ลอง!! โตโยต้า Ativ นุ่ม หนึบ เงียบ ประหยัด แต่…….

“เราปรับช่วงล่างใหม่ ให้นุ่มนวลมากขึ้น แต่หนึบขึ้น เมื่อต้องขับด้วยความเร็วสูง” “เราได้เพิ่มฉนวนกันเสียงตามจุดต่างๆ เพิ่มขึ้นหลายจุด ทำให้ เอทีฟ เป็นรถที่เงยบที่สุดในรถระดับเดียวกัน” นั่นคือคำพูดของฝ่ายเทคนิค บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ก่อนที่จะให้สื่อมวลชนได้ลองขับ รถยนต์อีโคาร์ ซีดาน รุ่นแรกของโตโยต้า อย่าง โตโยต้า Ativ เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา  

และนั่นคือ อีกหนึ่งจุดขายของ โตโยต้า Ativ ที่ถูกนำขึ้นมาพูดถึง นอกจากเรื่องระบบความปลอดภัยที่ถูกใส่เข้ามาในเจ้ารถเล็กคันนี้จนแน่นไปหมด  

การลองขับในครั้งนี้ โตโยต้า ให้เราได้ลองขับทั้งในสนามศูนย์ฝึกบอบรม TDEX เพื่อให้ได้เห็นฟังก์ชั่นการทำงานต่างๆของตัวรถโดยเฉพาะในเรื่องของระบบความปลอดภัย แต่ขอยกเว้นการลองแอร์แบก 7 ลูก ที่โตโยต้าให้มา นอกนั้นให้ลองหมด  

ซึ่งผมเอง ลองขับในสนามนี้มาหลายครั้ง ก็ค่อนข้างจะคุ้นกับ สเตชั่นต่างๆ อยู่ไม่น้อย แต่สเตชั่นที่ผมคิดว่าทำให้ได้รู้จักกับ โตโยต้า Ativ ได้มากขึ้นก็คือสเตชั่น “พื้นถนนเปียกและลื่น” ที่ในสเตชั่นนี้ ที่หากเป็นการขับรถปกติ ที่ไม่มีระบบอะไรช่วย รถจะเกิดอาการลื่นไถล ไม่สามารถควบคุมทิศทางของรถได้ ต้องแก้พวงมาลัยกันจ้าละหวั่นเลยทีเดียว  

แต่กับเจ้า โตโยต้า Ativ  ที่มีระบบควบคุมการทรงตัวหรือ VSC ทำให้เราสามารถควบคุมพวงมาลัยของรถให้ไปในทิศทางที่เราต้องการได้ แม้ว่าจะยากด้วยพื้นผิวถนนที่ลื่นมาก แต่ก็ยังควบคุมทิศทางรถได้อยู่ ซึ่งฟังก์ชั่นนี้ผมถือว่ามีประโยชน์และใช้งานได้แน่ๆ ในชีวิตจริง ซึ่งฟังก์ชั่นเหล่านี้ผบอกได้เลยว่าผู้ขับขี่ไม่รู้หรอกครับว่ามันทำงานเมื่อคุณไปเจอกับถนนลื่นๆ และรถเริ่มเสียการทรงตัว ระบบเหล่านี้จะทำงานอัตโนมัติ และเมื่อเราผ่านสถานการณ์ช่วงนั้นมาได้ ส่วนใหญ่มักจะให้เหตุผลที่พ้นภัยมาได้ว่า “โชคดี” หรือคิดว่า “ขับเก่ง”  

ทั้งที่จริงเป็นเพราะมีระบบป้องกันการเกิดอุบัติเหตุเหล่านี้ช่วยเอาไว้โดยที่เราไม่รู้ ซึ่งเจ้าระบบพวกนี้ทำงานแบบ “ปิดทองหลังพระ” มาโดยตลอด ซึ่งผมเองเรียกร้องให้ค่ายรถยนต์ใส่ฟังก์ชั่นการทำงานของระบบป้องกันการเกิดอุบัติเหตุเหล่านี้มาให้กับรถยนต์ราคาประหยัดมาโดยตลอด และปัจจุบันนี้เราก็เริ่มได้เห็นฟังก์ชั่นเหล่านี้ในรถราคาประหยัดกันแล้ว ซึ่งก็เป็นเรื่องดีของลูกค้าครับที่ได้ฟังก์ชั่นๆ ดีในราคาประหยัด 

เอาเป็นว่า โตโยต้า Ativ สอบผ่านในเรื่องการจัดเต็มของฟังก์ชั่นด้านความปลอดภัยครับ เพราะเจ้าคันนี้ยังมีระบบ TRC หรือระบบป้องกันล้อลื่นไถล ที่เราได้ใช้งานกันแน่ๆ ยามที่เราออกตัวรถด้วยความรุนแรงจนล้อฟรี ซึ่งคุณผู้หญิง หรือคุณผู้ชายหลายคนอาจจะปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่เค้ยยย ไม่เคย ที่จะออกตัวแรงขนาดนั้น แต่เชื่อหรือเปล่าครับว่า พวกเราเคยออกตัวรถกันแรงๆ อย่างนั้นกันเกือบทุกคนแหล่ะครับ โดยเฉพาะช่วงออกตัวตอนติดไฟแดงแล้วเราเผลอเล่นโทรศัพท์มือถือนานไปหน่อย พอเงยหน้ามาอีกทีรถข้างหน้าก็เคลื่อนตัวไปไกลแล้ว  

ร้อยทั้งร้อยครับ ไม่ว่าใครถ้าเจอเหตุการณ์แบบนี้ เหยียบคันเร่งกันหนักเพื่อเร่งออกตัวให้ทันคันหน้า และไม่โดนคันหลังด่า และการเหยียบคันเร่งแรงๆ อย่างนี้แหล่ะครับที่จะทำให้ล้อเกิดอาการหมุนฟรี ซึ่งเจ้าระบบ TRC นี้จะเข้ามาทำงานเพื่อไม่ให้ล้อหมุนฟรีเวลาออกตัวจนทำให้รถเสียการทรงตัว  

ดีครับมีระบบแบบนี้ในรถขนาดเล็กอย่างนี้ ลูกค้าได้ประโยชน์ไปเต็มๆ  

มาเริ่มขับกันเลยดีกว่าครับ สำหรับโตโยต้า เอทีฟ ที่ทางทีมโตโยต้า จัดไว้ให้สื่อมวลชนได้ลองขับมีเพียงรุ่นเดียวคือรุ่น S หรือรุ่นท็อปสุดที่มีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 6.19 แสนบาท ซึ่งมีออปชั่นครบถ้วนไม่น้อยทั้งกล้องมองหลัง เครื่องเสียงอย่างดี พร้อมจอขนาด 7 นิ้ว เบาะลายผ้าแบบสปอร์ต เสาอากาศแบบครีบปลา โคมไฟหน้า-ไฟท้ายรมดำเสียด้วย กระจกข้างสีดำเปียโนแบล็คพร้อมไฟเลี้ยวตกแต่งด้วยแถบสีแดง  

กระจังหน้าโครเมียมรมดำ พร้อมตกแต่งด้วยแถบสีแดงบริเวณกระจังหน้าด้านล่าง ซึ่งก็แล้วแต่ว่าใครจะชอบสไตล์การแต่งแบบไหนก็ว่ากันไป แต่ผมมองว่า โตโยต้า Ativ รุ่น S นี้หล่อใช้ได้เลย ไม่ต้องไปแต่งอะไรเพิ่มเติมแล้ว เสียดายเงิน  

เข้ามาในห้องโดยสาร เจอกับเบาะทรงสปอร์ตลายผ้าลายสีแดงกับดำ ซึ่งดูแล้วก็ออกสปอร์ตหน่อยๆ น่าเสียดายที่เบาะรุ่นท็อปราคาตั้ง 6 แสนบาท ยังเป็นเบาะผ้าอยู่ ซึ่งทางทีมงานโตโยต้าบอกว่าที่ไ่ม่ใช้เบาะหนังเพราะเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อการทำงานของแอร์แบ็ค ลูกที่อยู่ในเบาะคู่ด้านหน้าที่อาจจะไม่สามารถระเบิดทะลุผ่านเบาะหนังออกมาได้ หากเกิดการชน และไม่แนะนำให้ลูกค้าไปเปลี่ยนเป็นเบาะหนังด้วย เดี๋ยวจะเกิดปัญหาอย่างที่บอกไป  

จุดนี้ผมมองว่ามันไม่ใช่คำตอบ เพราะรถหลายรุ่นที่ใช้เบาะหนังกับแอร์แบ็ค 7 ลูก ก็มีให้เห็นอยู่ไม่น้อย ดังนั้นคำตอบเรื่องเบาะหนังฟังธง!! มั่วนิ่ม ถ้าให้เข้าท่าน่าจะเป็นเรื่องของต้นทุนของเบาะระหว่างเบาะหนัง กับเบาะผ้ามากกว่า  

ขยับเข้ามานั่งในตำแหน่งคนขับ รู้สึกว่าเบาะนั่งเล็กไปนิด ปีกของเบาะมาบีบๆช่วงตัวอยู่บ้าง ขยับเบาะให้เข้าที่เข้าทางด้วยแรงตัวเอง ไ่ม่ต้องหาปุ่มปรับเบาะไฟฟ้าให้เมื่อย เอื้อมมือไปปรับพวงมาลัย อ้าว!! ปรับได้แค่ขึ้น-ลง เท่านั้น ไม่สามารถยืดหดเข้ามาใกล้คนขับได้ น่าเสียดายครับ รถสมัยนี้พวงมาลัยน่าจะปรับได้ 4 ทิศทางแล้ว  

มองไปด้านหลัง บอกได้ว่ากว้างขวางใช้ได้ครับกับการมีผู้โดยสารหลังสัก 2 คน มากกว่านั้นเบียดแน่ๆ พื้นห้องโดยสารเป็นแบบแบนราบทำให้นั่งสบายได้มากขึ้นดีทีเดียว อ้อ…เบาะหลังไม่มีที่พักแขนด้านหลังน่ะ เอากระเป๋ามาวางรองแขนกันเอาเองก็แล้วกัน 

ช่องเสียบ USB มีมาให้ 1 ช่องตรงแผง front ของหน้าจอเครื่องเสียงขนาด 7 นิ้ว และมีช่อง Power Outlet อีก 1 จุด ตรงเบรกมือ ดังนั้นใครที่ชอบชาร์อุปกรณ์มือถือถ้าต้องขึ้นโตโยต้า Ativ ควรเตรียม Power Bank ส่วนตัวไว้ด้วยถ้าไม่อยากทะเลาะกับเจ้าของรถเรื่องชาร์จมือถือ  

ขับกันดีกว่า เครื่องยนต์ของโตโยต้า Ativ ยังใช้เครื่องยนต์รุ่นเดิมคือ 3NR-FE 1,200 ซีซี 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว DUAL VVT-i 86 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 108 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที แต่ทีการปรับจูนซอฟท์แวร์ของเกียร์ CVT ให้ตอบสนองได้ดีมากขึ้นกว่าเดิม  

ทันทีที่ได้กดคันเร่งออกตัวบอกได้เลยว่าโตโยต้า Ativ ไม่ใช่รถที่อัตราเร่งดีออกไปทางอืดๆ เสียด้วยซ้ำ สมกับการเป็นรถอีโคคาร์ที่เน้นในเรื่องความประหยัดมากที่สุด แต่อัตราเร่งก็ไปได้แบบเรื่อยๆ พอเพียงต่อการใช้งานแน่นอน รอรอบเครื่องยนต์หน่อยก็สบายแล้ว  

แต่นะครับแต่…ถ้าใครอยากขับเจ้าโตโยต้า Ativ ให้ได้สนุกๆ ก็ปรับเปลี่ยนเกียร์มาอยู่ในตำแหน่ง S ก็พอสร้างอารมณ์สปอร์ตได้ขึ้นมาอีกนิดหน่อย ซึ่งเกียร์ของ โตโยต้า Ativ จะไม่มีตำแหน่งเกียร์ + – มาให้ หรือตำแหน่งเกียร์ 1 2 3 4 มาให้นะครับ เพราะระบบเกียร์เป็น CVT จึงไม่มีตำแหน่งเกียร์ให้เปลี่ยนเล่น ถ้าอยากลากเกียร์หนักๆ สนุกกับการลากรอบเครื่องยนต์หรือต้องการขับแบบซิ่งๆ เข้าเกียร์ไปที่ตำแหน่ง B ครับ  

โตโยต้า Ativ เป็นรถยนต์เพียงรุ่นเดียวที่มีเกียร์ B ซึ่งเกียร์ B คือเกียร์ที่ลากรอบยาวๆ แบบไม่ตัดรอบกันเลยครับ ใครที่ชอบขับรถลากเกียร์ไม่ผิดหวังแน่นอน คุณจะได้ทั้งอัตราเร่งที่ดีขึ้น แต่ต้องแลกกับเสียงเครื่องยนต์ที่ดังเข้ามาในห้องโดยสาร พร้อมทั้งอัตราการสิ้นเปลืองที่น่าจะอยู่ที่ประมาณ 10 กิโลเมตรต่อลิตร จากปกติที่อยู่ที่ 14 กิโลเมตรต่อลิตร กับการขับด้วยความเร็วเกินกว่าที่กฏหมายกำหนด แต่หากว่ิงในระดับ 110-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงตัวเลข 17 กิโลเมตรต่อลิตรมีให้เห็นแน่ๆ ดีไม่ดีตัวเลขไปแตะที่ 20 กิโลเมตรต่อลิตรได้ไม่ยากนัก ดังนั้นเรื่องความประหยัดไม่ใ่ช่เรื่องที่ต้องสงสัยในตัว โตโยต้า Ativ 

นอกจากความประหยัดแล้ว สิ่งที่น่าประทับใจมากๆ กับ โตโยต้า Ativ คือความนุ่มนวลของช่วงล่างที่ดีมาก ทั้งในความเร็วต่ำและความเร็วสูง เราจะไม่รู้สึกถึงความกระด้างของช่วงล่างที่สะท้อนขึ้นมาเลย ไม่ว่าจะขับผ่านทางที่ขรุขระหรือลูกระนาด ต้องปรบมือให้กับทีมวิศวกรของโตโยต้าที่เซ็ตค่าของช่วงล่างออกมาได้นุ่มนวลอย่างนี้ ช่วงล่างนุ่มกว่าคู่แข่งค่ายอืื่นๆ แน่นอน  

ไม่ใช่แต่จะนุ่มนวลอย่างเดียวน่ะ แต่เมื่อขับด้วยความเร็วสูงปรากฏว่าช่วงล่างยัง “หนึบ” อีกด้วย เป็นรถเล็กที่ช่วงล่างหนึบเอาการเลยทีเดียว ผมชักชอบแล้วสิกับช่วงล่างนุ่มๆ แต่เกาะถนนแบบนี้  

ที่บอกว่าช่วงล่างหนึบนั้น หนึบในความเร็วสูงด้วยสิ เอาเป็นว่าความเร็วระดับ 130-140 กิโลเมตร/ชั่วโมง ยังมั่นใจกับช่วงล่างของ Ativ ได้อย่างแน่นอน แถมน้ำนักของพวงมาลัยก็มีน้ำหนักให้เรามั่นใจได้เป็นอย่างดีอีกด้วย มั่นใจได้ทั้งในทางตรง และทางโค้งเลยครับ  

นอกจากเรื่องช่วงล่างแล้ว เรื่องความ “เงียบ” ภายในห้องโดยสารเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของโตโยต้า Ativ ที่ผมเชื่อว่า “ดีกว่า” รถยนต์ในระดับเดียวกัน ถ้าความเร็วไม่เกิน 130 กิโลเมตร/ชั่วโมง อย่าหวังว่าจะมีเสียงรบกวนจากภายนอกเข้ามารบกวน “หู” ของทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารอย่างแน่นอน คุณสามารถเพลิดเพลินไปกับระบบเครื่องเสียงของ Ativ ได้อย่างสบายใจ 

สรุปว่าน่าใช้หรือไม่ บอกเลยว่าใช่ หากไม่คิดมากเรื่องความอึดอัดเวลาเร่งแซงแล้วละก็ คุณจะได้รับทุกอย่างที่รถเล็กๆ คันหนึ่งจะสร้างความสุขให้กับผู้ขับขี่และครอบครัวตัวเล็กของคุณอย่างแน่นอน!!  


 

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น

Share With: