SOLAR GARD คืนตลาดฟิล์มรถยนต์ ลั่นปีนี้ขอ 70 ล้าน

ฟิล์มกรองแสงรถยนต์ SOLAR GARD หวนทำตลาดฟิล์มกรองแสงรถยนต์ ฟิล์มติดอาคาร ในไทยอีกครั้ง โดยมีตัวแทนจำหน่ายรายใหม่ โซล่าการ์ด คอร์ปอเรชั่น รับผิดชอบการนำเข้า และจัดจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ลุยสร้างความเชื่อมั่นแบรนด์ SOLAR GARD จ่อตั้งศูนย์บริการ SOLAR GARD CENTER ปูพรมทั่วประเทศ 30 แห่ง ดีลเลอร์ 50 แห่ง หวังปั้นยอดขาย 70 ล้านในปีนี้ 

นายชัยชาญ อุปพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โซล่าการ์ด คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจนำเข้าและจำหน่ายพร้อมติดตั้งฟิล์มสะท้อนความร้อนสำหรับรถยนต์ ฟิล์มนิรภัย ฟิล์มใสกันรอย และฟิล์มติดตั้งอาคาร ภายใต้แบรนด์ “SOLAR GARD” เปิดเผยว่า บริษัทได้รับแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจาก บริษัท แซง-โกแบ็ง โซล่าการ์ด จำกัด (Saint-Gobain )ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อเป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เมื่อเดือน พฤศจิกายน 2560 และเริ่มทำตลาดอย่างจริงจังตั้งแต่ต้นปี 2561 โดยบริษัทได้เริ่มทำการตลาดแนะนำผลิตภัณฑ์ “ฟิล์มสะท้อนความร้อนสำหรับรถยนต์ SOLAR GARD” กับกลุ่มผู้บริโภคตัวแทนจำหน่าย และโชว์รูม ตั้งแต่ช่วงเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ สิ่งแรกที่ทางบริษัทต้องเร่งดำเนินการคือ การสร้างความเชื่อมั่นให้กับแบรนด์ SOLAR GARD อีกครั้ง หลังจากที่ผ่านฟิล์ม SOLAR GARD หยุดทำการตลาดไประยะหนึ่ง แต่หลังจากนี้ทางบริษัทจะกลับมาสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในไทยอีกครั้งหนึ่ง โดยตัวผลิตภัณฑ์ฟิล์มรถยนต์ SOLAR GARD นั้นมีคุณสมบัติที่โดดเด่นกว่า ฟิล์มติดรถยนต์รายอื่นๆ 

ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ที่มาจากต่างประเทศ บริษัทแม่มีศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) ผลิตภัณฑ์ของตัวเอง มีชื่อแบรนด์เป็นของตัวเอง ไม่ใช่การนำเข้าฟิล์มจากต่างประเทศแล้วมาตั้งชื่อแบรนด์เอง รวมถึงคุณสมบัติในตัวฟิล์ม SOLAR GARD ที่ใช้เทคโนโลยีสะท้อนความร้อนของดวงอาทิตย์ ไม่ใช่การกรองความร้อนเหมือนกับฟิล์มยี่ห้ออื่นๆ ซึ่งเทคโนโลยีสะท้อนความร้อนนั้นถือเป็นเทคโนโลยีที่โดดเด่นที่สุดของ SOLAR GARD และช่วยลดความร้อนในตัวรถเป็นอย่างดี 

นายชัยชาญ กล่าวต่อว่าในปีนี้ บริษัทแม่แผนตั้ง ศูนย์บริการมาตรฐาน “SOLAR GARD CENTER” จำนวน 30 แห่งทั่วประเทศ และตัวแทนจำหน่าย 50 แห่ง โดยแบ่งเป็นใน กทม.และต่างจังหวัดในสัดส่วนเท่าๆ กัน ทั้งศูนย์บริการฯ และตัวแทนจำหน่าย ซึ่งในส่วนของศูนย์บริการฯ นั้นบริษัทจะลงทุนเอง 2 แห่ง ส่วนที่เหลือจะเปิดให้กับผู้ที่สนใจมาลงทุน โดยการลงทุนในส่วนของศูนย์บริการมาตรฐาน “SOLAR GARD CENTER” นั้นจะใช้เงินลงทุนประมาณ 6 ล้านบาทต่อแห่ง 

สำหรับยอดขายในปีแรก ตั้งเป้าไว้ที่ 70 ล้านบาทต่อปี แบ่งเป็นฟิล์มรถยนต์ประมาณ 55 ล้านบาท ฟิล์มอาคาร 10 ล้านบาท และฟิล์มใสกันรอยอีกประมาณ 5 ล้านบาท และตั้งเป้าการเติบโตไว้ที่ปีละ 20% โดยคาดว่าภายใน 2-3 ปี จะสามารถก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ตลาดฟิล์มติดรถยนต์ในกลุ่มตลาดอินเตอร์แบรนด์ได้อย่างแน่นอน 

“ปีนี้เป็นปีแรกที่ SOLAR GARD เริ่มทำตลาดฟิล์มรถยนต์ระดับพรีเมี่ยมอย่างจริงจัง โดยจะเน้นเจาะฐานลูกค้ากลุ่มที่ใช้รถยนต์ราคาระดับ 1 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งการเข้ามาทำตลาดในครั้งนี้เป้าหมายไม่ใช่การแข่งขันเพื่อแย่งชิงยอดขายในตลาด แต่ต้องการสร้างทางเลือกใหม่ในการปกป้องทั้งผู้ใช้งานและรถยนต์ ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมการผลิต และมีประสิทธิภาพในการใช้งานสูง เหมาะกับสภาพแวดล้อมและภูมิอากาศของประเทศไทย” นายชัยชาญกล่าว

นายคุณัชญ์ เลิศรัตนานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โซล่าการ์ด คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่าบริษัทแม่เป็นผู้ผลิตรายแรกของโลกที่นำเทคโนโลยี “Multi-Layers Sputtering Technology” มาใช้ โดยคัดสรรวัตถุดิบที่มีคุณภาพสูง อาทิ Silver, Gold, Titanium ผ่านขั้นตอนการผลิตด้วยเครื่องจักร “SG Sputter Machine” เป็นเทคโนโลยีการทับซ้อนของอนุภาคโลหะถึง 9 ชั้น เกิดเป็นชั้นฟิล์มที่มีความหนา 3 mil ซึ่งถือเป็นฟิล์มนิรภัยที่มีค่าการสะท้อนรังสีความร้อน (IRR) ถึง 97% ให้ทัศนวิสัยในการขับขี่ที่ดีอย่างมาก มีค่าการสะท้อนแสงต่ำกว่า 8% และมีอายุการใช้งานยาวนานไม่ต่ำกว่า 8 ปี โดยไม่ทำปฏิกิริยาออกซิเดชั่นกับความชื้นที่ทำให้เกิดเป็นสนิมฟิล์มหรือเสื่อมสภาพ

ทั้งนี้ จะนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดจำนวน 4 แพคเกจ ประกอบด้วย LX Series Package “Innovation of Heat Reflection Film”, Brilliant Black “Innovation Of Privacy”, Ultra Performance “Ultra clear Vision” และ Selective Perform ระดับราคาของทั้ง 4 แพคเกจอยู่ระหว่าง 14,000-40,000 บาท


 

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น

Share With: