fbpx
The new Porsche 911 ที่สุดแห่งศักยภาพความปลอดภัยในการขับขี่ด้วย Porsche Wet Mode แม้บนเส้นทางเปียกลื่น

The new Porsche 911 ที่สุดแห่งศักยภาพความปลอดภัยในการขับขี่ด้วย Porsche Wet Mode แม้บนเส้นทางเปียกลื่น

ทายาทลำดับที่ 8 เจเนอเรชั่นล่าสุดของปอร์เช่ 911 ไม่ได้มีเพียงพละกำลังมหาศาลที่มากกว่ารุ่นก่อนหน้า แต่ยังคงพกพาความสะดวกสบายและความปลอดภัยที่เหนือขึ้นไปอีกขั้นด้วย Porsche Wet Mode

ซึ่งเป็นอีกหนึ่ง นวัตกรรมล้ำเลิศทางวิศวกรรมยานยนต์ที่มาพร้อมยนตรกรรมสปอร์ตคันนี้ พร้อมส่งมอบประสิทธิภาพ การขับขี่และ บังคับควบคุมอันเฉียบคมอย่างน่าอัศจรรย์แม้บนถนนที่เปียกลื่น 

กระบวนการทำงานของ Porsche Wet Mode

เปี่ยมไปด้วยการตรวจจับสภาพถนนที่เปียกลื่นโดยอัตโนมัติ และสามารถส่งสัญญาณไปยังผู้ขับขี่เพื่อให้ทราบถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดอาการเหินน้ำหรือ aquaplaning กระบวนการทำงานดังกล่าวนี้ เกิดขึ้นจากอุปกรณ์ acoustic sensors รับหน้าที่ในการตรวจจับปริมาณละอองน้ำที่ถูกสาด ขึ้นมาบริเวณซุ้มล้อหน้า โดยอาศัยหลักการที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง จากวิธีการทำงานของเซนเซอร์ปัดน้ำฝนกระจกบังลม หน้าหรือ windscreen wiper rain sensors 

ในกรณีที่ระบบตรวจพบผิวถนนที่เปียกลื่น พฤติกรรมในการตอบสนองของระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวด้วย อิเล็กทรอนิกส์ Porsche Stability Management (PSM) และระบบ Porsche Traction Management (PTM) จะได้รับการปรับตั้งการทำงานล่วงหน้าโดยทันทีทันใด

ระบบทั้ง 2 จะถูกเตรียมพร้อมและเพิ่มอัตราการตอบสนองที่รวดเร็วยิ่งขึ้นกว่าในสถานการณ์ปกติทั่วไป สัญญาณเตือนจะแสดงขึ้นบนหน้าจอฝั่งขวามือ ของมาตรวัดความเร็วรอบเครื่องยนต์เพื่อให้ข้อมูลไปยังผู้ขับขี่ได้รู้ถึงสภาพถนนที่มีน้ำขัง และแนะนำให้เปลี่ยนรูปแบบการขับเป็น Wet Mode โดย สามารถสั่งการฟังก์ชันดังกล่าวได้อย่างง่ายดายผ่านแผงสวิทช์ควบคุมบริเวณคอนโซลกลาง หรือสั่งการผ่าน mode switch บนพวงมาลัยเมื่อติดตั้งอุปกรณ์พิเศษ ชุดแต่งเพิ่มสมรรถนะ Sport Chrono Package

ขณะที่ Wet mode กำลังทำงาน ระบบ PSM, PTM, ระบบอากาศพลศาสตร์, อุปกรณ์พิเศษ Porsche Torque Vectoring (PTV) Plus และการตอบสนองของตัวรถทั้งหมดจะได้รับการปรับไปยังเงื่อนไขที่พร้อมเพิ่มเติมเสถียรภาพการบังคับ ควบคุมสูงสุดที่ความเร็วตั้งแต่ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป ชุดสปอยเลอร์หลังแบบปรับระดับอัตโนมัติจะถูกตั้งไว้ใน ตำแหน่งที่ให้ประสิทธิภาพสูงสุด ครีบดักอากาศจะได้รับการเปิดออกจนสุด การตอบสนองของแป้นคันเร่งจะลดความไวลง และผู้ขับขี่จะไม่สามารถสั่งปิดการทำงานของระบบ PSM 

รวมทั้งไม่สามารถเลือกใช้ Sport mode แรงบิดที่ได้จาก เครื่องยนต์จะถูกปรับแต่งให้ทำงานอย่างต่อเนื่อง การเปลี่ยนอัตราทดของชุดเกียร์อัตโนมัติอัจฉริยะ PDK แปดจังหวะจะเป็นไปอย่างราบเรียบเช่นเดียวกั

สำหรับปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า 4 เอส (Porsche 911 Carrera 4S) รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ all-wheel-drive พละกำลังส่วนหนึ่งจะถูกถ่ายเทไปยังล้อขับเคลื่อนคู่หน้าด้วยอัตราส่วนที่มากกว่าปกติเพื่อผลในการ เพิ่มประสิทธิภาพการทรงตัว สัดส่วนการจับตัวของเฟืองท้าย electronically controlled differential เป็นอีกหนึ่ง กรรมวิธีของปอร์เช่ 911 (Porsche 911) ที่ได้รับการปรับสภาพเพื่อพร้อมรับมือกับเส้นทางเปียกลื่น

ซึ่งผู้ขับขี่สามารถสัมผัสถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน ปอร์เช่ 911 (Porsche 911) ให้การบังคับควบคุมที่มั่นใจเต็มพิกัด คล่องแคล่วและแม่นยำ เปี่ยมสมรรถนะแม้ในยามที่ต้องหักพวงมาลัยเปลี่ยนทิศทางกะทันหัน รองรับการตอบสนองที่ สัมพันธ์กันอย่างสมดุลระหว่างพละกำลังที่เหมาะสมและสภาพพื้นผิวเส้นทางที่เกิดการเปลี่ยนแปลงสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานตลอดเวลา ระบบช่วยเหลือการขับขี่ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ไม่เพียงให้ความเชื่อมั่นบนถนนเปียกเท่านั้น แต่ Wet Mode ยังครอบคลุมถึงการใช้งานบนพื้นผิวที่ปกคลุมด้วยหิมะเช่นเดียวกัน


 

 

 

บทความที่น่าสนใจ

Mazda ย่องจดสิทธิบัตร เครื่องยนต์โรตารี่ เทอร์โบชาร์จแล้ว

iceparpanchai

เผยแล้ว Tesla Model Y คอมแพคเอสยูวีพลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ ชาร์จครั้งเดียววิ่งได้ไกล 482 กม.

Peng

รวยจัดนักธุรกิจชาวญี่ปุ่นซื้อ Fenyr SuperSport 5 คันรวด

iceparpanchai