fbpx
Mazda CX-5

New Mazda CX-5 เปิดตัวในไทย 3 เครื่องยนต์ 4 รุ่นย่อย พร้อมปรับราคาใหม่เริ่ม 1.32 ล้านบาท

มาสด้า ประเทศไทย บุกตลาดรถเอสยูวีช่วงท้ายปีเปิดตัว New Mazda CX-5 กับแนวคิดใหม่ “พลังความสุข ที่เร้าใจทุกเส้นทาง” มีให้เลือกทั้งหมด 4 รุ่นย่อย และ 3 ขุมพลังเครื่องยนต์ พร้อมปรับราคาใหม่เริ่มต้นเพียง 1.32 ล้านบาท

CX-5 ใหม่ มีเครื่องยนต์ให้ลูกค้าได้เลือกตามความต้องการถึง 3 เครื่องยนต์ ได้แก่ เครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซินขนาด 2.0 ลิตร เครื่องยนต์สกายแอคทีฟคลีนดีเซลขนาด 2.2 ลิตร และเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน ขนาด 2.5 เทอร์โบ โดยมีให้ลูกค้าเลือกทั้งหมด 4 รุ่นย่อย ประกอบด้วยรุ่น 2.0 S, 2.0 SP, 2.2 XDL และ 2.5 Turbo SP

ในรุ่นเริ่มต้น 2.0 S เพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีเพื่ออำนวยความสะดวกสบายและความปลอดภัยครบครัน อาทิ ระบบเบรกมือไฟฟ้าระบบ Auto Hold ไฟหน้าโปรเจคเตอร์แบบ LED เปิด-ปิด และปรับระดับสูง-ต่ำ แบบอัตโนมัติ ไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่เวลากลางวัน Daytime Running Light และไฟท้ายแบบ LED Signature เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า พร้อมระบบปรับเบาะดันหลังไฟฟ้า มาตรวัดความเร็วแบบอนาล็อค พร้อมจอแสดงข้อมูลการขับขี่ กระจกมองหลังปรับลดแสงอัตโนมัติ ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติแบบ Dual Zone พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ช่อง USB สำหรับชาร์จไฟด้านหน้า 2 ช่อง และด้านหลังอีก 2 ช่อง หน้าจอสี Center Display แบบทัชสกรีนขนาด 8 นิ้ว ประตูท้ายเปิด-ปิด ด้วยระบบไฟฟ้า ระบบควบคุมความเร็วคงที่ (Cruise Control) ระบบปรับองศาไฟหน้าตามการเลี้ยวของรถ AFS และถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง พร้อมล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว

รุ่น 2.0 SP เสริมสร้างภาพลักษณ์ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ด้วยล้ออัลลอย ขนาด 19 นิ้ว, หลังคาซันรูฟแบบไฟฟ้า มาตรวัดความเร็วแบบดิจิตอล พร้อมจอแสดงผลแบบสีขนาด 7 นิ้ว ระบบบันทึกตำแหน่งสำหรับเบาะนั่งคนขับ เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า มอบสุนทรียภาพตลอดการเดินทางด้วยระบบเสียง Bose® รอบทิศทาง พร้อมลำโพง 10 ตำแหน่ง ระบบแสดงภาพ 360 ̊ รอบทิศทาง และเทคโนโลยีความปลอดภัยสุดล้ำ i-Activsense ครบครัน อาทิ ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง RCTA ระบบควบคุมความเร็วรถอัตโนมัติ MRCC ระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติ SBS (เพิ่มเติมจากรุ่น 2.0 S)

โดยทั้งรุ่น 2.0 S และ 2.0 SP ทรงพลังด้วยเครื่องยนต์เบนซิน SKYACTIV-G 2.0 ลิตร ให้พละกำลังสูงสุด 165 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 210 นิวตันเมตร จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด SKYACTIV-Drive พร้อมระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบอิเล็กทรอนิกไดเร็คอินเจ็คชั่น รองรับน้ำมันเชื้อเพลิง E85 และประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงสูงถึง 13.9 กิโลเมตรต่อลิตร

ส่วนรุ่น XDL ติดตั้งเครื่องยนต์คลีนดีเซล SKYACTIV-D 2.2 ลิตร มาพร้อมระบบเทอร์โบแปรผัน 2 ขั้น ที่สามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำยิ่งกว่าเดิมในทุกรอบความเร็ว ทั้งแรงและประหยัด ให้กำลังถึง 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติ i-ACTIV AWD รวมถึงระบบวาล์วไอเสียแปรผันอัจฉริยะ VVT สามารถประหยัดน้ำมันได้ถึง 16.1 กิโลเมตร/ลิตร และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

รุ่น 2.5T SP เครื่องยนต์เบนซิน SKYACTIV-G 2.5 ลิตร เทอร์โบ ให้พละกำลังสูงถึง 231 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 420 นิวตัน-เมตร พร้อมระบบเทอร์โบ แบบ Dynamic Pressure ระบบวาล์วแปรผันคู่อัจฉริยะ Dual S-VT ให้การตอบสนองที่รวดเร็วและแม่นยำ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติ i-ACTIV AWD เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด Skyactiv-Drive ที่มอบความสนุกในการขับขี่ได้อย่างแท้จริง

มาพร้อมล้ออัลลอยดีไซน์พิเศษขนาด 19 นิ้ว เบาะหนัง Nappa สีแดง Deep Red ตกแต่งด้วยด้ายสีน้ำตาลเข้ม วัสดุตกแต่งภายในห้องโดยสารแบบ Real Wood และสีเงินซาตินโครม เพิ่มความหรูหราด้วยวัสดุตกแต่งแผงควบคุมกระจกไฟฟ้าแบบสีดำเปียโน และสีเงินซาตินโครม รวมถึงวัสดุตกแต่งสวิตซ์ปรับเบาะ และที่เปิดกล่องเก็บของด้านหน้าแบบสีเงินซาตินโครม เพดานหลังคาสีดำ ระบบระบายอากาศสำหรับเบาะคู่หน้า Seat Ventilation ที่ช่วยระบายอากาศได้อย่างดีเยี่ยม กระจกมองหลังปรับลดแสงอัตโนมัติแบบไร้กรอบ ไฟอ่านแผนที่ ไฟห้องโดยสารและห้องเก็บสัมภาระแบบ LED ไฟสร้างบรรยากาศบริเวณคอนโซลกลางแบบ Down Light ไฟส่องสว่างบริเวณที่วางเท้าหน้า-หลัง ไฟส่องสว่างในกล่องเก็บของด้านหน้า (เพิ่มเติมจากรุ่น XDL)

เทคโนโลยีความปลอดภัยสุดล้ำ i-Activsense ที่มาพร้อมกับ NEW MAZDA CX-5

  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LAS (Lane-Keep Assist System)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อผู้ขับเหนื่อยล้าขณะขับขี่ DAA (Driver Attention Alert)
  • ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน LDWS (Lane Departure Warning System)
  • ระบบควบคุมความเร็วรถอัตโนมัติ MRCC (Mazda Radar Cruise Control)
  • ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)
  • ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ABSM (Advanced Blind Spot Monitoring)
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติ SBS (Smart Brake Support)
  • ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติ แบบ Advance หรือ Advance SCBS (Advanced Smart City Brake Support)
  • ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติขณะถอยหลัง SCBS-R (Smart City Brake Support-Reverse)
  • ระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ ALH (Adaptive LED Headlamps)

นอกจากนี้ ทุกรุ่นยังมาพร้อมกับ ไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่เวลากลางวันและไฟท้ายแบบ LED Signature ระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง GVC Plus กุญแจนิรภัย สัญญาณกันขโมย และระบบล็อกและปลดล็อกประตูอัตโนมัติ กล้องมองหลัง ระบบเซ็นเซอร์กะระยะด้านหน้า 4 จุด และด้านหลัง 4 จุด ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัย รวม 6 ตำแหน่ง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสารยิ่งขึ้น

ราคาจำหน่าย

  • รุ่น 2.0 S ราคา 1,320,000 บาท
  • รุ่น 2.0 SP ราคา 1,470,000 บาท
  • รุ่น 2.2 XDL ราคา 1,770,000 บาท
  • รุ่น 2.5 Turbo SP ราคา 1,830,000 บาท

สีภายนอกมีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ประกอบด้วย สีเทา แมชชีน เกรย์ (Machine Gray) สีแดง โซล เรด คริสตัล (Soul Red Crystal) สีน้ำเงิน ดีพ คริสตัล บลู (Deep Crystal Blue) สีดำ เจ็ท แบล็ก (Jet Black) สีขาว สโนว์เฟลก ไวท์ เพิร์ล (Snow Flake White Pearl) และ สีเงิน โซนิค ซิลเวอร์ (Sonic Silver)

บทความที่น่าสนใจ

Audi เผยต้องเผชิญกับความท้าทายที่หลากหลาย ในการผลิตรถซุปเปอร์คาร์ พลังงานไฟฟ้า ที่มีกำลังกว่า 760 แรงม้า

idiot

All-New 2019 Mazda3 ปล่อยทีเซอร์อีกครั้ง ก่อนเปิดตัวปลายเดือนนี้

Peng

อีก 3 ปี เตรียมพบกับสุดยอด Crossover ไฟฟ้าจาก Cadillac ชาร์จ 1 ครั้ง วิ่งได้ไกลเกือบถึงเชียงใหม่

idiot

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More

Privacy & Cookies Policy