นิสสัน สู้ศึกอีโคคาร์ จับ NOTE-ALMERA ใส่โฉม MY18 เพิ่มออปชั่น แต่ยืนราคาเดิม

บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าสู้ศึกตลาดรถยนต์อีโคคาร์เมืองไทย หวังรักษาตำแหน่งเบอร์ 2 ตลาดรถยนต์อีโคคาร์เมืองไทยไว้ให้ได้ ด้วยการนำ นิสสัน โน้ต และ อัลเมร่า 2 อีโคคาร์ ยอดนิยมมาใส่ออปชั่นด้านรักษาความปลอดภัย และความสะดวกเพิ่ม เป็นเวอร์ชัน MY18 แถมยืนราคาเดิม คือ 6.4 แสนบาท (โน้ต VL) และ 6.2 แสนบาท (อัลเมร่า สปอร์ตเทค)

นิสสัน โน๊ต อัลเมร่า และมาร์ช  มีส่วนแบ่งการตลาดในตลาดรถยนต์อีโคคาร์อยู่ประมาณ 21% ขณะที่เจ้าตลาดอย่าง โตโยต้า ยาริส และเอทีฟ ครองความเป็นเบอร์ 1 ตลาดรถอีโคคาร์เมืองไทย ด้วยส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 30% ซึ่งนิสสัน เองต้องการรักษาส่วนแบ่งดารตลาดและตำแหน่งรองแชมป์ในปีนี้เอาไว้ให้ได้ ซึ่งการรักษาตำแหน่งดังกล่าวไม่ใช่เรื่องง่าย จะอาศัยเพียงแค่แคมเปญทางการตลาดเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอแน่นอน จำเป็นต้องมีเครื่องมืออื่นเข้ามาช่วย

และการไมเนอร์เชนจ์ คือเครื่องมือที่ นิสสัน นำมาใช้ในวันนี้ ส่วนที่ว่าทำไม มีแต่รุ่น โน้ต และ อัลเมร่า เท่านั้นที่มีเวอร์ชั่น MY 2018 แล้ว มาร์ช รถอีโคคาร์รุ่นแรกของตลาดรถยนต์เมืองไทย ทำไมไม่มีรุ่น MY18 ด้วยละ คำตอบก็คือ เจ้ามาร์ช นั้นมียอดขายที่ดีอยู่แล้ว โดยมียอดขายเฉลี่ยเดือนละ 800 กว่าคัน ไม่จำเป็นต้องใส่ออปชั่นใดเพิ่ม มาร์ช ก็มีกลุ่มลูกค้าอยู่แล้ว ขณะที่ โน้ต และ อัลเมร่า มีคู่แข่งในตลาดค่อนข้างมาก ทำให้ต้องเพิ่มความคุ้มค่าลงไปในตัวรถให้ได้มากที่สุด เพื่อแข่งขันในตลาดนี้

สำหรับ นิสสัน โน้ต นั้นได้เพิ่มระบบการขับขี่ที่เสริมความปลอดภัยของผู้ขับขี่และผู้ที่ใช้ท้องถนนร่วมกัน หรือ Intelligent Driving ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรถแบบ อีโค-คาร์ เพื่อทำให้ นิสสัน โน้ต โดดเด่นกว่าอีโคคาร์ ยี่ห้ออื่นให้ได้มากที่สุด

Intelligent Mobility Driving Technology

เทคโนโลยีอัจฉริยะ ล้ำสมัยบน นิสสัน โน้ต ใหม่

  • ครั้งแรกในรถ อีโค-คาร์ กับระบบ Intelligent Around View Monitor (AVM) กล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง AVM มองเห็นได้ทุกจุดรอบคัน ตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนวัตถุ และบุคคลที่เคลื่อนไหว จากกล้องรอบคัน MOD (Moving Object Detection) โดยแสดงผลที่กระจกมองหลัง เทียบเท่ารถยนต์ขนาดใหญ่ อย่างนิสสัน เทียน่า นิสสัน เอ็กซ์เทรล

  • ระบบ Intelligent Forward Collision Warning (FCW) ระบบช่วยเตือนก่อนการชนด้านหน้า โดยเซ็นเชอร์จากกล้องด้านหน้ารถจะตรวจจับบุคคล และยานยนต์บริเวณหน้ารถ แล้วส่งสัญญาณเสียงพร้อมสัญลักษณ์เตือนบนหน้าปัด

  • ระบบ Intelligent Emergency Braking ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ ทำงานร่วมกับระบบช่วยเตือนก่อนการชนด้านหน้า  โดยวิเคราะห์ระยะห่าง และความเร็วด้วยกล้องด้านหน้า แล้วช่วยชะลอความเร็วและหยุดรถ  โดยระบบนี้จะทำงานที่ความเร็วไม่เกิน 6 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

  • ระบบ Lane Departure Warning ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเส้นทาง ซึ่งระบบจะทำงานที่ความเร็วมากกว่า 70 กม./ชม.

ขณะที่ภายนอกไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ให้ลูกค้า นิสสัน โน้ต 

ส่วนภายใน เพิ่มอุปกรณ์มากขึ้น โดยเฉพาะ รุ่น VL ติดตั้ง ระบบเครื่องเสียงใหม่หน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้วรองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และระบบนำทาง Application ผ่าน smartphone ช่องเชื่อมต่อ  AUX, USB, Bluetooth และช่องเชื่อมต่อ AV-in , HDMI ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบ Bluetooth  ลำโพง 4 ตำแหน่ง พร้อมระบบควบคุมเครื่องเสียงและโทรศัพท์ที่พวงมาลัย

อัลเมร่า MY18 แต่งหน้าทาปาก นิดหน่อยมีการเพิ่มชุดแต่งภายนอกให้มีความเป็นสปอร์ตมากขึ้น

  • กระจังหน้าโครเมียมดีไซน์ใหม่ ไฟหน้าโฉมใหม่ พร้อมกันชนหน้าและไฟตัดหมอกรูปลักษณ์ใหม่ตกแต่งด้วยโครเมียม
  • กันชนหลังและล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่
  • แผงคอนโซลภายในห้องโดยสาร ออกแบบใหม่ตกแต่งสีดำเปียโนแบล็ค แผงประตูและมือจับตกแต่งโครเมียม เบาะสีดำบุผ้าลายใหม่เนื้อผ้า
  • ขณะที่เวอร์ชัน สปอร์ตเทค (sportech) เบาะผ้าดีไซน์สปอร์ตใหม่ พร้อมตะเข็บด้ายแดงคู่ พวงมาลัย 3 ก้านสไตล์สปอร์ตดีไซน์ใหม่ มาพร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย

ภายใน เพิ่มฟังก์ชั่นความสะดวกสบายมากขึ้น

  • รุ่น VL ติดตั้ง ระบบเครื่องเสียงใหม่หน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้วรองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Application ระบบนำทาง ผ่าน smartphone
  • ระบบเชื่อมต่อ AUX, USB, Bluetooth และช่องเชื่อมต่อ AV-in , HDMI ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบ Bluetooth  ลำโพง 4 ตำแหน่ง
  • กล้องมองหลัง และสัญญาณเตือนกะระยะด้านหลัง 3 จุด

ส่วนเครื่องยนต์ของ นิสสันโน้ต และ อัลเมร่า MY2018 ยังคงใช้เครื่องยนต์ตัวเดิมคือ เครื่องยนต์เบนซิน HR12DE 3 สูบ แถวเรียง DOHC (Double Overhead Camshaft) 12 วาล์ว CVTC (Continuously Variable-valve Timing Control) ขนาด 1,198 ซีซี มาพร้อมกับหัวฉีดอีเลคทรอนิคส์ มัลติพอยท์ (ECCS) 32 บิท ที่ฉีดเชื้อเพลิงได้ละเอียดและแม่นยำ ช่วยให้ได้ทั้งสมรรถนะและความประหยัด  โดยให้กำลังสูงสุด 79 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 106 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที และยังมีระบบตัดการทำงานของเครื่องยนต์อัตโนมัติ เมื่อรถหยุดนิ่ง (Idling Stop)

 

ระบบเกียร์เป็นแบบ XTRONIC CVT  D-Step Logic ช่วงล่างด้านหน้า อิสระ แม็คเฟอร์สัน สตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลัง ทอร์ชัน บีม พร้อมเหล็กกันโคลง 

โดยนิสสัน โน๊ต MY2018 มีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ สีแดง เรเดียน เรด, สีชมพู สวีท พิงค์, สีม่วง พลัม, สีขาว ไวท์ เพิร์ล, สีเงิน บริลเลียนท์ ซิลเวอร์ และสีดำ แบล็ค สตาร์ โดยมี 2 รุ่น ย่อย คือ 1.2V และ 1.2 VL


 

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น

Share With: