รถ EV รักโลก มากกว่ารถสันดาป จริงหรือไม่?

ในปัจจุบัน หลาย ๆ ประเทศมีการรณรงค์ ให้ผู้คนในประเทศเปลี่ยนจากการใช้รถยนต์รถสันดาป ให้เปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) เนื่องจากถูกมองว่าเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยลดปัญหามลพิษทางอากาศและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้า “ไม่มีการปล่อยมลพิษในระหว่างการขับขี่” จึงดูเหมือนว่า รถยนต์ไฟฟ้าจะเป็นทางออกที่ดีกว่ารถสันดาปอย่างชัดเจน

แต่อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างย่อมีข้อดีและข้อเสียเสมอ เนื่องจากเมื่อไม่นานมานี้ มี Youtubeber และแข่งรถชื่อดัง ได้ออกมาพูดถึงประเด็นที่ว่า รถยนต์ไฟฟ้า “อาจจะใช่รถยนต์พลังงานสะอาดที่แท้จริง” เนื่องจากในขั้นตอนการผลิต โดยเฉพาะการผลิต แบตเตอรี่ มีการปล่อยของเสียและมลพิษสู่โลกที่มากกว่ารถยนต์สันดาปอย่างมีนัยสำคัญ ในบทความนี้ จะพาทุกท่านไปเจาะลึกว่า จริง ๆ แล้วรถยนต์ไฟฟ้าจะเป็นตัวช่วยที่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษ ได้จริงหรือไม่

ข้อได้เปรียบของรถยนต์ไฟฟ้า

หนึ่งในข้อได้เปรียบหลักของรถยนต์ไฟฟ้า คือไม่มีการปล่อยมลพิษโดยตรงจากไอเสียขณะที่รถกำลังขับขี่ นี่เป็นประโยชน์อย่างมากในเมืองใหญ่ ๆ ที่มีปัญหาสุขภาพจากมลพิษทางอากาศ เนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้าใช้พลังงานจากแบตเตอรี่และไม่มีการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล นอกจากนี้ รถยนต์ไฟฟ้ายังมีสมรรถนะที่ดีกว่าเนื่องจากการตอบสนองของมอเตอร์ไฟฟ้าที่สามารถให้พลังงานได้ทันที และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและการบำรุงรักษาที่ต่ำกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับรถยนต์สันดาป

ผลกระทบจากการผลิตแบตเตอรี่

แม้ว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะไม่มีการปล่อยมลพิษขณะใช้งาน แต่กระบวนการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า จำเป็นต้องใช้แร่ธาตุต่างๆ เช่น ลิเทียม, โคบอลต์, และนิกเกิล การสกัดและแปรรูปแร่เหล่านี้ ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในหลายรูปแบบ เช่น การใช้น้ำอย่างมหาสารในการผลิต, และการปล่อยสารพิษในกระบวนการผลิตสู่ธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม, ความพยายามในการทำให้กระบวนการเหล่านี้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นกำลังถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

งานวิจัยของ Volvo ชี้ รถยนต์ไฟฟ้า รักโลก มากกว่ารถสันดาป

ตามการศึกษาล่าสุดจาก Volvo ที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ไฟฟ้ารุ่น EX90 พบว่ารถยนต์ไฟฟ้ามี “carbon footprint” หรือรอยเท้าคาร์บอนที่ต่ำกว่ารถสันดาปอย่างมีนัยสำคัญในช่วงอายุการใช้งานทั้งหมด แม้ว่าในช่วงการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจะมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงกว่ากระบวนการผลิตรถยนต์สันดาปอย่างชัดเจน แต่การที่รถยนต์ไฟฟ้าไม่มีการปล่อยมลพิษขณะใช้งานเลย ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าเป็นทางเลือกที่ดีกว่าในระยะยาว

กราฟด้านบน แสดงถึงการปล่อย Carbon footprint ในช่วงของการผลิต โดยจะเห็นได้ว่ารถยนต์ไฟฟ้า (EX90) นั้น มีการปล่อย Carbon footprint มากที่สุด ตามมาด้วยรถ Plug in Hybrid (XC90 PHEV) และ Mild Hybrid ตามลำดับ

กราฟนี้ แสดงถึงการปล่อย Carbon footprint ตั้งแต่กระบวนการผลิต ไปจนถึงการใช้งานรถยนต์ทั้ง 3 รูปแบบ ในระยะทาง 200,000 กิโลเมตร จะพบว่า รถยนต์ไฟฟ้ามีการปล่อย Carbon footprint ในช่วงการผลิตที่มากกว่าอย่างเห็นได้ชัด (สีครีม, สีเนื้อ และสีน้ำตาลอ่อน) แต่พอมาถึงช่วงการใช้งาน (สีน้ำตามเข้ม) จะพบว่ารถยนต์ไฟฟ้ามีการปล่อย Carbon footprint ที่น้อยกว่ารถยนต์ PHEV และ MHEV อย่างชัดเจน

 

การพัฒนาเทคโนโลยีและมาตรฐานใหม่ๆ

การพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ในการผลิตแบตเตอรี่และการสกัดแร่ที่ยั่งยืนกำลังได้รับการสนับสนุนมากขึ้น มีการวิจัยและพัฒนาในการลดการใช้น้ำและการปล่อยมลพิษในกระบวนการผลิตแบตเตอรี่ นอกจากนี้ การรีไซเคิลแบตเตอรี่และการใช้แร่ธาตุที่สกัดได้จากแหล่งที่ยั่งยืนก็กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการวิจัยและพัฒนาการเลือกใช้วัสดุอื่น ๆ ในการนำมาใช้ผลิตแบตเตอรี่ เช่น แบตเตอรี่เกลือ ที่ใช้เกลือในการสร้างเซลแบตเตอรี่แทนที่แร่ลิเทียม

การประเมินว่ารถยนต์ไฟฟ้าปล่อยมลพิษน้อยกว่ารถสันดาปจริงหรือไม่ต้องพิจารณาหลายแง่มุม ไม่เพียงแต่การปล่อยมลพิษขณะใช้งานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการผลิตและการดำเนินชีวิตของผลิตภัณฑ์ อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาในแง่ระยะยาว รถยนต์ไฟฟ้ามีศักยภาพในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่ารถยนต์สันดาป โดยเฉพาะเมื่อมีการพัฒนาเทคโนโลยีและกระบวนการผลิตที่ยั่งยืนมากขึ้น การเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าจึงเป็นหนึ่งในวิธีที่จะช่วยลดผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศและส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บทความที่น่าสนใจ

All NEW Honda BR-V ประกาศราคาจำหน่ายในไทย เริ่มต้น 915,000 บาท

idiot

Mitsubishi Pajero Sport รุ่นปรับโฉม ถูกจับภาพได้ขณะวิ่งทดสอบท่ามกลางหิมะที่สวีเดน

idiot

Geely Panda Mini EV Go Kart Edition EV ขนาดเล็กรุ่นพิเศษของจีน

idiot

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More

Privacy & Cookies Policy