ลองเล็กๆ กับ New CX-5 สวยขึ้น หรูขึ้น รอแค่ราคา….

รถยนต์มาสด้า CX-5 เป็นรถยนต์ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากของมาสด้าทั่วโลก เพราะสามารถทำยอดขายได้มากถึง 1 ใน 4 ของยอดขายมาสด้า ซึ่งตัวเลขยอดขายดังกล่าวเป็นตัวเลขที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับมาสด้า มอเตอร์ อย่างมาก เนื่องจากแรกเริ่มเดิมที มาสด้า ตั้งความหวังกับ มาสด้า CX-5 ไว้เพียง 1.5 หมื่นคันเท่านั้น แต่หลังจากการเปิดตัว CX-5 ลงสู่ตลาดทั่วโลก

ปรากฏว่า CX-5 ได้รับการตอบรับจากตลาดเป็นอย่างดี ด้วยรูปร่างรูปทรง สมรรถนะ ที่โดดเด่น ทำให้ CX-5 กลายเป็นหนึ่งในพระเอกของรถยนต์มาสด้าไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งในประเทศไทยเองก็เช่นกัน CX-5 ได้รับการตอบรับจากตลาดดีไม่น้อยทีเดียว และมาถึงวันนี้ มาสด้า ก็เตรียมจะเปิดตัว New CX-5 ในเดือนพฤษจิกายนที่จะถึงนี้ โดย New CX-5 ใหม่นี้ผลิตที่ประเทศมาเลเซียนะครับ แล้วไทยนำเข้ามาจำหน่าย

เมื่อผลิตที่มาเลเซีย ทางมาสด้า มอเตอร์ ประเทศไทย ก็เลยนำสื่อมวลชนกว่า 40 ชีวิต ไปลองขับกันที่เมืองปีนัง ประเทศมาเลเซีย กันแบบเล็กๆ น้อยๆ เรียกน้ำย่อยก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย เรียกว่าเป็นการโยนหินถามทางในตลาดรถยนต์ SUV ที่กำลังแข่งกันอย่างดุเดือด  หรือให้เข้าใจง่ายๆ ก็คืออยากให้ใครก็ตามที่กำลังมองหารถ SUV รุ่นใหม่ๆ อยู่ในตอนนี้ชะลอการตัดสินใจซื้อไปก่อนอย่าเพิ่งตัดสินใจไปซื้อคู่แข่งคนเก่งอย่าง ฮอนด้า CR-V ไปเสียก่อน ขอให้รอ New CX-5 ก่อนนะ

บอกก่อนนะครับว่าการลองขับครั้งนี้เป็นการลองขับแบบแค่สัมผัสเล็กๆ น้อยๆ ยังไม่สามารถจับอาการอะไรของ New CX-5 ได้มากนัก ถือว่าเป็นการพามารู้จักเห็นตัวเป็นๆ ของ New CX-5 กันมากกว่า

New CX-5 นั้นหากมองภายนอกแล้ว ดูสปอร์ตมากขึ้นกว่ารุ่นเดิม ดูปราดเปรียวมากกว่า โฉบเฉี่ยวกว่ารุ่นเดิม ดูแล้วเหมือน CX-3 ขยายไซส์ขึ้นมาซึ่งดูวัยรุ่นมากขึ้นครับ แต่บางคนอาจจะติว่าดูไม่ค่อยบึกบึนสักเท่าไหร่ ก็เจ้า New CX-5 นี้เตี้ยกว่ารุ่นเดิม แต่ฐานล้อกว้างขึ้น 10 มิลลิเมตร เสา A ก็ถูกปรับตำแหน่งไปยังด้านหลังประมาณ 35 มิลลิเมตร

กระจังหน้าแบบใหม่ของ New CX-5 ที่ดูใหญ่ขึ้นกว้างขึ้น ดูเผินๆ แล้วเหมือนรถในตระกูลเมืองผู้ดีอย่าง จากัวร์ ไม่น้อยเหมือนกัน ไฟหน้า LED ทรงเดียวกับ CX-3 ทำให้ดูปราดเปรียวมากขึ้น ด้านท้ายถูกออกแบบใหม่ให้ปราดเปรียว ดูคล่องตัวมากขึ้น

ดูจากภาพประกอบได้เลยครับว่าเจ้า New CX-5 นี้ดูทันสมัยขึ้นมามากน้อยเพียงใด ส่วนสีแดงที่เห็นนั้น เป็นสีแเดงใหม่ที่ชื่อว่า Soul Red Crystal ซึ่งเป็นสีใหม่ สีพระเอกของ New CX-5 เลยทีเดียว และแน่นอนว่าเมืองไทยก็นำสีนี้เขามาจำหน่ายเข่นเดียวกัน ส่วนตัวผมว่าเฉยๆ กับรูปร่างภายนอกของ New CX-5 น่ะ ดูสปอร์ตขึ้นก็จริงอยู่ แต่ความบึกบึนหายไปมากพอสมควร ดูแล้วไม่ลุยเหมือน CX-5 รุ่นก่อน

แต่สิ่งที่น่าประทับใจใน New CX-5 คือภายในห้องโดยสารที่ถูกปรับเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด ดูไฮโซขึ้นเป็นกองและที่ผมชอบที่สุดก็คือ ลำโพง Bose 10 จุดในรุ่นท็อปที่ทำเอาห้องโดยสารของรถคันนี้กลายเป็นห้องดูหนังฟังเพลงแบบเทพๆ ไปเลย บอกได้เลยว่า มาสด้า เป็นค่ายรถญี่ปุ่นที่ใช้วัสดุภายในห้องโดยสารที่เนี้ยบและดูดี มากเลยทีเดียว ปรบมือให้กับคุณภาพวัสดุภายในของ New CX-5 ครับ ดูเหนือกว่าของ ฮอนด้า CR-V เสียอีก

ไล่สายตาไปตามมาตรวัดที่อยู่ด้านหน้าคนขับ ที่เป็นมาตรวัดแบบใหม่ดูทันสมัยมากขึ้น มีจอ TFT LCD ขนาด 4.6 นิ้ว ที่แสดงผลข้อมูลการขับขี่อยู่ด้านขวาของชุดมาตรวัดด้วย ทำให้เราเรียกข้อมูลการขับขี่มาแสดงให้เห็นได้ง่ายขึ้น และใน New CX-5 มีจอแสดงข้อมูลการขับขี่ Active Driving Display ที่สามารถแสดงข้อมูลจากระบบนำทางผ่านดาวเทียมบนกระจกหน้ารถ ซึ่งระบบการแสดงผลแบบนี้เป็นครั้งแรกที่มาสด้า นำเทคโนโลยีการเชื่อมต่อจอ LCD กับแผงสัมผัสแบบ Optical Bonding ซึ่งช่วยลดแสงสะท้อนทำให้ผู้ขับขี่มองเห็นหน้าจอให้ชัดเจนมากขึ้นด้วย

ส่วนหน้าจอที่คอนโซลกลางมีมาให้ด้วยขนาด 7 นิ้ว ใหญ่เพียงพอต่อการใช้งาน แถมชัดแจ๋วด้วย โดยตำแหน่งของหน้าจอแสดงผลกลางนี้ถูกย้ายขึ้นไปอยู่ที่ตำแหน่งบนสุดของคอนโซลหน้าเพื่อให้การมองเห็นทำได้ง่ายที่สุด

แน่นอนว่าใน New CX-5 นี้ติดตั้งระบบ MZD CONNECT มาให้เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเข้ากับระบบออนไลน์ และมัลติมีเดียของรถยนต์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งผมเองยังไม่มีโอกาสได้ลองเชื่อมต่อมือถือเข้ากับ MZD CONNECT ของ New CX-5 เลยไม่รู้ว่าจะดีกว่ารุ่นอื่นๆ หรือเปล่า แต่เชื่อว่าน่าจะดีกว่าแน่
พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่น ดูทันสมัยมากกว่ารุ่นก่อน และเห็นปุ่มควบคุมความเร็วอัตโนมัติที่เป็นแบบ Mazda Radar Cruise Control (MRCC) แล้วนั่นหมายความว่าNew CX-5 มีระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันแล้ว ซึ่งมาก่อน ฮอนด้า CR-V ที่ยังเป็นระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบธรรมดาอยู่ อย่างนี้เห็นทีฮอนด้า จะอยู่เฉยไม่ได้แล้ว รุ่นไมเนอร์เชนจ์ปลายปีหน้าออปชั่นนี้น่าจะมาแน่

เบาะหนังสีดำดูสวยงามดีครับ นั่งสบายดีเหมือนกัน ช่องแอร์หน้าดูแปลกตาดีรูปทรงเป็นเหลี่ยมๆ ส่วนคอนโซลกลางถูกยกสูงขึ้นมาอีก 60 มิลลิเมตร ทำให้ดูเวลาจับด้ามเกียร์ทำได้ง่ายสะดวกมากขึ้น เมื่อก้าวเข้าไปยังตำแหน่งผู้โดยสารตอนหลังผมว่ายังแคบๆ ไปนิดนะครับพื้นที่วางขาแคบไปหน่อย แต่ยังดีที่พนักพิงเบาะหลังสามารถปรับเอนได้ 2 ระดับ ทำให้การนั่งโดยสารพอจะสบายขึ้นมามากทีเดียว และะเจ้าเบาะหลังที่ปรับเอนได้นั้น New CX-5 เป็นมาสด้ารุ่นแรกที่ถูกติดตั้งเบาะหลังแบบนี้
มีที่พักแขนซ่อนอยู่สามารถดึงออกมาได้ และในที่พักแขนมีช่องเสียบ USB จำนวน 2 ช่องติดตั้งมาให้ด้วยซึ่งถือว่าดีมากครับ สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง นอกจากนี้ยังมีช่องแอร์ด้านหลังอีกด้วยไม่ต้องกังวลในเรื่องของความร้อนสำหรับผู้โดยสารหลังอีกต่อไป

สำหรับเครื่องยนต์ใน New CX-5 นั้นยังคงใช้เครื่องยนต์ตัวเดิมคือเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร และเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร ซึ่งทางมาสด้า บอกว่าได้มีการปรับเปลี่ยนซอฟท์แวร์ และกล่อง ECU ใหม่ ทำให้เครื่องยนต์ตัวนี้ตอบสนองการใช้งานให้ดีมากขึ้น ประหยัดน้ำมันมากขึ้น และปล่อยค่าไอเสียน้อยลง เกียร์ก็ยังเป็นเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดลูกเดิมอยู่

New CX-5 นี้ถูกติดตั้งระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะ หรือ G-VECTORING CONTROL หรือ GVC ที่ทำงานโดยการปรับแรงบิดของเครื่องยนต์ให้ตอบสนองการทำงานของพวงมาลัย และคอยควบคุมแรงเหวี่ยงที่จะเกิดขึ้นภายในตัวรถเพื่อให้ผู้โดยสารตอนหลังของ New CX-5 นั่งโดยสารได้สบายมากขึ้น รู้สึกเหวี่ยงน้อยลง
และเมื่อได้ลองขับแบบสั้นๆ ผมบอกได้เลยว่าเจ้า New CX-5 มีอาการเหวี่ยงน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ผู้โดยสารนั่งได้สบายขึ้น เมารถน้อยลงแน่ พวงมาลัยคมดีครับ ช่วงล่างนุ่มนวลพอควร ส่วนระบบขับเคลื่อนเป็นแบบ 4 ล้ออัตโนมัติ i-ACTIVE AWD ยังไม่มีรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อมาให้เลือกและให้ลองครับ

ขณะที่เครื่องยนต์ถ้าในการขับด้วยระยะทางแค่นี้ เวลาช่วงสั้นๆ ผมชอบเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร มากกว่าดีเซล 2.2 ครับ ไม่ว่าจะเป็นการออกตัวที่นุ่มนวล เครื่องยนต์ที่เดินเรียบมาก แบบว่านุ่มนวลเลยทีเดียว ขณะที่ดีเซล ต้องเพิ่มน้ำหนักของเท้ามากกว่า แต่เครื่องดีเซลรุ่นนี้เสียงเครื่องยนต์เงียบขึ้นมาก และสั่นน้อยลงมากกว่าเครื่องรุ่นเดิมเอาการอยู่ แต่อัตราเร่งของเครื่องดีเซลสนุกเอาเรื่องครับแม้จะเป็นทางตรงช่วงสั้นๆ ก็หลังติดเบาะได้เหมือนกัน

หากให้สรุปในวันนี้ เรื่องผลการขับผมคงต้องขอติดไว้ก่อนครับ ว่าสุดท้ายแล้วเจ้า New CX-5 นี้เป็นอย่างไร แต่เท่าที่ลองขับเบื้องต้นผมว่า น่าสนใจไม่น้อย กับความนุ่มนวลที่มากกว่ารุ่นเดิม ความหรูหราที่เพิ่มขึ้น ฟังก์ชั่นที่เพิ่มความสะดวกสบายกับผู้โดยสารที่มากขึ้นกว่าเดิม ขอรอการขับแบบเต็มรูปแบบหลังการเปิดตัวที่เมืองไทยก่อนครับ แล้วจะขอมารายงานกันอย่างเต็มรูปแบบ

วันนี้ รอลุ้นแค่ว่าราคาของ New CX-5 จะไหลไปอยู่ที่เท่าไหร่ถ้ารุ่นท็อปเครื่องดีเซลไม่ถึง 1.6 ล้านบาท ส่วนรุ่นเริ่มต้นเครื่องยนต์เบนซินอยู่แถวๆ 1.3 ล้านบาท บอกได้เลยว่า ตลาด SUV เดือดแน่ๆ


 

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น

Share With: