fbpx
SUZUKI XL7

ทดลองขับ SUZUKI XL7 Crossover 3 แถว 7 ที่นั่ง กว้างสบาย ลุยได้! ตอบโจทย์รถคันแรก

ฝนลับลา..ลมหนาวเริ่มพัดโชย ซูซูกิ มอเตอร์ ประเทศไทย ได้เชิญสื่อมวลชน ออกทริปต้อนรับเปิดประเทศด้วยการขับรถท่องท่องเที่ยวรับลมหนาว เส้นทางกรุงเทพฯ – เขาใหญ่  โดยรถที่ใช้ในการทดสอบครั้งนี้ไม่ใช่รถโมเดลใหม่แต่อย่างไร แต่ก็เป็นรถอเนกประสงค์ที่เปิดตัวมาก็ได้รับความสนใจไม่น้อย นั้นก็คือเจ้า SUZUKI XL7 นั้นเอง  โดยก่อนจะเดินทางทีมงานทุกคนและสื่อมวลชนทุกท่าน ต้องได้รับการ สวอปตรวจ ATK ก่อน เมื่อผลออกมาเป็นลบถึงจะได้เข้าร่วมกิจกรรม (พักนี้ก็โดนแยงกันบ่อยๆ ) รอผลเป็น 15 นาที ผลเป็นลบลุยด้วยต่อได้

ก่อนจะล้อหมุนกันเรามาดูภายนอกกันแบบคร่าวๆกันหน่อย เจ้า  SUZUKI XL7  เป็นรถอเนกประสงค์ Crossover แบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง ที่มากับนิยาม คิดได้เกินคาด ไปได้เกินใคร ไฟหน้าที่ให้มานั้นเป็นแบบ  LED พร้อม Daytime Runing Light  รับเข้ากับกระจังหน้าสีดำคาดด้วยโครเมียมดีไซน์เข้มพร้อมโลโก้ซูซูกิ ถัดลงมาด้านล่างก็มีไฟตัดหมอกมาให้ที่ตกแต่งรอบๆด้วยพลาสติกสีดำใกล้ๆกันบริเวณชายล่างกันชนหน้าก็ตัดด้วยพลาสติกสีบรอนรอบคัน  ในส่วนด้านข้างของตัวรถยนต์ SUZUKI XL7 มากับล้ออะลูมิเนียมอัลลอยแบบทูโทนขอบ 16 นิ้ว จับคู่กับยาง 195/60/R16 พร้อมซุ้มล้อสีดำ มือเปิดประตูรถเป็นแบบโครเมี่ยมพร้อมปุ่มเปิด-ปิดล็อครถแบบ keyless entry ด้านบนมีราวหลังคามาให้สำหรับสายแบกที่รองรับน้ำหนักได้ถึง 50 กิโลกรัม มาต่อกันที่ด้านหลังรถกันบ้าง  ไฟท้าย LED แบบ light guides  โดยมีกล้องมองหลังติดมาให้เรียบร้อย และอีกจุดเด่นหนึ่งของ SUZUKI XL7  คือเรื่องของความสูงใต้ท้องรถ หรือ ground clearance ที่สูง 200 มม. ซึ่งวันนี้เราจะได้ทดสอบกัน

ได้เวลาออกเดินทางกันแล้วโดยเริ่ม สตาร์ทจาก โรงแรม  บันยันทรี สาทร มุ่งหน้าสู่เขาใหญ่ โดนช่วงแรกผมขอเป็น ผู้โดยสารก่อนต้องบอกเลยว่าห้องโดยสารแถวสองนั้นกว้างขวางมากนั่งสบาย เบาะนุ่ม สามารถปรับเลื่อนได้และปรับ ระดับพนักพิงเอนหลังได้ สะดวกสบายไปอีก Head room กับ Leg room นั้นเหลือๆ และอีกเรื่องหนึ่งที่หลายๆคนคงกังวล ใจว่ารถประเภท 3 แถว 7 ที่นั่งนั้นจะร้อนไหม แอร์จะถึงไหม? ตอบตรงนี้เลยครับว่าถึง เพราะ SUZUKI XL7 มีช่องลมแอร์แถวสองมาให้ที่สามารถปรับความแรงมาพัดลมได้ บอกได้คำเดียวเลยครับว่า ฉ่ำ!ทุกตำแหน่ง  แต่ผมขอเสนอเพิ่มเติมในความรู้สึกส่วนตัวของผมนะครับ ถ้าเบาะแถวสองมีที่ท้าวแขนมาให้จะดีมากเลยจะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการนั่งได้อีกและเพิ่มช่องชาร์จสำรองแบบ USB สัก 2 ช่อง จะแจ่มมาก แต่เค้าก็มีให้นะแต่ เป็นแบบช่องจ่ายไฟ 12 v เราต้องหาหัวแปลงมาเอง เกือบลืมบอกเบาะนั่งแถวสองสามารถพับได้แบบ 60 : 40 และแถวสามแบบ 50 : 50 ที่มาของคำว่าอเนกประสงค์อย่างแท้จริง  (ในส่วนเบาะแถว 3 ผมไม่ได้ไปลองนั่งนะ)  

จากผู้โดยสารมาเป็นผู้ขับกันบ้าง SUZUKI XL7  ถูกออกแบบภายในใช้โทนสีดำตัดด้วยคิ้วโครเมียมพร้อมตกแต่งด้วย  Carbon Fiber ที่ทำอออกมาได้อย่างลงตัว พวงมาลัยเป็นทรง D – Shape  ปรับได้สองทิศทาง พร้อมปุ่มควบคุมเครื่อง เสียงและสั่งการโทรศัพท์ (ไม่มี Cruise Control ) เบาะนั่งเป็นแบบคันโยกสามารถสูง-ต่ำได้ มาตรวัดเรือนไมล์ แบบอนาล็อกพร้อมจอ LED แสดงข้อมูลการขับขี่ Driving G-force  และที่สะดุดตาที่สุดก็เห็นจะเป็นจอกลางแบบทัซสกรีนขนาด 10 นิ้ว ที่รองรับทั้ง Apple CarPlay และ android auto  รองรับทั้ง Bluetooth , USB และ HDMI  อีกทั้งใส่ลำโพงมาให้ถึง 6 ตัว ซึ่งให้รายละเอียดเสียงทีดี  ระบบปรับอากาศเป็นแบบออโต้   มีช่องวางแก้วน้ำให้ 8 ตำแหน่ง โดยสองช่องกลางบริเวณคอน โซนมีช่องเป่าลมเย็นให้ด้วย ใกล้ๆกันมีช่องสำรองไฟ 12v  ท้าวแขนสามารถปรับเลื่อนเดินหน้า-ถอย หลังได้ แต่!มีขนาดเล็กเปิดออกมาก็จะเป็นช่องเก็บของ  กระจกมองหลังเป็นแบบธรรมดานะยังไม่เป็นตัดแสง

มากันที่การขับขี่กันบ้างเจ้า SUZUKI XL7   มากับเครื่องยนต์เบนซิน รหัส K15B 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 105  แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 138 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ แบบ ทอร์คคอนเวอร์เตอร์  (ไม่ใช่เกียร์ CVT) ซึ่งเป็นเครื่องบ็อกเดียวกับ  SUZUKI ERTIGA แต่ได้มีการปรับจูนกล่อง ECU ใหม่

โดยเส้นทางที่ใช้ทดสอบในครั้งนี้แบ่งออกเป็นสองช่วง ช่วงแรกเป็นถนนแบบออนโรด  บอกเลยว่าตอนแรกแอบคิดว่ารถจะอืดไหม เพราะด้วยตัวรถที่ดูมีขนาดใหญ่กว่าเครื่องยนต์อีกทั้งยังมีผู้โดยสายทั้งหมดภายในรถถึง 4 คน แต่ผลออกมาเครื่องยนต์กับออกสนองได้ดีเกินคาดสามารถเรียกอัตราเร่งได้ดีตลอดทั้งช่วง  อีกทั้งคันเกียร์ยังมีปุ่ม Over Drive มาให้เพื่อเรียกรอบการใช้งานได้อย่างทันใจ  การใช้คิกดาวน์ในช่วงลอยตัวต้องอาศัยการคุ่นชินกับรถสักนิด มีการรอรอบเล็กน้อย อยู่ในเกณฑ์ปกติทั่วไปไม่รอใจหายแน่นอน

แต่ต้องเรียนตามตรงว่าในช่วงที่ใช้รอบสูง เสียงเครื่องยนต์ค่อนข้างดังเข้าห้องโดยสายอยู่เหมือนกันจนบางทียังแอบสงสาร  พวงมาลัยเป็นพาวเวอร์ไฟฟ้า แร็คแอนด์พิเนี่ยน น้ำหนักพวงมาลัยดีไม่เบาไม่หนักเกินไปแม่นยำ มุดได้อย่างคล่องตัว SUZUKI XL7   มากับช่วงล่างด้านหน้า แม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมคอยล์สปริง ด้านหลังเป็น ทอร์ชั่นบีม พร้อมคอยล์สปริง ส่วนผมรู้สึกว่าช่วงล่างเช็ตออกมาได้ดีนะ ออกหนักไปทางแข็งนิดหน่อย แต่ไม่กระด้าง กระชับ เพราะเป็นรถ 3 แถว 7 ที่นั่ง หากตอนบรรทุกผู้โดยสารเต็มพิกัด 6-7 ที่นั่ง + สำภาระ ออกไปท่องเที่ยวกับครอบครัวก็มั่นใจได้เลยว่าช่วงย้วยหรือหยวบหยาบแน่นอน  ระบบเบรกยังเป็นหน้าดิส์เบรก หลังดรัมเบรก เอาอยู่สบาย 

เส้นทางช่วงที่สองเป็นถนนรุกรังแบบออฟโรดนิดๆเพื่อทดสอบในเรื่องของความสูงใต้ท้องรถ หรือ ground clearance ที่ความสูงจากพื่นอยู่ที่  200 มม. จึงทำให้ SUZUKI XL7 เป็นรถ Crossover อเนกประสงค์ที่มีทัศนวิสัยที่ดี สามารถใช้ลุยได้ในระดับหนึ่งจนรถเก๋งต้องอิจฉา

 ระบบความปลอดภัย All New Suzuki XL7

  • ระบบถุงลมนิรภัย SRS คู่หน้า
  • เบรกหน้ามากับดิสก์เบรก ด้านหลังเป็นดรัมเบรก
  • ระบบเบรก ABS ระบบ EBD ช่วยกระจายแรงเบรก
  • ระบบ ESP ที่ช่วยควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว
  • ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HDC) และมีจุดยึดเบาะนั่งนิรภัย ISOFIX และ Top tether สำหรับเด็ก
  • กล้องมองภาพขณะถอยหลังและเซ็นเซอร์กะระยะ

ถ้าให้สรุปกับการทดลองขับครั้งนี้ของ SUZUKI XL7  บอกเลยว่าส่วนตัวผมชอบนะ  เพราะทุนเดิมผมเป็นคนประเภทสาย ลุยพวกบ้าหอบฟางอยู่แล้ว พอเจอรถประเภท อเนกประสงค์  Crossover ที่ลุยได้ถึงจะไม่ได้มากนักแต่เรื่องขนของได้เยอะนี้ต้องยกให้เค้าเลยตอบโจทย์สายแคมป์ปื้งที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในตอนนี้ สรุปเลยนะ การเดินทางไป – กลับ กรุงเทพ – เขาใหญ่ ในวันนี้ระยะทางรวมกว่า 400 กิโลเมตร เครื่องยนต์ตอบสนองดี อัตราเร่งเรียกใช้ทันใจ การขับครั้งนี้ถ้าไม่นับช่วงถนนออฟโรดหรือในเมือง ความเร็วอยู่ประมาณ 120 กม/ชม เกือบตลอดทั้งทางบางช่วงไหลไปยัน 160 กม/ซม ก็มี อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันอยู่ที่ 14.7 กิโลเมตร / ลิตร  ถือว่าโอเคเลยนะสำหรับผม ถ้าขับช้ากว่านี้ตัวเลข 16 มีให้เห็นแน่นอน

 ส่วนตัวผมนะสำหรับใครที่กำลังมองหารถยนต์คันแรกอยู่ที่ใช้ในเมืองก็ดีออกต่างจังหวัดก็ได้ ถ้ามีครอบครัวมีลูก ลูกก็นั่งสบาย SUZUKI XL7  อาจคือคำตอบ  นี้ก็เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของผมนะครับ สำหรับใครที่สนใจก็สามารถไปทดลองขับกันได้ที่ โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ 

SUZUKI XL7 มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีส้ม Rising Orange Pearl Metallic , สีเทา Metallic Magma Gray , สีขาว Pearl Snow White (สีขาวเพิ่ม 5,000 บาท)  และสีดำ Cool Black Metallic มีให้เลือกเพียงรุ่นเดียว ราคาไม่สูงเกินเอื้อม 779,000 บาท คุ้มไม่คุ่มอยู่ที่วัถตุประสงค์ของการใช้งาน ถ้าชอบไม่มีคำว่าแพงแน่นอนครับ

บทความที่น่าสนใจ

เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ขนขบวนรถหรูร่วมทำดีประจำปี

idiot

เชฟโรเลตพาทัวร์!! สนามทดสอบรถยนต์ และสัมผัสเทคโนโลยีการออกแบบรถยนต์ที่ GM Australia

idiot

All-new Toyota Corolla Altis hybrid ขับจริงเน้นใช้งาน จะประหยัดน้ำมันแค่ไหน ต้องลอง!!

idiot

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More

Privacy & Cookies Policy