันไฟฟ้าจากไดชาร์จ มีค่าน้อยหรือมากไปเท่านั้นเอง

หากคุณพบปัญหาเกี่ยวกับรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นไดชาร์จ หรือส่วนไหนก็ตาม คุณควรที่จะรีบนำรถไปเข้าอู่หรือศูนย์บริการ เพื่อดำเนินการแก้ไขโดยทันที เพราะหากปล่อยทิ้งไว้นาน ปัญหาเล็กๆ ที่คุณไม่สนใจมันอาจเป็นปัญหาลุกลามไปส่วนอื่นๆ จนกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้


 

บทความที่น่าสนใจ

SVOLT สำเร็จการพัฒนาต้นแบบแบตเตอรี่โซลิดสเตต ช่วยขับเคลื่อนรถ EV ได้ไกลขึ้นถึง 1,000 กม.

Peng

ไส้กรองน้ำมันเครื่อง “ของแท้” กับ “ของเทียม” มีผลต่อเครื่องยนต์ อย่างไรกันแน่.?

idiot

Pirelli พัฒนายางฉลาดล้ำ ฝังเซนเซอร์บอกข้อมูลสภาพถนนผ่านเครือข่าย 5G

idiot

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More

Privacy & Cookies Policy