fbpx
MG Extender

[Test Drive] แรกสัมผัสแบบเต็มๆ กับ MG Extender ใหญ่จริง แต่…!!!

ก็ได้มีโอกาสสัมผัสกันยาวๆ สักทีกับรถกระบะที่เป็น Line Up ใหม่ของทาง MG มีสมญานาม “กระบะพันธุ์ยักษ์” หรือชื่อที่เป็นทางการ MG Extender ซึ่งก่อนหน้านี้ในงานเปิดตัวก็มีการทดลองขับแบบเล็กๆ น้อยๆ เพื่อเป็นสีสัน แต่คราวนี้หลังจากเปิดตัวไปก็เป็นที่พูดถึงของผู้บริโภคกันพอสมควรว่ารถ MG Extender จะดีไหม เครื่องยนต์ ช่วงล่างจะเป็นยังไง ทำให้ทางบริษัท เอ็มจี เซลส์(ประเทศไทย) จำกัด จัดกิจกรรมให้สื่อมวลชนได้ทดลองขับรถยนต์ MG Extender กันแบบยาวๆ ตั้งแต่ภาคใต้ จรดภาคเหนือ รวมระยะทางก็กว่า 3,500 กิโลเมตรเลยทีเดียว ต้องบอกเลยว่าครั้งนี้ทาง MG เค้าจัดเต็มจริงๆ

ในกิจกรรมครั้งนี้ทางเราก็ได้มีโอกาสเข้าร่วมทดลองขับกับเค้าด้วย ซึ่งเส้นทางที่เราได้เข้าร่วมนั้นก็เป็นเส้นทาง กรุงเทพฯ – บุรีรัมย์ – ขอนแก่น ระยะทางรวมๆ แล้วก็ประมาณ 620 กิโลเมตร เป็นเส้นทางที่ไม่ได้วิ่งผ่านถนนเส้นหลักเท่าไหร่ ก่อนที่จะไปทดลองขับกันนั้น มาพูดถึงตัวรถกันก่อนดีกว่าว่าทั้งภายนอก และภายในจะใหญ่ตามสมญานาม “กระบะพันธุ์ยักษ์” รึไหม

มาที่ภายนอกก่อนละกัน หลายๆ ท่านอาจะเคยได้สัมผัส ได้เจอตัวจริงๆ กันบ้างแล้ว แต่พอดีในการทดลองตรับคราวนี้ ทั้งขบวนจะมีแต่รุ่น 2.0 DC GRAND 4WD X 6AT ซึ่งจะเป็นรุ่น TOP เท่านั้น ตัวรถจะมีขนาดยาว 5,365 มิลลิเมตร กว้าง 1,900 มิลลิเมตร สูง 1,850 มิลลิเมตร ฐานล้อ 3,155 มิลลิเมตร ความกว้างช่วงล้อหน้า-หลัง 1,580 มิลลิเมตร ระยะต่ำสุดจากใต้ท้องรถถึงพื้นถนน 183 มิลลิเมตร(แต่ตัวขับ 2 ยกสูงกับสูงกว่าอยู่ที่ 216 มิลลิเมตร) ก็ถือว่าใหญ่พอตัว ถ้าวัดตามขนาดแล้วนั้นจะเล็กกว่าแค่ Ranger เท่านั้นเอง ส่วนความสวยงามในการออกแบบนั้นก็อาจจะดูแปลกตาไปสักหน่อย อาจจะเป็นเพราะเป็นกระบะรุ่นแรกของ MG ที่เป็นสายพันธุ์อังกฤษนั้นเอง

ส่วนเส้นสายต่างๆ รอบตัวรถก็ดูลงตัว เป็นเหลี่ยมสันชัดเจน แต่ก็ยังคงการออกแบบให้อยู่ภายใต้แนวคิดของการพัฒนาที่เรียกว่า บริท ไดนามิก (BRIT DYNAMIC) ซึ่งกลายเป็นหัวใจสำคัญ 4 ประการในการพัฒนารถยนต์ MG ทุกๆ รุ่น มาที่ด้านท้ายของ MG Extender ก็ดูลงตัวใช้ได้

โดยเฉพาะกันชนท้ายที่มีการใส่ใจลงรายละเอียดนิดหน่อยเหมือนมีช่องที่ด้านล่างของกันชนไว้ให้สำหรับบางท่านที่อาจจะเหยียบบนกันชนขึ้นไปไม่ถึง แต่กลับกันในส่วนของฝาท้ายกับมีน้ำหนักพอตัวเลยทีเดียวเวลาเปิดลงมา จริงๆ ทาง MG เค้าก็ทำให้เบาได้นะแต่ก็เป็นออฟชั่นเสริมที่ต้องไปต่อรองกันดูที่โชว์รูมละกันว่าจะได้ฟรีหรือเสียตังค์

มาเริ่มออกเดินทางกันเลยดีกว่า ขบวนเริ่มออกเดินทางจากโรงแรม มิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น แถวๆ ดอนเมือง เพื่อเดินทางมุ่งหน้าสู่จังหวัด บุรีรัมย์ เป็นจุดมุ่งหมายในวันแรกระยะทางก็ประมาณ 400 กิโลเมตร ซึ่งเส้นทางที่ใช้ก็ไม่ใช่เส้นทางหลักมุ่งหน้าจากวิภาวดี เข้าสู่เส้นรังสิต – นครนายก – ปราจีนบุรี แค่ช่วงแรกก็ได้พิสูจน์ความคล่องตัวของกระบะพันธ์ยักษ์กันแล้ว ว่าขับขี่บนถนนช่วงเช้าๆ ช่วงเวลาทำงานจะเป็นยังไงบ้าง ในการขับขี่ในช่วงเวลารถติดนั้นก็พอมีความคล่องตัวอยู่พอสมควร ทั้งในการเปลี่ยนเลน การเร่งแซงในช่วงสั่นๆ อาจจะมีจังหวะที่ต้องรอรอบเครื่องสักนิดหน่อย

สำหรับขุมพลังที่ MG Extender ใช้นั้นเป็นเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล 2.0 ลิตร เทอร์โบ 161 แรงม้าที่ 4,000 รอบ/นาที มีแรงบิด 375 นิวตันเมตรที่ 1,500-2,400 รอบต่อนาที พ่วงด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ขับรถมาเรื่อยก็เข้าเส้น นครนายก – องค์รักษ์ เลยช่วงจาราจรหนาแน่นกันแล้ว ช่วงนี้ก็ขับกันสบายๆ หน่อย

เลยถือโอกาศนี้พูดถึงภายในกันสักหน่อยละกัน ต้องบอกเลยว่าห้องโดยสารนั้นกว้างขวางมาก ไม่อึดอัดทั้งตอนหน้า และตอนหลัง แต่ในส่วนของเบาะนั่งอาจจะมีการเมื่อยกันนิดหน่อยถ้าได้เดินทางกันยาวๆ ในเบาะตอนหลังเพราะองศาการเอียงของเบาะนั่งอาจจะลาดไปสักหน่อยน่าจะชันขึ้นอีกสักหน่อยน่าจะดี สิ่งอำนวยความสะดวกรวมถึงระบบการใช้งานต่างๆ ในตัวรถก็หยิบจับ กดใช้งานได้สะดวกอยู่

แต่ที่น่าสนใจจะเป็นระบบ Entertainment (อันนี้ผมชอบมาก) ที่จริงๆ แล้วก็ใส่อยู่ในหลายๆ รุ่นของรถยนต์ MG รวมถึงระบบ I – Smart การสั่งงานด้วยเสียงที่อัพเดทเวอร์ชั่น สั่งงานได้ง่ายดายกว่าเดิม ในระบบ Entertainment ที่น่าสนใจนั้นก็คงเป็นเรื่องของเพลงที่ต้องบอกว่า Usb Thumb Drive ก็ถูกลดบทบาทลงไปเพราะสามารถฟังเพลงจาก True Music ได้ง่ายๆ มีเพลงให้ค้นหา เลือกฟังมากมาย

การเดินทางก็มาถึงช่วงที่แวะเข้ามาลองระบบขับเคลื่อน 4 ล้อกันแบบสั่นๆ ระยะประมาณ 5 กิโลเมตรเท่านั้น ซึ่งระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ของ MG Extender ก็มีระบบล็อกเฟืองท้ายมาให้ด้วย อุปสรรคต่างในเส้นทางระบบขับ 4  ก็พาผ่านไปได้ด้วยดี ออกจากเส้นทางขับเคลื่อน 4 ล้อก็มาเข้าสู่โหมด On Road กันอีกครั้งกับเส้นทางขึ้นเขา-ลงเขากันบ้าง ที่สามารถใช้ความเร็วกันได้พอสมควร ก็ได้ทดสอบพละกำลังเครื่องยนต์ และสมรรถนะของช่วงล่าง พอมาถึงช่วงนี้ก็จับอาการเครื่องยนต์ได้พอสมควร ทั้งการรอรอบที่มีหน่วงจังหวะนิดหน่อย รวมถึงการทำงานระหว่างเครื่องยนต์ และกล่อง ECU ที่ยังทำงานไม่สัมพันธ์กันเท่าไหร่มีอาการกระตุ๊ก สะดุดนิดหน่อย เมื่อเราคิกดาวน์วิ่งไปได้สักระยะแล้วมีการถอนคันเร่งทันทีจนสุดจะมีอาการเกิดขึ้น แต่ทางทีมงาน MG ก็แจ้งว่าต้องใช้งานกันไปสักพักระบบก็จะเข้าที่เอง เหมือนกำลังเรียนรู้การขับขี่ของผู้ขับอยู่

ส่วนในระบบช่วงล่างที่ใส่มานั้นเป็นแบบ EUROPEAN TUNING SUSPENSION โดยระบบกันสะเทือนด้านหน้าอิสระปีกนกคู่ (Double Wishbone) ด้านหลังเป็นแหนบแบบซ้อนแผ่น (Leaf Spring Suspension) โดยโช้คอัพจาก Sachs เป็นช่วงล่างที่จัดมาได้ดีในการซับแรงกระแทกของตัวรถกับพื้นถนน ในช่วงความเร็วต่ำให้ความนิ่มนวลกำลังดีไม่กระด้างเหมือนรถกระบะทั่วไป ส่วนในความเร็วสูงก็ให้ความมั่นใจกับการเกาะถนนได้ดี แต่ก็ยังมาติดที่ระบบพวงมาลัยที่ใส่เป็นแร็คแอนด์พิเนียน ผ่อนแรงด้วยไฮดรอลิค ตั้งค่าน้ำหนักของพวงมาลัยมาเบาเกินไปจนน่ากลัวเวลาขับความเร็วสูงๆ สุดท้ายปลายทางกับระยะทางทั้งหมดประมาณ 620 กิโลเมตร ใช้ความเร็วกันพอควรอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงก็ไม่ได้ขี้เหล่เท่าไหร่กับขนาดตัวเท่านี้ อยู่ที่ประมาณ 11 – 12 กิโลเมตร/ลิตร

โดยรวมก็ถือว่า MG Extender ก็ยังคงต้องมีการพัฒนา ปรับปรุง กันพอสมควมในรุ่นต่อๆ ไป แม้ในรุ่นปัจจุบันทื่เพิ่งออกมาจำหน่ายนั้นจะมีบางจุดที่ยังมีข้อเสียอยู่ในบางจุด แต่ก็ยังน่าใช้กว่าบางยี่ห้อ ท่านใดที่สนใจ จะชอบ ไม่ชอบก็ต้องไปลองสัมผัส ทดลองขับกันดูว่าเป็นยังไงบ้าง ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในตลาดรถกระบะสำหรับกระบะพันธ์ยักษ์ MG Extender ก็ไปสัมผัส และทดลองขับที่โชว์รูม MG ทั่วประเทศ

บทความที่น่าสนใจ

อีซูซุนำสุดยอดแชมป์ “อีซูซุไทยแลนด์มาสเตอร์ 2018” อวดวงสวิง พร้อมชมวิวภูเขาหิมะมังกรหยก ที่ประเทศจีน

iceparpanchai

ลองแล้ว รักเลย!! ฟอร์ด RANGER WildTrak ใหม่ 2.0 ลิตรเทอร์โบคู่ 213 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด!!

preeyanoot

ทดลองขับ Honda City 1.0 Turbo รถยนต์ Eco Car Phase 2 ที่มาพร้อมขุมพลังเกินตัว

Peng