เจาะลึกเบื้องหลังการดีไซน์ BMW X7 ใหม่ พี่ใหญ่สุดแห่งตระกูล X

เจาะลึกเบื้องหลังการดีไซน์ BMW X7 ใหม่ พี่ใหญ่สุดแห่งตระกูล X

BMW X7 เรียกได้ว่าเป็นที่สุดของตระกูล X ในรูปโฉมแปลกใหม่ที่ต่างจากรถยนต์ BMW รุ่นอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์และมิติรถ เส้นสายในการออกแบบและรูปลักษณ์ที่ทรงพลัง ไปจนถึงห้องโดยสารที่มีความหรูหราล้ำสมัย ซึ่งเบื้องหลังของการออกแบบนั้นประกอบด้วยทีมดีไซเนอร์กว่า 700 คนที่ทำงานร่วมกันจาก 3 มุมโลก ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งในประเทศเยอรมนี ประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศจีน

เอกลักษณ์ที่สำคัญและเป็นพื้นฐานของ BMW X7 คือการผสมผสานความหรูหราของ BMW Series 7 เข้ากับความคล่องตัวของรถ BMW SAV ซึ่งหลังจากที่เหล่าดีไซเนอร์ได้รับมอบหมายคอนเซปต์และข้อกำหนดของรถยนต์ หรือที่เรียกว่า “แพ็คเกจ” แล้ว ขั้นต่อไปคือการนำเอาแพ็คเกจนั้นสร้างขึ้นมาให้เป็นรถยนต์ที่สามารถจับต้องและใช้งานได้ โดยยังคงไว้ซึ่งอารมณ์ ความรู้สึก และคาแร็คเตอร์อันเป็นเอกลักษณ์ของ BMW

โดยขั้นตอนแรกในกระบวนการออกแบบจะเริ่มจากการร่างภาพของตัวรถแบบ 2 มิติตามจินตนาการของดีไซเนอร์ ซึ่งความท้าทายของขั้นตอนนี้คือการแข่งขันระหว่างดีไซเนอร์หลายสิบคนที่ร่วมส่งภาพร่างเข้าประกวด และคัดเลือกจนเหลือเพียง 3 ดีไซน์ที่ผ่านไปยังขั้นตอนต่อไป

แมทธิอัส ยุงฮันส์ หัวหน้าทีมดีไซเนอร์ ผู้ดูแลและออกแบบ BMW X7 กล่าวว่า “ในความคิดของผม ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่สนุกที่สุดในการออกแบบ เพราะดีไซเนอร์จะได้ใช้จินตนาการของตนเองอย่างเต็มที่โดยไม่มีข้อจำกัดมากเท่าขั้นตอนต่อๆ ไป โดยการเริ่มออกแบบรถนั้น เราจะเริ่มมองจากภาพใหญ่หรือภายนอกของตัวรถ เช่น มิติ ขนาด และตำแหน่งของล้อ ไปยังภาพที่เล็กลง เช่น รายละเอียดของเส้นสายบนตัวถัง หรือรายละเอียดต่าง ๆ ภายในห้องโดยสาร ซึ่ง 3 ดีไซน์สุดท้ายที่ผ่านการคัดเลือกจากหลายสิบดีไซน์ที่ส่งเข้าร่วมประกวดนั้น จะต้องเป็นดีไซน์ที่ตอบโจทย์ของแพ็คเกจมากที่สุด”

หลังจากนั้นจะเป็นขั้นตอนของการนำเอาภาพดังกล่าวมาสร้างให้เป็นรูปร่างในอัตราส่วน 1:1 เริ่มจากการใช้เทปแบบพิเศษในการกำหนดโครงสร้างและขนาดของรถในแบบ 2 มิติ แล้วขึ้นรูปรถต้นแบบด้วยโมเดล CAS และวัสดุแบบพิเศษ ผสานกับการใช้เทคโนโลยี AR (Augmented Reality) เพื่อให้เห็นรูปร่างแบบ 3 มิติในสภาพแวดล้อมเสมือนจริง ซึ่งขั้นตอนนี้จะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างดีไซเนอร์และฝ่ายเทคนิคดีไซน์ โดยบอร์ดบริหารจะเป็นผู้ตัดสินดีไซน์สุดท้ายที่ผ่านไปยังการออกแบบในขั้นตอนต่อๆ ไป เพื่อให้มั่นใจว่าดีไซน์ที่ออกมานั้นอยู่ในระดับพรีเมียมตรงตามเอกลักษณ์และมาตรฐานของ BMW ซึ่งกระบวนการในการออกแบบทั้งหมดตั้งแต่เริ่มต้นจนเผยโฉมดีไซน์ต้นแบบสู่สาธารณชนจะใช้เวลาประมาณ 3-4 ปี

“การออกแบบ BMW X7 นั้น ถือเป็นการสร้างนิยามใหม่ให้แก่การดีไซน์ของ BMW ซึ่งเป็นปรัชญาการดีไซน์ใหม่ที่แสดงถึงโลกสองโลกที่แตกต่างของ BMW Series 7 และ BMW ตระกูล X ออกมาผ่านดีไซน์ที่มีเส้นสายเรียบง่ายเฉียบคม แต่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์และความทรงพลัง เห็นได้จากจุดที่โดดเด่นที่สุดของ BMW X7 คือกระจังหน้าทรงไตคู่ขนาดใหญ่และช่องดักอากาศที่มาในลักษณะแนวตั้ง ตัดกับไฟหน้าในดีไซน์เรียวยาว และดีไซน์ด้านข้างของตัวรถที่มีเพียงเส้นเดียวตัดผ่านตัวถังยาวจากหน้ารถไปจนถึงท้ายรถ ประกาศถึงความเรียบง่ายแต่ทรงพลังจากปรัชญาใหม่ในการดีไซน์ของ BMW” แมทธิอัส กล่าว

นอกจากนี้ BMW X7 ยังโดดเด่นในเรื่องของการใช้แสงเพื่อมอบความหรูหราสง่างาม ทั้งจากดีไซน์ภายนอกและภายในห้องโดยสาร ไม่ว่าจะเป็นเพดานกระจกใสพาโนรามาแบบ Sky Lounge ที่เปิดได้ 3 ตอน เพิ่มความโปร่งรับแสงธรรมชาติอย่างโอ่อ่าเหนือระดับ ชุดไฟ ambient light เสริมสุนทรียภาพจากแสงไฟถึง 6 สีให้แก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร รวมถึงรายละเอียดของดีไซน์ CraftedClarity มอบความหรูหราจากแสงสะท้อนบนวัสดุตกแต่งผลึกแก้วบริเวณหัวเกียร์ ปุ่ม iDrive ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ และปุ่มควบคุมเสียง จึงเรียกได้ว่าความสำคัญของแสง ถือเป็นอีกหนึ่งหัวใจในการออกแบบ BMW X7

“ผมภูมิใจเป็นอย่างมากที่เป็นส่วนหนึ่งของทีมดีไซเนอร์ในการร่วมออกแบบ BMW X7 ตั้งแต่เริ่มร่างภาพแรกของรถบนกระดาษ จนถึงตอนนี้ที่เรากำลังจะได้เห็น BMW X7 โลดแล่นบนท้องถนน โจทย์ที่สำคัญของดีไซเนอร์คือการออกแบบรูปลักษณ์ภายนอกของรถที่ลงตัวกับระบบการขับเคลื่อนและเทคโนโลยีการขับขี่ต่างๆ ในดีไซน์ที่สามารถก้าวข้ามผ่านเวลาและคงไว้ซึ่งจิตวิญญาณอันเป็นเอกลักษณ์ของ BMW ซึ่งผมมั่นใจว่า BMW X7 สามารถตอบโจทย์นี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ” มร. แมทธิอัสกล่าว

บทความที่น่าสนใจ

นิสสัน ประเทศไทย แนะลูกค้า นำรถยนต์เข้ารับการตรวจสอบและเปลี่ยนชุดถุงลมทาคาตะ

Peng

Subaru Forester STI Concept รถครอสโอเวอร์ตัวแรง จ่อเปิดตัวเดือนหน้าที่งาน Tokyo Auto Salon

Peng

นี้มันรถแบทแมนชัด ๆ กับรถออฟโรดคันนี้ ที่ดุดันและพร้อมตะกุยไปทุกพื้นที่

iceparpanchai