Mazda 3

[รีวิว] Mazda 3 ไมเนอร์เชนจ์ เสริมระบบความปลอดภัยใหม่ ให้การขับขี่ดีขึ้น?

หลังจากเปิดตัวกันมาได้สักพักใหญ่กับเจ้า Mazda 3 ที่ได้ทำการไมเนอร์เชนจ์กันแบบพองามในส่วนของภายนอก และภายใน แต่กลับเสริมความปลอดภัยกันแบบสุดตัวเรียกได้ว่ารถยนต์ใน Segment เดียวกันไม่น่าจะมีคู่แข่งแน่นอน และทางมาสด้าก็เลยได้เชิญชวนสื่อมวลชนมาร่วมทดลองขับ พร้อมทดลองระบบความปลอดภัยที่ทางมาสด้าได้คัดสรรมาเป็นอย่างดีเพื่อมาประจำการในรถ Mazda 3 ไมเนอร์เชนจ์นี้ ซึ่งทางมาสด้าก็ได้จัดเตรียมรถมาให้ทดลองขับครบทั้งรุ่น 4 ประตู และ 5 ประตู และในตัวไมเนอร์เชนจ์ใหม่นี้ทั้งรุ่น 4 ประตู และ 5 ประตูราคา และอุปกรณ์ที่ใส่มาให้จะเหมือนกันทุกรุ่น

Review 2017 Mazda 3 (5)

Review 2017 Mazda 3 (4)

MAZDA 3 SEDAN
Mazda 3 รุ่น E  ราคา 847,000
Mazda 3 รุ่น C  ราคา 928,000
Mazda 3 รุ่น S  ราคา 988,000
Mazda 3 Sports รุ่น SP  ราคา 1,119,000

MAZDA 3 HATCHBACK
Mazda3 Sports รุ่น E  ราคา 847,000
Mazda3 Sports รุ่น C  ราคา 928,000
Mazda3 Sports รุ่น S  ราคา 998,000
Mazda3 Sports รุ่น SP  ราคา 1,119,000

Review 2017 Mazda 3 (28)

Review 2017 Mazda 3 (29)

Review 2017 Mazda 3 (27)

Review 2017 Mazda 3 (22)

ก่อนที่จะออกเดินทางก็มีเวลามาสำรวจดูทั้งภายนอก-ภายในของเจ้า Mazda 3 ว่ามีอะไรปรับเปลี่ยนกันบ้าง ซึ่งทั้งรุ่น 4 ประตู และ 5 ประตู มีปรับเปลี่ยนต่างกันที่บางจุดเท่านั้นนอกนั้นจะเหมือนกันหมด ในส่วนที่เหมือนกันก็จะมีกระจังหน้า กันชนหน้า ไฟตัดหมอก ที่ถูกดีไซน์ใหม่ ไฟหน้าแบบ LED โปรเจคเตอร์ พร้อม Daytime Running Light ดีไซน์ใหม่ รวมไปถึงไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED ดีไซน์ใหม่ และล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ ในส่วนของกันชนท้ายดีไซน์ใหม่จะเปลี่ยนเฉพาะในรุ่น 5 ประตูแค่นั้น

Review 2017 Mazda 3 (12)

Review 2017 Mazda 3 (13)

Review 2017 Mazda 3 (14)

Review 2017 Mazda 3 (15)

Review 2017 Mazda 3 (17)

มาดูกันต่อที่ภายในว่า Mazda 3 นั้นถอดเปลี่ยนอะไรออกไปบ้าง และใสอะไรเข้ามาแทนที่ เริ่มต้นด้วยสีของภายในที่ใช้โทนสีแบบทูโทน เบาะนั่งหุ้มหนังน้ำตาล-ดำ แผงประตูเพิ่มวัสดุสีเงิน สีดำ Piano Black ในส่วนคอนโซล พวงมาลัย มาตรวัดความเร็ว ก็ได้ปรับดีไซน์ใหม่  จอ Active Driving Display ก็เปลี่ยนเป็นแบบสีเพื่อการแสดงข้อมูลที่ชัดเจนมากขึ้น รวมถึงจอ Center Display ดีใหม่แบบ Touch Screen ขนาด 7 นิ้ว อีกทั้งที่บริเวณคอนโซลเกียร์ยังมีระบบเบรคมือไฟฟ้า และสวิตช์ Drive Selection ที่สามารถเลือกขับขี่ในโหมด Sport ได้อย่างง่ายดาย

Review 2017 Mazda 3 (6)

และใกล้ถึงเวลาออกเดินทางก็มีการเรียกรวมตัวเพื่อให้วิทยากรของทางมาสด้าได้มาอธิบายถึงหัวใจหลักที่ Mazda 3 เสริมเข้ามากับระบบความปลอดภัย SKYACTIV-VEHICLE DYNAMICS ที่มาพร้อม GVC (G-VECTORING CONTROL) ระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะที่จะช่วยให้การทรงตัวของรถเป็นไปอย่างนิ่มนวล ส่งผลให้เกิดการยึดเกาะถนนดียิ่งขึ้นในทุกสภาวะการขับขี่ รวมถึงเทคโนโลยีความปลอดภัย  i-ACTIVSENSE เข้ามาอีก 10 ฟังก์ชั่นที่เพิ่มเข้ามาเฉพาะในรุ่น SP ก็จะมี

  1. ระบบ ALH (Adaptive LED Headlamps) ระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ ปรับการทำงานของไฟสูง-ต่ำ แยกอิสระซ้าย-ขวา
  2. ระบบ MRCC (Mazda Radar Cruise Control) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ พร้อมปรับระยะห่างที่ปลอดภัยจากรถคันหน้า
  3. ระบบ SBS (Smart Brake Support) ระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติ
  4. ระบบ DAA (Driver Attention Alert) ระบบช่วยเตือนเมื่อผู้ขับเหนื่อยล้าขณะขับขี่
  5. ระบบ LAS (Lane-Keep Assist System) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน
  6. ระบบ LDWS (Lane Departure Warning System) ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน
  7. ระบบ SCBS (Smart City Brake Support) ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติ
  8. ระบบ SCBS-R (Smart City Brake Support-Reverse) ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติขณะถอยหลัง
  9. ระบบ ABSM (Advanced Blind Spot Monitoring) ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน
  10. ระบบ RCTA (Rear Cross Traffic Alert) ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง

Review 2017 Mazda 3 (32)

หลังจากเข้าครอสระยะสั้นเรียนรู้ระบบต่างๆ ก็เริ่มออกเดินทางกันเส้นทางที่ใช้ในการทดลองขับก็จะเป็นเส้นทางที่ออกจะอ้อมๆ สักหน่อยโดยจะเริ่มออกเดินทางกันจากโชว์รูม ไซม์ ดาร์บี้ มาสด้า พาราไดซ์ พาร์ค ย่านศรีนครินทร์ เพื่อมุ่งหน้าสู่ Rancho Charnvee Resort เขาใหญ่ แต่การทดลองขับนั้นใช้เส้นทาง กรุงเทพฯ – ปราจีนบุรี ขึ้นเขาใหญ่เพื่อลงฝั่งนครราชสีมา เพื่อเข้าสู่โรงแรม Rancho Charnvee Resort เขาใหญ่ แต่ขากลับเราจะวิ่งทางฝั่งถนนมิตรภาพมุ่งหน้าเข้า กรุงเทพฯ ได้ระยะทางรวม ไป-กลับ กว่า 450 กิโลเมตร

Review 2017 Mazda 3 (30)

เริ่มออกเดินก็ได้รับหน้าที่เป็น….ผู้โดยสารกันก่อนเลย!! ซึ่งวันนี้ก็จะรับหน้าที่นี้ยาวๆ โดยประจำการที่นั่งผู้โดยสารด้านหน้าข้างคนขับ เนื่องจากการที่จะไปนั่งในส่วนของผู้โดยสารตอนหลังน่าจะเกิดความลำบากขึ้นแน่ๆ เนื่องจากความกว้างของพื้นที่นั่งผู้โดยสารตอนหลังของ Mazda หลายๆ รุ่นจะไม่กว้างเท่าที่ควร ซึ่งตัวผมเองก็มีรูปร่างที่สูงใหญ่เลยจะนั่งไม่ค่อยสบายเท่าไหร่ แต่ถ้าตัวเล็กลงก็คงจะนั่งได้สบายๆ เหมือนพี่ๆ เพื่อนๆ สื่อมวลชนที่เดินทางมาด้วยกันที่ตัวเล็กกว่านั่งได้สบายๆ และในการเดินทางครั้งนี้ก็นั่งกันทั้งหมด 4 ท่านก็เกือบเต็มคันรถพอดี

Review 2017 Mazda 3 (18)

เนื่องจากนั่งที่ผู้โดยสารด้านหน้าข้างคนขับก็ได้มีโอกาสสำรวจวัสดุที่ใช้ทำห้องโดยสารก็ยังดูดี และสวยงามเช่นเดิม ให้ความรู้สึกเหมือนรถแบรนด์ยุโรปเลยทีเดียว และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ ก็ใช้งานได้ไม่ยาก จัดวางได้ลงตัว และสิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาใหม่นั้นไม่ว่าจะเป็นพวงมาลัยหุ้มหนังแบบ 3 ก้าน จอ Active Driving Display จากจอขาว-ดำก็เพิ่มเติมสีสันเข้ามาช่วยให้ดูได้ชัดเจนขึ้น  และเปลี่ยนระบบเบรกมือแบบก้านดึงเป็นแบบไฟฟ้าแทน ซึ่งก็อยู่บริเวณใกล้กับสวิตช์ Center Commander บริเวณคอนโซลกลาง และทุกรุ่นยังติดตั้งปุ่ม Drive Selection สำหรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่เป็นแบบสปอร์ตมาให้ รวมถึงหน้าจอ Center Display ขนาด 7 นิ้วก็ได้ถูกออกแบบมาใหม่เช่นกัน

Review 2017 Mazda 3 (19)

เบาะนั่งคู่หน้าที่ลูกค้าหลายๆ ท่านจะมีคำถามมาตลอดว่าเป็นไฟฟ้ารึยัง บอกเลยว่ายังเป็นอัตโนมือเหมือนเดิม เนื่องจากทางมาสด้าให้เหตุผลว่าระบบไฟฟ้าที่เบาะนั่งนั้นไม่จำเป็นเลย เพราะลูกค้าที่ซื้อไปส่วนมากก็จะขับอยู่คนเดียวอยู่แล้ว ไม่ได้ปรับเลื่อนเบาะบ่อยเท่าไหร่ทำให้ระบบไฟฟ้าจึงไม่จำเป็นและได้ตัดทิ้งไป แต่ก็ไปเพิ่มเติมที่ระบบอื่นๆ เข้ามาแทน นั่งสำรวจกันไปก็มาถึงจุดผ่านด่านขึ้นลงเข้าใหญ่กันแล้ว ซึ่งตรงนี้ก็จะได้จับถึงความรู้สึก GVC (G-VECTORING CONTROL) ระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะที่จะช่วยให้การทรงตัวของรถเป็นไปอย่างนิ่มนวล ว่าเป็นยังไงกันบ้างเวลาเจอโค้งเยอะๆ แถมยังเป็นโค้งขึ้นเขา-ลงเขาอีกด้วย นั่งตั้งแต่ตีนเขาฝั่งจังหวัดปราจีนบุรีจนถึงตีนเขาฝั่งจังหวัดนครราชสีมา ผู้โดยสารทั้งคันให้ความรู้สึกเดียวกันว่าอาการโยนของตัวรถ นั้นน้อยมาก ไม่มีอาการเหวี่ยง ซึ่งก็ต้องบอกว่าระบบ GVC นั้นมีบทบาทในการช่วยเหลือเป็นอย่างมาก

Review 2017 Mazda 3 (25)

แล้วก็มาถึงโรงแรม Rancho Charnvee Resort เขาใหญ่ สักทีแต่ก็ยังไม่ได้เวลาพักผ่อนทาง Mazda ก็ได้จัดสนามทดสอบเล็กๆ เพื่อให้ได้สัมผัสระบบ GVC (G-VECTORING CONTROL) และระบบ MRCC (Mazda Radar Cruise Control) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ พร้อมปรับระยะห่างที่ปลอดภัยจากรถคันหน้า ได้เข้าใจ และชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยจะนำ Mazda 3 รุ่นก่อนไมเนอร์เชนจ์ มาให้สื่อมวลชนได้สลับทดสอบกัน และเมื่อได้ทดสอบกันเรียบร้อยทำให้รู้ถึงความแตกต่างที่ชัดเจนเป็นอย่างมากระหว่าง Mazda 3 รุ่นเก่า และ Mazda 3 รุ่นใหม่ กับระบบที่ Mazda 3 รุ่นใหม่มีมาให้นั้นขับได้สนุกขึ้น ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

Review 2017 Mazda 3 (20)

รุ่งเช้าอีกวันก็ได้เดินทางกลับกันคราวนี้ก็ได้ฤกษ์เป็นผู้ขับกันบ้างแล้วมาดูกันว่าเครื่องยนต์เบนซิน SkyActiv-G 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 2,000 ซีซี จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบไดเร็คอินเจ็คชั่น ให้กำลังสูงสุด 165 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ แรงบิดสูงสุด 210 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบ ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด SkyActiv-Drive ที่มีการอัพเกรดขึ้นอีกระดับจะมีการตอบสนองที่ดีขึ้นแค่ไหน เริ่มออกเดินทางก็ค่อยๆ ทำความคุ้นเคยกับรถก่อน เริ่มแรกที่คิกดาวน์จะรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของเครื่องยนต์รอบมาเร็วขึ้นการทำงานของเกียร์ CVT สมูทลื่นไหลเป็นอย่างมาก ในการคิกดาวน์ของรถ Mazda นั้นถ้าคนที่เคยขับแล้วน่าจะรู้ว่ามันมีอยู่ 2 จังหวะ คือเมื่อเราเหยียบไปสุดแล้วจริงๆ มันยังไม่สุด จะยังมีอีกช่วงจังหวะนึงเหยียบลงไปได้อีกเหมือนช่วยอีกหนึ่งจังหวะถ้าในช่วงแรกความเร็วยังมาไม่พอในการแซงอันนี้ผมชอบมาก

Review 2017 Mazda 3 (24)

Review 2017 Mazda 3 (23)

การบังคับควบคุมของพวงมาลัยก็มีการปรับน้ำหนักตามความเร็ว ให้ความคล่องตัวเป็นอย่างมาก ทั้งการแซง การหักหลบอุปสรรคบนท้องถนน รวมถึงการเข้าโค้งนั้นแม่นยำใช้ได้ทีเดียว พอเริ่มคุ้นกับตัวรถก็เริ่มลอง Paddle Shift ที่พวงมาลัย พร้อมปรับสวิตช์ Drive Selection มาที่โหมด Sport การตอบสนองมาเร็วทันใจขับได้สนุกมาก สนุกจนเพลินเลยทีเดียว จนความเร็วพุ่งไปเกือบ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในช่วงเวลาไม่นานเลยต้องรีบถอนคันเร่งทันทีเพราะถนนเส้นมิตรภาพนั้นกล้องจับความเร็วนั้นเยอะมากๆ อาจจะได้รูปที่ระลึกส่งมาถึงบ้านก็ได้ และในช่วงความเร็วขนาดนั้นเรื่องเสียงที่เข้ามาในห้องโดยสารหละจะเป็นยังไง หลายๆ ท่านคงคิดว่ามันต้องดังแน่ๆ แต่ทาง Mazda ได้มีการใช้แดมเปอร์แบบไดนามิกที่ Trailing arm ของช่วงล่างหลัง และจุดตัดขวางของช่วงล่าง มันช่วยลดการสั่นสะเทือนของชิ้นส่วนต่างๆ ในขณะขับขี่ทำให้ลดเสียงรบกวนจากถนน และยังนำไปใช้ในส่วนต่างๆ ของตัวถังเพื่อดูดซับเสียงลมได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ทำให้การขับขี่เงียบกว่าเดิม และเทคโนโลยีความปลอดภัย  i-ACTIVSENSE ทั้ง 10 ฟังก์ชั่นที่เพิ่มเข้ามาเฉพาะในรุ่น SP เท่านั้น ก็ช่วยในเรื่องความปลอดภัยของการขับขี่ได้ดีขึ้นมาก

Review 2017 Mazda 3 (1)

สรุปรวมๆ แล้วในการทดลองขับ Mazda 3 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่นั้นต้องบอกว่าระบบต่างๆ ที่ทาง Mazda เค้าใส่มาให้นั้นทั้ง SKYACTIV-VEHICLE DYNAMICS ที่มาพร้อม GVC (G-VECTORING CONTROL) และ i-ACTIVSENSE ทั้ง 10 ฟังก์ชั่น ทำให้คู่แข่งร้อนหนาวแน่นอน เพราะระบบที่เพิ่มเข้ามานั้นช่วยในการขับขี่ได้ดีขึ้นมาก รวมถึงมีการอัพเกรดนิดๆ หน่อยๆ ให้ระบบ SkyActiv ก็ทำให้เครื่องยนต์ เกียร์ มีประสิทธิภาพในการขับขี่ได้ดีขึ้น ก็นับว่า Mazda 3 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ นั้นเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของรถใน Segment เดียวกัน ข้อมูลต่างๆ ที่พิมพ์ขึ้นมาก็เป็นแค่ตัวช่วยในการตัดสินใจเท่านั้น ท่านที่กำลังสนใจอยู่ก็ลองไปทดลองขับกันดูครับว่าจะถูกใจรึเปล่า

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น

Share With: