Mitsubishi Triton ใหม่ เปิดตัวครั้งแรกในโลก ก่อนจำหน่ายในไทย 17 พ.ย.นี้

Mitsubishi Triton ใหม่ เปิดตัวครั้งแรกในโลก พร้อมจำหน่ายในไทย 17 พ.ย.นี้

Mitsubishi Triton ใหม่ เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในโลกที่เมืองไทย ก่อนเริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายนนี้

Mitsubishi Triton ใหม่ หรือ L200 ถือเป็นรถกระบะรุ่นใหม่ล่าสุด ที่ผลิตขึ้น ณ ศูนย์การผลิตแหลมฉบังของ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกที่สำคัญของ Mitsubishi โดยภายหลังจากการเปิดตัวในประเทศไทยครั้งนี้ Mitsubishi Triton ใหม่ จะทยอยเปิดตัวสู่ตลาดอื่นๆ ทั่วโลกรวมกว่า 150 ปรเทศ

Mitsubishi Triton ใหม่ ได้รับการปรับโฉมภายใต้แนวคิด “แกร่งดังหินผา” ทั้งภายนอกและภายในสะท้อนถึงจิตวิญญาณของความ ‘แกร่ง ลุยทุกอุปสรรค’ ด้านหน้าโดดเด่นด้วยดีไซน์ใหม่แบบ “Dynamic Shield” ผสานเข้ากับเส้นสายอันดุดันของฝากระโปรงหน้า พร้อมไฟหน้าดีไซน์ใหม่ที่ติดตั้งอยู่บนตำแหน่งที่สูงขึ้น ดีไซน์ของตัวถังผสานกันอย่างลงตัวด้วยส่วนโค้งมนตัดกับเส้นสายอันโฉบเฉี่ยว มีซุ้มล้อขนาดใหญ่เน้นความแกร่งและทันสมัย รวมถึงชุดไฟท้ายและชุดกันชนใหม่ช่วยเพิ่มควมบึกบึน

ภายในห้องโดยสารถูกออกแบบโดยเน้นความทันสมัย และสะท้อนถึงความแกร่งได้เป็นอย่างดี ด้วยลักษณะการออกแบบแผงควบคุมตลอดจนช่องแอร์ ที่สามารถสัมผัสได้ถึงความปราณีตและคุณภาพของวัสดุนุ่ม และการตัดเย็บที่บริเวณกล่องคอนโซลข้างคนขับ รวมถึงที่วงแขนและเบรกมือซึ่งผลิตขึ้นอย่างพิถีพิถัน

ใต้ฝากระโปรงติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ความจุ 2.4 ลิตร เทอร์โบแปรผัน ให้กำลังสูงสุด 181 แรงม้า ที่ 3,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 430 นิวตันเมตร ที่ 2,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์ร์ธรรมดา 6 สปีด หรือ เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

เรทราคา Mitsubishi Triton ในแต่ละรุ่น

Mitsubishi Triton ใหม่ มีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อให้เลือกทั้งแบบ Super-Select 4WD II ที่มอบพละกำลังและการควบคุมตัวรถได้อย่างเหนือชั้น หรือระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ Easy-Select 4WD ที่สามารถปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้อย่างง่ายดาย ซึ่งทั้งสองระบบได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มสมรรถนะการขับขี่บนเส้นทางออฟโรดให้ดียิ่งขึ้น

เทคโนโลยีการขับเคลื่อนสี่ล้อทั้งระบบ Super-Select 4WD II และ Easy-Select 4WD ได้มีการเพิ่มเติมโหมดใหม่สำหรับการขับขี่บนเส้นทางออฟโรด สามารถปรับเปลี่ยนการตั้งค่าให้เหมาะสมกับรูปแบบการขับขี่ ได้แก่ Gravel, Mud/Snow, Sand และ Rock โดยเมื่อขับเคลื่อนในโหมดออฟโรด ระบบดังกล่าวจะช่วยควบคุมพละกำลังของเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง รวมถึงเบรก เพื่อการกระจายกำลังไปยังล้ออย่างเหมาะสม สามารถลุยบนเส้นทางอุปสรรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีความปลอดภัยและระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่เพิ่มเข้ามาใหม่ได้แก่ ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (FCM), ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตาและแจ้งเตือนขณะเปลี่ยนเลน (BSM with LCA), ระบบเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด (RCTA), ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะเมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรง (UMS) และกล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา

 


 

บทความที่น่าสนใจ

Mazda CX-3 เจนใหม่จะมีขนาดใหญ่ขึ้น และมีเครื่องยนต์ที่ทันสมัยกว่าเดิม

Peng

สรยท. ประกาศผลรถยนต์ 6 รุ่น ลุ้นรางวัล “รถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2561”

Peng

บอสใหญ่ McLaren เผยอยากเห็นค่ายรถแข่งเรื่องการลดน้ำหนักมากกว่าแข่งแรงม้า

Peng