ผลการศึกษาชี้การออกแบบรถยนต์ที่ซับซ้อน ทำให้คนไทยเข้าใจการใช้งานยากขึ้น

ผลการศึกษาคุณภาพรถใหม่ในประเทศไทย ประจำปี 2561 โดย เจ.ดี. พาวเวอร์ เปิดเผยว่า ขณะที่จำนวนปัญหาที่เกิดขึ้นต่อรถยนต์ 100 คัน (PP100) ลดลงเกือบทุกกลุ่มประเภทรถยนต์ เจ้าของรถยนต์ในประเทศไทยกลับพบปัญหาเกี่ยวกับการออกแบบที่ซับซ้อนเพิ่มขึ้น เช่น ปัญหาที่เกิดขึ้นกับเครื่องเสียง, ระบบสื่อสาร, ระบบความบันเทิง และระบบนำทาง (ACEN)

ผลการศึกษาพบว่า จำนวนปัญหาที่เกิดขึ้นต่อรถยนต์ 100 คัน (PP100) ลดลงมาที่ 70 PP100 ในปี 2561 จาก 83 PP100 ในปี 2560 ซึ่งพบว่าคุณภาพรถยนต์ใหม่ถูกปรับปรุงขึ้นอย่างมากด้านภายนอกตัวรถและด้านเครื่องยนต์ และระบบเกียร์ เป็นที่น่าสังเกตว่าปัญหาคุณภาพที่เกิดจากความผิดพลาดในการผลิตลดน้อยลงมาอยู่ที่ 44% จากปัญหาที่ถูกรายงานทั้งหมด ในปี 2561 เทียบกับ 61% ในปีก่อน ปัญหาทั้งหมดได้ถูกนำมาสรุปผลเป็นจำนวนปัญหาที่พบต่อรถยนต์ใหม่ 100 คัน (ในที่นี้ เรียกว่า PP100) โดยรถยนต์รุ่นใดที่ได้คะแนน PP100 ต่ำกว่า แสดงว่ารถยนต์รุ่นนั้นเกิดปัญหาน้อยกว่าหรืออีกนัยหนึ่งคือ รถรุ่นนั้นมีคุณภาพที่สูงกว่า

ผลการศึกษายังพบอีกว่า 51% ของปัญหาทั้งหมดที่เจ้าของรถยนต์ใหม่ประสบ เป็นปัญหาเกี่ยวกับการออกแบบ เทียบกับปี 2560 ซึ่งพบเพียง 18% ปัญหาการออกแบบที่พบมากในปีนี้เกี่ยวข้องกับความยากในการใช้งาน ได้แก่ คลื่นวิทยุไม่ชัด หรือไม่มีคลื่น, ที่วางแก้วใช้งานยาก, แอร์ไม่เย็น หรือไม่สามารถคงระดับอุณหภูมิที่ต้องการได้ และเบรกมีเสียงดัง

ข้อมูลสำคัญเพิ่มเติมที่ได้จากการสำรวจ
– ปัญหาที่เกิดจากความผิดพลาดในการผลิตยังคงเป็นปัญหาที่พบมากที่สุด: จาก 5 อันดับแรกของปัญหาที่มีการรายงานมากที่สุด พบว่า 3 ปัญหามาจากความผิดพลาดในการผลิต และอีก 2 ปัญหามาจากการออกแบบที่ไม่เหมาะสม โดยปัญหาจากการผลิตที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุด คือ ปัญหาเสียงลมดังมากเกินไปจากรอบตัวรถ (5.8 PP100); กลิ่นไม่พึงประสงค์ภายในห้องโดยสาร (3.2 PP100) และมีเสียงผิดปกติจากช่วงล่าง (1.8 PP100) ส่วนปัญหาการออกแบบที่มีการรายงานมากที่สุด คือ คลื่นวิทยุไม่ชัด หรือไม่มีคลื่น (8.5 PP100) และที่วางแก้วใช้งานยาก (3.9 PP100)

– เจ้าของรถยนต์ใหม่ที่ซื้อรถเป็นครั้งแรกรายงานจำนวนปัญหาน้อยกว่า: ผู้ซื้อรถยนต์ใหม่คันแรกรายงานจำนวนปัญหาที่พบน้อยกว่าผู้ที่เคยซื้อรถยนต์มาแล้ว (68 PP100 เทียบกับ 74 PP100 ตามลำดับ)

– คุณภาพของรถยนต์ที่ดี จะช่วยส่งเสริมแบรนด์ให้ดีขึ้น: Net Promoter Score(R)[1] (NPS) เป็นตัววัดแนวโน้มของลูกค้าที่จะแนะนำยี่ห้อและรุ่นรถที่พวกเขาใช้อยู่ให้กับผู้อื่น จากการให้คะแนนตั้งแต่ 0 ถึง 10 คะแนน ในปีนี้คะแนน NPS โดยรวมอยู่ที่ 52 คะแนน โดยกลุ่มเจ้าของรถยนต์ใหม่ที่ให้คะแนน 9 หรือ 10 คะแนนในการที่พวกเขาจะแนะนำยี่ห้อรถที่ตัวเองใช้อยู่ (Promoters) รายงานปัญหาอยู่ที่ 61 PP100 เทียบกับเจ้าของรถยนต์ที่ให้คะแนนเพียง 0 ถึง 6 คะแนน (Detractors) รายงานปัญหาถึง 121 PP100

บทความที่น่าสนใจ

เผยแล้ว! 2020 BMW 7-Series ซีดานระดับเรือธงรุ่นปรับโฉมใหม่ไฉไลกว่าเดิม

Peng

AP Honda ประกาศยกระดับโครงการ “เรซ ทู เดอะ ดรีม” สู่มาตรฐานระดับโลก HRC เขย่าวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย

preeyanoot

ส่อง!! รถกระบะ 4 ประตู 5 รุ่น ในงบไม่เกิน 700,000 บาท

preeyanoot