[รีวิว] Honda City Minor Change ใหม่ปรับรูปลักษณ์ ให้หรูหราขึ้น แล้วการขับขี่หละ??

Honda City Minor Change ใหม่นั้นก็เพิ่งเปิดตัวกันได้ไม่นาน ทางฮอนด้าก็จัดให้สื่อมวลชนทดลองขับกันทันทีประเดิมต้นปี 2560 ก็ถือเป็นเจ้าแรกๆ ของปี ซึ่งช่วงต้นปีที่ผ่านมานั้นก็มีหลายๆ ค่ายทยอยเปิดตัวรถกันอย่างต่อเนื่อง ก็ถือได้ว่าในช่วงต้นปีตลาดรถในประเทศไทยนั้นมีการแข่งขันกันอย่างมาก มาๆ เรามาเข้าเรื่องการทดลองขับเจ้า Honda City Minor Change ใหม่ กันดีกว่าครับ

Review Honda City 2017 (12)

Review Honda City 2017 (13)

Review Honda City 2017 (16)

Review Honda City 2017 (22)

การทดลองขับในครั้งนี้แทบจะเหมือนการขับรถท่องเที่ยวซะมากกว่า โดยใช้เส้นทางจาก กรุงเทพฯ เริ่มต้นที่ บริษัท เอที ฮอนด้า ออโตโมบิล (เอกชัย-บางบอน) จำกัด โชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าที่ได้มาตรฐานและทันสมัยด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสบายให้แก่ลูกค้าแห่งหนึ่งของฮอนด้า มุ่งหน้าอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี และแวะสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ทั้ง ร้านกาแฟคนรักษ์สวน, เดอะซีนเนอร์รี่ รีสอร์ท และโคโรฟิลด์ แล้วก็วิ่งกลับสู่บริษัท เอที ฮอนด้า ออโตโมบิล (เอกชัย-บางบอน) จำกัด รวมระยะทางก็ประมาณ 350 กิโลเมตร

Review Honda City 2017 (30)

Review Honda City 2017 (31)

Review Honda City 2017 (34)

Review Honda City 2017 (33)

Review Honda City 2017 (35)

Review Honda City 2017 (36)

Review Honda City 2017 (32)

เริ่มต้นการเดินทางทางฮอนด้าก็นัดเจอสื่อมวลชนกันที่ บริษัท เอที ฮอนด้า ออโตโมบิล (เอกชัย-บางบอน) จำกัด เพื่อพบปะพูดคุยกันแบบเจาะลึกถึงเจ้า Honda City Minor Change ใหม่ ว่ามันมีอะไรเปลี่ยน อะไรที่ไม่เปลี่ยนบ้าง พอรู้ข้อมูลก่อนออกเดินทางก็เลยได้เดินสำรวจรูปลักษณ์ภายนอกกันสักหน่อย ว่าเป็นยังไงบ้าง หลักๆ ของการปรับเปลี่ยนภายนอกนั้นก็คงจะเป็นในส่วนของกระจังหน้าที่เป็นแบบโครเมียมดีไซน์ใหม่ พร้อมกันชนหน้า-หลังดีไซน์ใหม่ และล้ออัลลอยลายใหม่ดีไซน์สปอร์ต กับระบบไฟรอบคันที่ Honda City Minor Change ใหม่ นี้หันมาคบกับ LED ทั้งหมด เหมือนรุ่นพี่ๆ ที่เปลี่ยนมาใช้กันหมดแล้ว ซึ่งถ้าดูรวมๆ แล้วก็ดูสวย และหรูหรามากขึ้น อ้อๆ ไม่ใช่ทุกรุ่นนะครับหลักๆ จะแค่รุ่น SV+ เท่านั้นที่เปลี่ยนทั้งหมด รวมถึง และก็เป็นรุ่นที่ใช้ทดลองขับในครั้งนี้อีกด้วย ซึ่งราคาค่าตัวในแต่ละรุ่นนั้นมีดังนี้

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ มีทั้งหมด 6 รุ่น ด้วยราคาดังนี้

  • รุ่น SV+ CVT  ราคา 751,000 บาท
  • รุ่น SV CVT  ราคา 736,000 บาท
  • รุ่น V+ CVT  ราคา 689,000 บาท
  • รุ่น V CVT  ราคา 649,000 บาท
  • รุ่น S CVT  ราคา 589,000 บาท
  • รุ่น S MT  ราคา 550,000 บาท

Review Honda City 2017 (10)

Review Honda City 2017 (5)

Review Honda City 2017 (6)

Review Honda City 2017 (4)

พอได้ฤกษ์ออกเดินทางกันกับขบวนรถ Honda City Minor Change ใหม่จำนวน 5 คันกลับกลายมาเหลือ 4 คันก่อนชั่วคราว เนื่องจากวันที่เราทดลองขับนั้นสภาพการจราจรนั้นติดขัดมากสื่อมวลชนหลายท่านกว่าจะมาถึงบริษัท เอที ฮอนด้า ออโตโมบิล (เอกชัย-บางบอน) จำกัด ก็เลตกันพอควร เลยต้องทิ้งรถไว้ 1 คัน ก็ถือเป็นโอกาสดีที่ผมจะได้สัมผัสพื้นที่โดยสารด้านหลังกันก่อนเลยว่าจะเป็นอย่างไร แรกเข้าไปนั่งก็รู้สึกว่ามันกว้างขึ้นนะ พื้นที่ระหว่างหัวเข่ากับเบาะด้านหน้านั้นเหลือเยอะพอดู ต้องบอกก่อนว่าผมเป็นคนสูง สูงประมาณ 187 เซนติเมตร ก็เลยแปลกใจนิดหน่อย ผมเลยได้ถามผู้สื่อข่าวที่นั่งอยู่ด้านหน้าว่าให้เค้านั่งแบบสบายๆ เลยรึยังคำตอบที่ได้ก็คือขาเหยียดตรงแล้วนั่งสบายมากๆ อืม!! ข้างหลังก็นั่งสบายที่เดียว แต่ได้อย่างก็ต้องเสียอย่าง ในส่วนพื้นเหนือศีรษะนั้นกลับแถบจะไม่เหลือเลย นั่งแบบตรงๆ ศีรษะนั้นชนเพดานห้องโดยสารพอดี ถ้าจะไม่ให้ชนก็ต้องล่นตัวลงมาสักหน่อยแต่นั่งนานๆ มันอาจจะมีอาการปวดหลังขึ้นได้ พอขับกันมาสักพักก็ได้แวะพักจิบกาแฟยามสายที่ ร้านกาแฟคนรักษ์สวน พร้อมชมบรรยากาศที่ร่มรื่นด้วยสวนสีเขียวและอากาศบริสุทธิ์ ก่อนจะเดินทางกันต่อ

Review Honda City 2017 (3)

Review Honda City 2017 (2)

Review Honda City 2017 (7)

Review Honda City 2017 (8)

Review Honda City 2017 (17)

พักผ่อนกันได้สักพัก ก็ออกเดินทางกันต่อคราวนี้ได้ขยับมาเป็นผู้โดยสารในตอนหน้าบ้าง เนื่องจากรถ Honda City Minor Change ใหม่กลับมาประจำการกันครบเรียบร้อยทั้ง 5 คัน ซึ่งพื้นที่นั่งด้านหน้าก็กว้างขวางใช้ได้ แต่ก็มีคำถามในใจว่าทำไมรถใหม่ๆ นั้นเก๊ะด้านหน้ามักจะไว้กันต่ำมากๆ เวลาถ้ามีคนนั่งมาด้วยจะเปิดใช้หรือหยิบของนั้นจะรู้สึกเปิดใช้ลำบากมาก ไม่เหมือนสมัยก่อนอาจจะเพราะมี Air Bag เพิ่มเข้ามา และในส่วนของอุปกรณ์ความปลอดภัย และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ ก็ถือว่าให้กันมาเต็มที่ ก็จะมี ถุงลมนิรภัยที่ให้มาถึง 6 ตำแหน่ง ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ถุงลมนิรภัยด้านข้างคู่หน้าแบบอัจฉริยะ และม่านถุงลมด้านข้าง ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (VSA) ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA)  สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS) และกล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ และที่ลดลงก็คือระบบเครื่องเสียง ที่เป็นระบบหน้าจอสัมผัสที่เล็กลงจากรุ่นก่อน แต่ก็ยังรองรับการเชื่อมต่อได้ทั้งระบบปฏิบัติการ Andriod และ iOS และมีช่องเสียบ USB ที่อยู่ติดกับตัวเครื่องที่รู้สึกว่ามันเกะกะ ทั้งๆ ที่ตัวเดิมอยู่แยกกันคนละที่เลย สรุปโดยรวมแล้วบางอย่างที่ลดถอนลง แต่เราก็ได้ความปลอดภัยมาเพิ่มขึ้น พื้นที่ภายในห้องโดยสารก็ดูจะกว้างขวางมากขึ้น

Review Honda City 2017 (24)

Review Honda City 2017 (25)

Review Honda City 2017 (26)

Review Honda City 2017 (27)

Review Honda City 2017 (28)

Review Honda City 2017 (29)

แล้วเราก็เดินทางมาถึงสวนผึ้ง แวะรับประทานอาหารกลางวันกันที่ร้าน เดอะซีนเนอร์รี่ รีสอร์ท และแวะเรียนรู้การอยู่ร่วมกับธรรมชาติที่ โคโรฟิลด์ ฟาร์มเมล่อนออร์แกนิค พร้อมทั้งชมสวนเมล่อนในกรีนเฮ้าส์ที่ทันสมัยที่สุดในอาเซียน เพลิดเพลินกับการทดลองชิมเมล่อนที่เพิ่งตัดสดๆ จากต้น และกิจกรรมตกแต่งต้นบอนไซ ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ เสร็จสิ้นกิจกรรมเตรียมเดินทางกลับก็ถึงคราวผมเป็นพลขับกันแล้วได้ลองกันยาวๆ จนถึงบริษัท เอที ฮอนด้า ออโตโมบิล (เอกชัย-บางบอน) จำกัด แรกเข้าไปนั่งในส่วนของพื้นที่คนขับก็ถือว่าไม่กว้าง ไม่เล็กเกินไปกำลังนั่งสบายๆ

Review Honda City 2017 (9)

เริ่มออกเดินทางกลับกัน เรามาดูสิว่าเครื่องยนต์ SOHC i-VTEC 1.5 ลิตร ที่มีกำลังสูงสุด 117 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที และมีแรงบิดสูงสุด 146 นิวตัน-เมตร ที่ 4,700 รอบต่อนาที ผสานกับระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยแบบ 7 สปีด จะทำได้ดีแค่ไหน จากการทดลองขับนั้นความคล่องตัว อัตราการเร่งแซง ต่างๆ นั้นยังไม่ได้แตกต่างจากตัวเดิม ก็คือการทำงานของเครื่องยนต์ และระบบเกียร์ CVT นั้นทำงานเข้ากันได้เป็นอย่างดี แถมยังมีระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยทำให้สะดวกเมื่อต้องการเร่งแซง หรือใช้การลดเกียร์ลงเพื่อ Engine Brake ก็ใช้ได้ง่ายดาย แต่ในการเข้าโค้ง นั้นให้ความรู้สึกดีขึ้นเนื่องจากมีระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (VSA) ช่วยอยู่แต่ก็ยังมีอาการท้ายออกอยู่นิดหน่อยไม่รู้สึกมากเท่าไหร่

Review Honda City 2017 (1)

Review Honda City 2017 (18)

พอใกล้เข้ากรุงเทพฯ รถก็เริ่มหนาแน่นพอควร ความคล่องตัวของพวงมาลัยในการแซง นั้นแม่นมากหักนิดนึงก็เลี้ยวหลบได้ทันทีไม่มีช่วงว่างของพวงมาลัยให้ต้องห่วง สักพักเราก็ถึงจุดหมายปลายทางที่บริษัท เอที ฮอนด้า ออโตโมบิล (เอกชัย-บางบอน) จำกัด รวมระยะทางประมาณ 350 กิโลเมตร ได้อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันรวมอยู่ที่ 15 กิโลเมตร/ลิตร และในส่วนที่ผมขับกลับระยะทางอยู่ประมาณ 175 กิโลเมตรได้อัตราสิ้นเปลืองอยู่ประมาณ 13.8 กิโลเมตร/ลิตร ก็ถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียวเพราะแต่ละช่วงที่ทดลองขับนั้นใช้ทั้งความเร็วสูง ผจญกับรถติด

Review Honda City 2017 (23)

สรุปแล้วในส่วนของการทดลองขับนั้นไม่ค่อยมีความแตกต่างจากตัวเดิมเลย จะมีก็แค่รูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้นที่มีการเปลี่ยนแปลงไปในบางจุด และภายในที่เปลี่ยนอีกนิดหน่อย ก็ถือว่าเปลี่ยนรูปลักษณ์เพื่อจับกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ ในตลาดรถยนต์เมืองไทย ท่านที่สนใจอยากได้มาครอบครองก็อย่าลืมไปทดลองขับกันก่อนนะครับว่ามันเหมาะกับเรามั้ย เราถูกใจรึเปล่า แล้วค่อยตัดสินใจซื้อกัน

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น

Share With: