เปิดสเป็ก โตโยต้า CH-R กุมภาพันธ์นี้เจอกัน!!!

บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เตรียมเปิดตัว โตโยต้า CH-R รถยนต์ SUV ขนาดเล็ก เจาะกลุ่มลูกค้าวัยรุ่น และครอบครัวขนาดเล็กที่มีไลฟ์สไตล์ชอบการท่องเที่ยวและกิจกรรม อย่างเป็นทางการในเดือนกุมภาพันธุ์ ที่จะถึงนี้ หลังจากที่เปิดให้ลูกค้าได้เห็น และรับจองในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 34 เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งปรากฏว่า ได้รับการตอบรับที่ดีด้วยยอดจองกว่า 3,000 คัน ซึ่งโตโยต้า มีกำหนดส่งมอบรถให้ลูกค้าได้ในเดือนมีนาคม เป็นต้นไป

สำหรับโตโยต้า CH-R นั้นจะมีทั้งหมด 4 รุ่นย่อย ประกอบด้วย HV HI (รุ่นท็อป) ใช้เครื่องยนต์เบนซินไฮบริด 1.8 ลิตร ราคาไม่เกิน 1.2 ล้านบาท ,HV MID เป็นเครื่องยนต์เบนซินไฮบริด 1.8 ลิตร ราคา 1.05 แสนบาท ,รุ่น 1.8 MID เป็นเครื่องยนต์เบนซินธรรมดา ขนาด 1.8 ลิตร ราคาต่ำกว่า รุ่น HV MID ไม่เกิน 20,000 บาท และรุ่นล่างสุด คือ 1.8 ENTRY ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ทั้งนี้ ทางโตโยต้า ระบุอัตราการสิ้นเปลืองรุ่นไฮบริดไว้ที่ 24.4 กม./ลิตร พร้อมรับประกันระบบไฮบริด 5 ปี และแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี

สำหรับรุ่นไฮบริด นั้นจะมีสีพิเศษ 3 สีด้วยกัน คือ

สีน้ำเงิน Blue Metallic / หลังคาดำ


สีแดง Premium Red / หลังคาดำ


สีเขียว Radient Green Metallic / หลังคาดำ

ส่วนรุ่นเครื่องยนต์ธรรมดาจะมี 3 สี คือ

สีขาว White Pearl Crystal


สีดำ Attitude Black Mica


สีเทา Metal Stream Metallic

ส่วนอุปกรณ์ มาตรฐานที่ติดตั้งมานั้น บอกได้เลยว่าโตโยต้า จัดเต็มแน่นเอี๊ยด เริ่มตั้งแต่รุ่น ไฮบริดทั้ง 2 รุ่นไฟหน้าเป็น Bi-LED ส่วนเเครื่องยนต์เบนซินธรรมดา ไฟหน้าเป็น Bi-Halogen ไฟท้ายรุ่นไฮบริด เป็น Full LED รุ่นเบนซินธรมดาเป็น LED

ขณะที่ภายในโตโยต้า CH-R เป็นหนังหมดทุกรุ่นยกเว้นรุ่น 1.8 ENTRY ที่เป็นเบาะผ้า ติดตั้งเครื่องเล่น DVD แบบหน้าจอสัมผัสมาให้ทุกรุ่น แต่รุ่นท็อปจะมี เนวิเกเตอร์มาให้ด้วย และติดตั้งถุงลมนิรภัยมาให้มากถึง 7 จุดในทุกรุ่น

โตโยต้า CH-R นี้ได้รับการติดตั้งระบบ เทเลเมติก (TELEMATIC) หรือระบบเชื่อมต่อระหว่างคนกับรถไว้ในรุ่น ไฮบริด ทั้ง 2 รุ่น โดยระบบดังกล่าวจะประกอบด้วย ระบบค้นหารถเช็คตำแหน่งรถคุณผ่านแอพพลิเคชั่น Find My Car หรือ Apple Watch พร้อมฟังก์ชั่น Parking Alert เตือนเมื่อรถเคลื่อนย้าย หรือถูกสตาร์ท ,ระบบ โตโยต้า ไว-ไฟ ที่จะกระจายสัญญาณไวไฟในรถเพื่อเชื่อมต่อกับโลกออนไลน์ได้ทุกที่ ,ระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง และระบบ Operator Service หรือระบบผู้ข่วยส่วนตัวในรถยนต์ ที่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อรถถูกสตาร์ทหรือเคลื่อนที่, ระบบกระจายสัญญาณ Wi-Fi, ระบบตรวจสอบตำแหน่งรถเมื่อถูกโจรกรรม, ระบบผู้ช่วยค้นหาเส้นทางและจองร้านอาหาร, ระบบนำทางพร้อมแสดงข้อมูลจราจร

นอกจากนี้ในรุ่นท็อปสุด โตโยต้า ยังใส่เทคโนโลยีด้านความปลอดภัยไว้เต็มที่ ไม่ว่าจะเป็น ระบบความปลอดภัยก่อนการชน ,ระบบควบคุม และปรับความเร็วอัตโนมัติ (Dynamic Radar Cruise Control) ถือเป็น SUV รุ่นเล็กรุ่นแรกในไทย ที่ติดตั้งระบบนี้มาให้ ,ระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ (Automatic High Beam) ระบบจะปรับลดไฟสูง-ต่ำ อัตโนมัติ เมื่อตรวจจับได้ว่ามีรถสวนมาข้างหน้า เพื่อไม่ให้แยงตารถร่วมทาง พร้อมเปิดไฟอัตโนมัติเมื่อขับขี่ในที่มืด และระบบเตือนเมื่อออกนอกเลนโดยไม่เปิดไฟเลี้ยว พร้อมพวงมาลัยหน่วงกลับอัตโนมัติ (Lanem Departure Alert with Sterring Assiat)

โตโยต้า CH-R นี้เป็นหนึ่งในรถที่ทางโตโยต้า ยื่นใช้สิทธิพิเศษการลงทุนในโครงการรถยนต์ไฮบริด มูลค่ากว่า 1.9 หมื่นล้านบาท แต่ในช่วงแรกของการจำหน่าย โตโยต้า ยังต้องนำเข้าชิ้นส่วน ไฮบริด เข้ามาจากประเทศญี่ปุ่นก่อน


 

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น

Share With: