Suzuki ท้าพิสูจน์ ความอึด-ประหยัด Suzuki Ciaz RS ปลุกตลาด Eco Car

Suzuki ท้าพิสูจน์ ความอึด-ประหยัด Suzuki Ciaz RS ปลุกตลาด Eco Car

Suzuki Motor Thailand เปิดประสบการณ์การเดินทางครั้งใหม่ด้วยเส้นทางไกลแสนไกลของ “ซูซูกิ เซียส” หลังจาก “ซูซูกิ เซียส” รุ่นแรกเปิดตัวครั้งแรกไปเมื่อกลางปี 2015 และปีต่อมาได้เพิ่มออฟชั่นทั้งภายในและภายนอก แปลงโฉมเป็นรุ่น “ซูซูกิ เซียส อาร์ เอส” เน้นความสปอร์ตมากขึ้นเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า

และครั้งนี้ Suzuki Motor Thailand จัดกิจกรรมต่อยอดทางการตลาดครั้งใหญ่เพื่อพิสูจน์ความอึดของ Premier Eco Car พร้อมโชว์ความโอ่อ่า นั่งสบาย ของ ซูซูกิ เซียส รวมถึงสมรรถนะด้านความประหยัดให้กับสื่อมวลชน ในกิจกรรมที่มีชี่อว่า “The Happiness Journey With Suzuki Ciaz”  ในเส้นทางเชียงใหม่ – ภูเก็ต ระยะทาง 1,633 กม.

ไม่ผิดหรอกครับ ระยะทาง 1,633 กิโลเมตร เส้นทางจากเหนือจรดใต้ คือเส้นทางพิสูจน์สมรรถนะในทุกๆด้าน ของเจ้าอีโคคาร์คันเก่งอีกหนึ่งรุ่นของซูซูกิ โดยกิจกรรมครั้งนี้แบ่งสื่อมวลชน ออกเป็น 4 กลุ่ม 4 ช่วงการเดินทาง โดยจุดเริ่มต้นการทดสอบเริ่มต้นจากสื่อมวลชนกลุ่มแรกที่เดินทางจากจังหวัดเชียงใหม่ มุ่งสู่จังหวัดพิษณุโลก และมารับช่วงต่อด้วยสื่อมวลชนกลุ่มที่ 2 ที่จะต้องเดินทางกันต่อเพื่อเข้าสู่เมืองกรุงกัน

พอเข้าเมืองกรุงก็มาถึงกลุ่มที่ 3 ที่ต้องรับไม้ต่อและนี้ก็เป็นกลุ่มที่ทีมงานของ www.Carvariety.com ได้เข้าร่วมกิจมกรรมนี้ด้วย โดยมีจุดหมายที่จังหวัดชุมพร ด้วยระยะทางกว่า 500 กิโลเมตร และส่งต่อไม้สุดท้ายให้กับกลุ่มสุดท้ายให้สื่อมวลชนกลุ่มที่ 4 เพื่อขับสู่จุดหมายที่จังหวัดภูเก็ต เป็นระยะทางรวม 1,633 กิโลเมตรที่จังหวัดภูเก็ต

มาดูกันคร่าวๆ ก่อนเดินทางทริป กทม.-ชุมพร กันก่อนว่าเจ้า “ซูซูกิ เซียส อาร์ เอส” มีการปรับเปลี่ยนจากรุ่นปกติตรงไหนกันบ้าง “ซูซูกิ เซียส อาร์ เอส” ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Listen-Call-Drive-Connect (หลายๆ ท่านอาจจะพอรู้กันบ้างแล้วเนื่องจากออกจำหน่ายมาได้พอสมควรแล้ว) ซึ่งโฉมภายนอกนั้นให้สปอร์ตมากขึ้นด้วยชุดสปอยเลอร์รอบคัน

ภายในหรูหราด้วยเบาะหนัง พร้อมระบบ Suzuki Smart Connect ที่มากับจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว และระบบเครื่องเสียงคุณภาพสูง พร้อมชุดลำโพงดีไซน์พิเศษรองรับความบันเทิงได้หลากหลาย ทั้งเครื่องเล่นวิทยุ USB MP3 และฟังก์ชั่นการใช้งานเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth พร้อมโปรแกรมสุดล้ำ Apple CarPlay ที่สามารถเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือ i-phone ได้เพียงแค่เสียบสายเชื่อมต่อเท่านั้น เพียงเท่านี้ เราก็สามารถสั่งงานโดยใช้เสียง หรือใช้ปลายนิ้วสัมผัสหน้าจอ ให้ผู้ขับขี่สามารถดูแผนที่ รับสายโทรเข้า-โทรออก รับหรือส่งข้อความ และฟังเพลง ที่ให้คุณเพลิดเพลินตลอดการเดินทาง

เรามาเริ่มต้นการเดินทางกัน กับจุดนัดหมายจุดสตาร์ทซึ่งไปเริ่มกันที่บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด แถวๆ เขตประเวศ โดยมี มร.โยจิ มุโรซะกะ” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เเละ คุณวัลลภ ตรีฤกษ์งาม  กรรมการบริหารด้านการขายและการตลาด (Executive Director) มาให้การต้อนรับและตีธงปล่อยตัวขบวนรถในกิจกรรม “The Happiness Journey With Suzuki Ciaz” ของสื่อมวลชนกลุ่มที่ 3 กับเส้นทางกรุงเทพฯ-ชุมพร ระยะทางก็ประมาณ 500 กิโลเมตร

แต่การเริ่มต้นไม่ได้ง่ายๆ ซะแล้วเมื่อทีมงาน ซูซูกิ บอกมาว่า การเดินทางช่วงแรก 152.1 กิโลเมตร จะเป็นการแข่งประหยัดน้ำมัน แต่ไม่ใช่เป็นการแข่งประหยัดน้ำมันเพียงอย่างเดียวนะครับ ต้องทำความเร็วควบคู่ไปด้วย โดยทีมงานให้เวลาการเดินทาง 160 นาที( 2 ชั่วโมง 40 นาที) กับระยะทาง 152 กิโลเมตร

เอาหละสิ……คราวนี้ ผู้สื่อข่าวแต่ละคนเริ่มคิดแผนการขับของตัวเองกันแล้วว่าจะไปกันอย่างไร ขับด้วยความเร็วเท่าไหร่ เพราะหากใช้เวลาเกินที่กำหนดถือว่า แถมเส้นทางที่เราต้องไปนั้นเป็นเส้นทางในเมือง ช่วงเช้า ซึ่งการจราจรแสนจะติดขัด และแน่นอนว่าการขับรถยู่บนถนนที่การจราจรหนาแน่นละก็ ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองไม่น่าจะสวยงามแน่นอน แถมเสียเวลามากขึ้นอีก เฮ้อ…… 

รถที่ร่วมทดสอบในขบวนมีทั้งหมด 5 คันกับผู้สื่อข่าว 15 คนก็จะตกคันละ 3 คน โดยมีกติกาก็ง่ายๆ ครับ ขับแบบใช้งานจริง บังคับเปิดแอร์ อุณหภูมิ 23 องศาเซลเซียส และห้ามขับเกินเวลาที่กำหนด ทางผมก็รับอาสาเป็นไม้แรกเข้าร่วมแข่งขัน ซึ่งก็คิดไว้ในใจแล้วว่าไม่มีหวังแน่ๆ เพราะผู้สื่อข่าวแต่ละคนเป็นผู้เชี่ยวในการขับประหยัดน้ำมันทั้งนั้น

เมื่อเริ่มออกเดินทางจากบริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัดในเขตประเวศก็มุงหน้าเข้าสู่ถนนกาญจนาภิเษกด้านตะวันออก ไปเชื่อมต่อกับถนนกาญจนาภิเษกด้านใต้ มุ่งหน้าถนนพระราม 2 เพียงแค่เหยียบเข้าถนนกาญจนาภิเษก ด้านใต้ผมก็ต้องเจอะกับสภาพการจราจรที่หนาแน่น อีกทั้งยังมีรถพี่ใหญ่อย่างรถสิบล้อวิ่งกันมากมาย แถมอยู่กันทุกเลนหาระเบียบไม่ได้ ทั้งรถสิบล้อ รถขนส่งกระบะหกล้อ และกระบะสี่ล้อ ทำให้การขับแบบประหยัดน้ำมันที่ต้องการการขับแบบไหลลื่นๆ ใช้ความเร็วคงที่ และเบรกน้อยที่สุดเป็นไปได้อย่างยากบำบาก แต่ทุกคันก็ประคับประคองความเร็วและใช้เบรกน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้  จนผ่านพ้นวิกฤตบนถนนกาญจนาภิเษกด้านใต้ไปได้จนเข้าสู่ถนนพระราม 2 ซึ่งการจราจรเบาบางลง ทำให้ทุกคันงัดวิชาการขับออกมาใช้กันเต็มที่ ทั้งรักษาความเร็ว เลี้ยงคันเร่ง ให้นิ่มนวลที่สุด  

ด้วยเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.25 ลิตร VVT แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว 91 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 118 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนล้อหน้าด้วยเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT นั้นน่าจะทำตัวเลขประหยัดน้ำมันได้ไม่ยากเย็น ด้วยความเร็วที่รักษาไว้อยู่ที่ 80 – 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง กับรอบเครื่องที่อยู่แค่ประมาณ 1,300 – 1,600 รอบ/นาที แต่เนื่องด้วยผมไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญในการขับประหยัด เท้ายังไม่นิ่งพอ และ Skill น่าจะยังไม่ถึง พอถึงที่หมายร้านอาหารมื้อเที่ยงถือเป็นจุดสิ้นสุดของการแข่งประหยัดน้ำมันก็ได้รับรู้ถึงตัวเลขอัตราการประหยัดน้ำมัน ผลคันที่ผมขับอยู่ที่ 23 กิโลเมตร/ลิตร แต่คันที่ชนะเลิศนั้นทำไปได้ถึง 27.4 กิโลเมตร/ลิตรเลยทีเดียว

ทราบผลประหยัดน้ำมันและอิ่มหน่ำไปกับมื้อเที่ยง ก็พร้อมออกเดินทางกันต่อ ซึ่งไม้นี้ผมก็พร้อมตีตั๋วเป็นผู้โดยสารกันจนจบทริป เพราะเรามีผู้สื่อข่าวร่วมเดินทางมาด้วยอีก 2 คนเป็นผู้รับไม้ต่อ เริ่มออกเดิทางกันผมก็ได้มานั่งในที่ผู้โดยสารตอนหลัง ซึ่งต้องบอกก่อนว่าผมเป็นคนตัวใหญ่ สูงประมาณ 187 เซนติเมตร ทำให้เวลาไปลองนั่งในรถอีโคคาร์หลายๆ รุ่น หลายๆ ยี่ห้อ ต้องนั่งไปอึดอัดไป แคบไปบ้างพอดีไปบ้าง แต่ Suzuki Ciaz นั้นพื้นที่ผู้โดยสารตอนหลังนั้นเหลือเฟือจริงๆ นั่งสบายๆ ไม่อึดอัด มีพื้นที่ขยับเข่าไปมาได้ พื้นที่เหนือศรีษะก็มีพื้นที่เหลืออยู่พอสมควร

เข้าไม้สุดท้ายก่อนมุ่งหน้าเข้าจังหวัดชุมพร ผมได้ปรับเปลี่ยนขยับมานั่งทางด้านหน้าข้างคนขับกันบ้าง เริ่มออกเดินทางผมก็เริ่มสังเกตวัสดุที่ใช้ในส่วนต่างๆ ถือว่าไม่ขี้เหร่ กับราคารถขนาดนี้ ต่อมาที่เบาะนั่งที่ขยับไปมาให้เข้าที่เข้าทาง แต่ก็เกรงใจพี่ข้างหลังจะนั่งไม่สะดวก แต่พี่เค้าบอกปรับตามที่เรานั่งสบายๆ เลย พอลองปรับดูพี่เค้าก็บอกว่า…….ยังได้อีกนะยังเหลือให้ถอยได้อีก เฮ้อ..คอยยังชั่วนึกว่าจะบอกว่าอึดอัดแล้ว พอวุ่นวายกับเบาะไปแล้วเราก็มาลองเล่นกับระบบ Suzuki Smart Connect ที่เป็นหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ที่แอบขัดใจนิดนึง เพราะมันดูขัดๆ นิดหน่อย แต่การใช้งานไม่ยาก มีฟังก์ชั่นต่างๆ ครบถ้วน

ส่วนความรู้สึกในการขับขี่นั้น(แต่เราเป็นผู้นั่ง) ผมว่าอัตราเร่งในช่วงต่างๆ ทั้งช่วงทำความเร็ว ช่วงออกตัว และช่วงเร่งแซง รู้สึกถึงกำลังที่ทำออกมาได้ดี ร่วมถึงช่วงล่างก็เซ็ตมาได้สัมพันธ์กับเครื่องยนต์เป็นอย่างดี ถือว่าใช้ได้เลยสำหรับรถยนต์ที่เรียกตัวเองว่า อีโคคาร์

ปิดจบสุดท้ายก็คงต้องมาที่เรื่องราคาที่แต่ละรุ่นก็มีความแตกต่างกันไปตามราคา และอยู่ที่ท่านจะเลือกรุ่นไหนชอบรุ่นไหน ก็ไปทดลองขับกันก่อนได้ที่โชว์รูม ซูซูกิ ทั่วประเทศนะครับ

Suzuki Ciaz GA MT – 484,000 บาท
Suzuki Ciaz GL MT – 523,000 บาท
Suzuki Ciaz GL CVT – 559,000 บาท
Suzuki Ciaz GLX CVT – 625,000 บาท
Suzuki Ciaz RS CVT – 675,000 บาท

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น

Share With: