เมื่อ “ออโต ซาลอน 2018” ขายรถใหม่ …. สะท้อนอะไรในอุตฯ รถยนต์

ไม่เหลือแล้วสำหรับงานโชว์รถยนต์ล้วนๆ เหมือนอย่างในต่างประเทศ ที่งานมอเตอร์โชว์ทั้งหลายจะเป็นการโชว์เทคโนโลยีรถยนต์รุ่นใหม่ เท่านั้น

ส่วนในประเทศไทยงานแสดงรถยนต์แท้ๆ มีเพียงงานเดียวคืองาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล ออโต ซาลอน” ซึ่งเป็นงานแสดงรถแต่งทั้งของไทย และของนอก มาแสดงให้แฟนๆ สายรถแต่งได้ ซี้ด…ซ้าด… กันอย่างถึงใจ

แต่ด้วยการที่มีแต่รถโชว์อย่างเดียวไม่มีการขายทำให้ไม่ได้รับการตอบรับจากค่ายรถยนต์เมืองไทยเท่าใดนัก เพราะค่ายรถยนต์ทั้งหลายมองว่า การทุ่มเงินเพื่อโชว์รถแต่งแต่เพียงอย่างเดียวนั้น ไม่คุ้มค่ากับเงินที่เสียไป ทำให้ค่ายรถยนต์ทั้งหลายต่างส่ายหน้ากับงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล ออโต ซาลอน” แม้ว่าทางผู้จัดงานจะเน้นความ SEXY ของบรรดาสาวๆ โชว์เกิร์ล ทั้งหลายรวมไปถึงกิจกรรม “ล้างรถ” ที่เรียกเสียงฮือฮา จากผู้ชมในทุกรอบการแสดง แต่กลับไม่ได้รับเสียงตอบรับจากค่ายรถเท่าใดนัก

ทำให้ที่ผ่านมา งานนี้ได้รับการสนับสนุนแบบ “เสียไม่ได้” เพราะเกรงใจกลุ่ม “สยามสปอร์ต” ที่มีหัวเรือใหญ่อย่าง “วิลักษณ์ โหลทอง” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คอร์โน แอนด์ แนช จำกัด และประธานการจัดงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล ออโต ซาลอน นั่งค้ำไว้ ซึ่งทางคุณวิลักษณ์ เองก็พยายามสร้าง “แม่เหล็ก” ให้กับงานอย่างเต็มที่

โดยแม่เหล็กที่ วิลักษณ์ นำมาใช้ นอกจากรถแต่งจากประเทศญี่ปุ่นแล้ว งานออโต ซาลอน นี้ก็ขายเรื่องความ sexy ของพริตตี้ในงานที่จะเน้นโชว์ “เนื้อหนังมังสา” โดยเฉพาะการโชว์ “ล้างรถ” โดยนางแบบชื่อดังที่กลายเป็นภาพข่าวของบรรดาสื่อหลักได้ทุกครั้ง ซึ่งเป็นธรรมดาว่างานรถแต่งจะต้องคู่กับสาวสวย

แต่การแสดงโชว์ล้างรถ ของงานออโต ซาลอน เมืองไทย ก็ยังไม่สามารถสร้างจุดขาย หรือสร้างยอดคนดูให้เข้ามาในงานได้มากอย่างที่ทางผู้จัดต้องการ เมื่อเป็นเช่นนั้นทำให้ วิลักษณ์ ตัดสินใจที่จะต้องเปลี่ยนคอนเซปต์ของงานจากงาน “โชว์รถ” มาเป็น “ขายรถ” พ่วงไปด้วย เพื่อต้องการสร้างจุดขายให้กับงานออโต ซาลอน รวมถึง ต้องการ “ดึงดูด” ให้ค่ายรถยนต์หันมาซื้อพื้นที่โชว์รถกับทางผู้จัดงานด้วย

วิลักษณ์ บอกว่า ปีนี้งาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล ออโต ซาลอน 2018” จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-8 กรกฎาคม ณ ชาเลนเจอร์ ฮอล์ 2 อิมแพค เมืองทองธานี โดยเป็นปีแรกที่ขยายรูปแบบการจัดงานเพิ่มโดยเปิดให้มีการจำหน่ายรถทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นปีแรก เป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคในกลุ่มลูกค้าเดิมที่มีไลฟ์สไตล์ชื่นชอบรถแต่ง อุปกรณ์ตกแต่ง ฯลฯ นอกจากนั้นยังเป็นการเพิ่มโอกาสผลักดันให้ผู้ประกอบการที่มาร่วมออกบูธ ได้มีช่องทางและโอกาสในการสร้างยอดขายให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกด้วย ซึ่งตอนนี้ได้ทำสัญญาจองพื้นที่แล้วกว่า 80%

“คณะผู้จัดงานเองได้เตรียมแคมเปญส่งเสริมการขายมากมาย ให้กับทั้งผู้เข้าร่วมงาน และผู้จองรถ โดยทุกโปรโมชั่นการขายจะส่งเสริมให้เกิดการซื้อรถยนต์และจักรยานยนต์ ภายในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล ออโต ซาลอน 2018 ซึ่งจะเป็นการคืนกำไรให้กับผู้บริโภคอย่างเต็มที่” วิลักษณ์ ยืนยัน และย้ำว่า ยังไม่ทิ้งคอนเซปต์ การจัดกิจกรรมสุดยอดการรวมตัวของ “คาร์คลับชื่อดังเมืองไทย”, “การแสดงชื่อดังจาก “เอโดะ วันเดอร์แลนด์” ประเทศญี่ปุ่น, เร้าใจไปกับมิติใหม่ของ “เซ็กซี่คาร์วอช” ฯลฯ รวมถึงกิจกรรมอื่นๆ

และในที่สุดงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล ออโต ซาลอน 2018” ก็จะกลายเป็นอีกหนึ่งงานมอเตอร์โชว์ของเมืองไทย ที่ค่ายรถต้องกุมขมับ ในการหางบประมาณมา “เข้าร่วม” งานเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งงาน หลังจากที่ทุกวันนี้ งานมอเตอร์โชว์เมืองไทย พาเหรดมากันเพียบ โดยในแต่ละปีมี 4 งาน คือ 2 งานหลักเจ้าประจำคือ บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ของค่ายกรังปรีช์ งานที่ 2 คือ งานมหกรรมยานยนต์ของค่าย ฟอร์มูล่า

และมาระยะหลัง เกิดมอเตอร์โชว์ เพิ่มขึ้นอีก 2 งานคือ งาน Fast Auto Show ของค่าย วีเอ แอนด์ ซัน ที่มีกูรูวงการรถยนต์อย่าง พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ เป็นหัวเรือใหญ่ และงานมอเตอร์โชว์ อย่างงาน Big มอเตอร์เซลส์ ของกลุ่มยานยนต์ ที่ประกาศตัวชัดเจนว่า เป็นงานขายรถประจำปี

สุดท้าย ก็มีงานที่ 5 เกิดขึ้นจนได้คืองาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล ออโต ซาลอน 2018” ของกลุ่มสยาม สปอร์ต เรียกว่าเมืองไทย 12 เดือนมีงานมอเตอร์โชว์ 5 งาน เฉลี่ย 2 เดือนครึ่งมี 1 งานแล้ว

เชื่อว่าคนที่ปวดหัวที่สุดน่าจะเป็น “ค่ายรถ” ที่ไม่รู้ว่าแบ่งงบประมาณมาออกบูธ ในแต่บละงานมอเตอร์โชว์กันได้แค่ไหน อย่างที่รู้ๆ งบประมาณส่วนใหญ่ถูกวางใน 2 งานหลัก ที่จัดช่วงต้นปี กับ ท้ายปี เป็นประจำมานานกว่า 20 ปีแล้วถือเป็นงานมอเตอร์โชว์คู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยไปแล้ว

ขณะที่งานมอเตอร์โชว์ น้องใหม่ ทั้งหลายนั้นต่างผุดขึ้นมา เพื่อดูดรายได้จากค่าเช่าที่ในการจัดงานที่ว่ากันว่าค่าเช่าที่ของน้องใหม่นี้ราคาเป็นเหมือน “ทองคำ” เรียกว่าเป็นการ “สร้างตัว” กันของผู้จัดงานมอเตอร์โชว์หน้าใหม่เลยก็ว่าได้ เพราะหากค่ายรถไ่ม่เข้าร่วม หรือเข้าร่วมด้วยงบประมาณที่ “น้อย” ก็จะถูกกดดันต่างๆ นาๆ จะปฏิเสธก็น้ำท่วมปาก สนับสนุนน้อยก็ไม่ได้

จะว่าไป แม้หลายคนอาจมองว่า การมีงานมอเตอร์โชว์หลายๆครั้ง จะทำให้ผู้บริโภคได้ประโยชน์ เพราะค่ายรถต้องมีแคมเปญมากระตุ้นให้เกิดการขาย แต่หากมองอีกมุมจะพบว่า การมีงานมอเตอร์โชว์มากขึ้น ก็ทำให้ค่ายรถมีต้นทุนที่ต้องลงทุนไปกับการ “เข้าร่วม” งานแต่ละงานไม่น้อย ก็หมายความว่างบประมาณที่ค่ายรถจะเอามาใส่เป็นแคมเปญกับผู้บริโภค ก็น้อยลงเป็นเงาตามตัวไปด้วย

เมื่อเป็นเช่นนั้น ก็ไม่แน่เสมอไปที่การมีงานมอเตอร์โชว์มากครั้งขึ้นแล้ว ผู้บริโภคจะได้ประโยชน์ แต่ที่แน่ๆ ผู้จัดได้ประโยชน์จากค่าเช่าพื้นที่การจัดงานแน่นอน……


 

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น

Share With: