MINI Countryman ใหม่ หรู ลุย ในคันเดียว

“MINI Countryman ใหม่” หรู ลุย ในคันเดียว

มาแล้ว มาแล้ว รถยนต์ในฝันของใครหลายๆ คน รวมทั้งของผมด้วย นั่นก็คือ รถยนต์แบรนด์ “MINI” รถยนต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มองแว่บเดียวก็รู้แล้วว่าเจ้ารถคันนี้ คือ มินิ ทั้งจากขนาดของตัวรถที่ มินิ กระทัดรัด รูปร่างรูปทรงที่มีสเน่ห์ของตัวเอง โดยเฉพาะเจ้าไฟหน้าดวงกลมโต เห็นชัดมาแต่ไกล และเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของรถมินิ


สำหรับรถยนต์ มินิ ที่ Carvariety จะนำมารายงานผลการลองขับให้แฟนๆ ได้อ่านกันก็คือ เจ้ามินิ คันทรีแมน โฉมใหม่ล่าสุด โมเดลปี 2017 ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นานมานี้เอง
มินิ คันทรีแมน เป็นอีกหนึ่งอนุกรมของ รถยนต์ มินิ ที่เน้นในเรื่องขนาดของตัวรถให้มีขนาดใหญ่กว่า มินิ รุ่น 3 ประตู ที่เป็นรุ่น original ของมินิ โดยมินิ คันทรีแมนนั้น ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อเจาะตลาดลูกค้าที่มีความชื่นชอบแบรนด์มินิ แต่ต้องการรถประเภท SUV ที่มีขนาดใหญ่กว่าเจ้ารุ่น 3 ประตู มีพื้นที่เก็บสัมภาระให้เหมาะกับวิถีชีวิตของคนมีครอบครัว แต่ๆๆๆๆๆ ยังต้องการรถที่ขับสนุกเช่นเดิม

ซึ่ง มินิ คันทรีแมน ก็สามารถตอบโจทย์ดังกล่าวได้เป็นอย่างดี และล่าสุด มินิ ประเทศไทย เปิดตัว มินิ คันทรีแมน โฉมใหม่ล่าสุด ในโมเดล MY17 มาทำตลาดในประเทศไทย โดยมินิ คันทรีแมน โฉมใหม่นี้ เป็นรุ่นนำเข้าจากประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นโรงงานผลิตมินิ คันทรีแมน เพียงโรงงานเดียวในโลก และที่น่าเสียดายคือ มินิ ประเทศไทย ยังไม่มีแผนขึ้นไลน์การประกอบ มินิ คันทรีแมน โฉมใหม่นี้ ในประเทศไทย เหมือนรุ่นก่อนหน้านี้เสียด้วย


เรามาดูกันครับ ว่ามินิ คันทรีแมนโฉมใหม่นี้ มีทั้งหมดกี่รุ่น แล้วแต่ละรุ่นต่างกันมากน้อยแค่ไหน มินิ คันทรีแมนโฉมใหม่ ถูกเปิดตัวออกมาทั้งหมด 3 รุ่น ประกอบด้วย
-MINI Cooper Countryman ราคา 2,339,000 บาท
-MINI Cooper S Countryman ราคา 2,699,000 บาท
-MINI Cooper S Hightrim Countryman ราคา 2,999,000 บาท

เห็นราคาแบบนี้ แล้วบอกได้เลยว่าเหนื่อยแน่ เพราะมินิ คันทรีแมน ในโมเดลเก่า รุ่นที่ประกอบในประเทศนั้น มีราคาเริ่มต้นที่ 1.8 ล้านบาทในรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร แต่มาในวันนี้ราคาเริ่มต้นของ มินิ คันทรีแมนโฉมใหม่ ขยับมาอยู่ที่ 2.339 ล้านบาท ซึ่งถือว่าสูงมากเอาการ ประกอบกับ “คู่แข่ง” ในตลาดอย่าง ออดี้ ที่เปิดตัวออดี้ Q2 ในราคา 2.39 ล้านบาท เมอร์เซเดส เบนซ์ GLA 200 ที่เปิดตัวมาในราคา 2 ล้านบาทนิดๆ ทำให้ลูกค้ามีทางเลือก ช้อปปิ้ง รถยนต์ในกลุ่มนี้ไม่น้อย แถมแต่ละยี่ห้อต่างมีดีด้วยกันทั้งนั้นอีกด้วย

แต่นั่นเป็นเรื่องของการแข่งขัน เรามาพูดถึงการลองขับของเราดีกว่า มินิ คันทรีแมน โฉมใหม่ทั้ง 3 รุ่นนี้แต่ละรุ่นมี option แตกต่างกันไป เริ่มต้นจาก MINI Cooper Countryman น้องเล็กคนสุดท้อง ที่เป็นรุ่นเริ่มต้นนั้น ทุกอย่างค่อนข้างจะ “ประหยัด” กันไปหมด เริ่มตั้งแต่เครื่องยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์เป็นรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร ทวินพาวเวอร์เทอร์โบ 136 แรงม้า ที่รอบเครื่องยนต์ 4,400-6,000 รอบ/นาที เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ออปชั่นภายในก็พอมีระดับนึง ไม่ได้หรูหราอะไรมากนัก จอแสดงผลที่คอนโซลกลางมีขนาด 6 นิ้วเท่านั้น


ขณะที่ รุ่น Cooper S ทั้ง 2 รุ่นคือ Cooper S และ Cooper S Hightrim ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร ทวินพาวเวอร์ เทอร์โบ ที่ให้แรงม้ามากถึง 192 แรงม้า ซึ่งบอกได้เลยว่า “แรงได้ใจ” แรงมากกว่าที่คุณคิดแน่นอน รวมถึงออปชั่นต่างๆก็เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว

ส่วนใครที่ชะเง้อมองหาเครื่องยนต์ดีเซล บอกไว้เลยครับว่า “ไม่มี” ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างมาก เพราะเครื่องยนต์ดีเซลของ มินิ นั้นเป็นเครื่องยนต์ดีเซล ที่ใช้ร่วมกับ BMW ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์ดีเซลที่ดีที่สุดในโลกเลยทีเดียว แต่ในประเทศไทย นโยบายของรัฐบาลมองไปในเทคโนโลยีรถไฟฟ้า ก็เลยทำให้เครื่องยนต์ดีเซลไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐมากนัก โดยทางมินิ ประเทศไทย บอกว่า เครื่องยนต์ที่มีความเป็นไปได้ในอนาคตน่าจะเป็นเครื่องยนต์ PlugIn Hybrid มากกว่า
การลองขับครั้งนี้ เรามีโอกาสได้ลองขับทั้ง 3 รุ่นครับ แต่เป็นการขับแบบลองแบบละนิดละหน่อยเท่านั้น ก็เลยขอนำมาเล่าให้ท่านผู้อ่านได้รับทราบเป็นข้อมูลเบื้องต้นกันเสียหน่อย

มาเริ่มกันที่ MINI Cooper Countryman กันก่อนละกัน เพราะเป็นน้องเล็กที่สุดราคา “เอื้อมถึง” มากที่สุด ออปชั่นน้อยที่สุด แต่ก็ถือว่าใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน
MINI Countryman โฉมใหม่ นี้เป็น Generation ที่2 ของ MINI Countryman มีการปรับเปลี่ยนหน้าตาไปจากเจนฯ 1 ไปพอสมควรโดยเฉพาะไฟหน้าที่ไม่ใช่แบบกลมโตเหมือนเดิม แต่มีเหลี่ยมมุมมากขึ้นนิดหน่อย ดูโฉบเฉี่ยวและวัยรุ่นมากขึ้น ซึ่งเจ้าไฟหน้าของ MINI Cooper Countryman ใช้หลอดฮาโลเจน แต่ถ้าเป็น Cooper S และ Cooper S Hightrim ไฟหน้าจะใช้หลอด LED แต่ก็มีไฟ DayTime มาให้ในทุกรุ่น และเมื่ออ้อมไปด้านหลังไปยังประตูท้าย ก็พบว่า MINI Countryman โฉมใหม่ทุกรุ่นนั้น ติดตั้งระบบเปิดฝาท้ายอัตโนมัติมาให้ โดยไม่ต้องกดปุ่มเปิดที่รีโมท หรือกดปุ่มเปิดที่ฝาท้าย เพียงแค่ยื่นเท้าเข้าไปใต้กันชน ฝาท้ายก็จะเปิดเองโดยอัตโนมัติแล้ว แถมปิดก็ใช้เท้าสอดไปใต้กันชนเพื่อปิดฝาท้ายได้เช่นเดียวกัน

เดินดูรอบๆ ตัวรถก็พบว่าเจ้า MINI Countryman โฉมใหม่นี้ ใหญ่ขึ้นกว่ารุ่นเก่าอยู่พอตัวทีเดียว โดยความยาวของตัวถังเพิ่มขึ้นถึง 20 เซนติเมตร กว้างขึ้น 3 เซนติเมตร และฐานล้อยาวขึ้น 7.5 เซนติเมตร ก็เลยทำให้ห้องโดยสารใหญ่มากขึ้น แต่บอกได้เลยว่า มินิ ก็ยังเป็นมินิ วันยังค่ำ โดยเฉพาะในเรื่องของพื้นที่ห้องโดยสารตอนหลังที่ยังคงคับแคบอยู่ นั่งแล้วอึดอัดใช้ได้เลยครับ เข่าผมติดกับพนักเบาะหน้าแบบเป็นญาติสนิทกันเลยทีเดียว


เอาเป็นว่า เบาะหลังนั่งได้แต่ไม่สบายเท่าที่ควร ผู้ใหญ่นั่งอึดอัดแน่นอน แต่ถ้าเป็นเด็กสบายมากครับ แต่ที่กว้างขึ้นมามาก กลายเป็นพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลัง ที่พอเปิดฝาท้ายมาแล้วต้องตาโต กับขนาดห้องเก็บสัมภาระที่กว้างกว่ารุ่นก่อนไม่น้อยทีเดียว โดยมีความจุมากถึง 450 ลิตร และสามารถขยายขนาดเพิ่มขึ้นเป็น 1,309 ลิตร เมื่อพับเบาะที่นั่งหลังลงไป

แต่…สิ่งที่น่าติของพื้นที่เก็บสัมภาระของ MINI Countryman โฉมใหม่นี้ คือเวลาที่เราพับเบาะหลัง เราไม่สามารถพับได้จากด้านหลังได้ ต้องเดินอ้อมมาที่เบาะนั่งด้านหลังแล้วดึงสลักที่อยู่ตรงเบาะหลัง ถือว่าไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่นัก ถ้ามีสลักดึงจากที่เก็บสัมภาระด้านหลังด้วยจะสะดวกกว่านี้เยอะครับ


เข้ามาในห้องโดยสาร ของ MINI Countryman โฉมใหม่ ยังคงมีหน้าตาคล้ายคลึงกับรุ่นเก่าอยู่พอควร โดยเฉพาะหน้าจอทรงกลมโตที่อยู่ตรงกลางคอนโซลหน้า ถ้าเป็นรุ่น Countryman หน้าจอจะมีขนาด 6.5 นิ้ว และไม่ได้เป็นระบบจอสัมผัสครับ เป็นแค่จอแสดงผลเท่านั้น แต่ถ้าเป็นรุ่นพี่อย่าง Cooper S และ Cooper S Hightrim นั้นจอจะเป็นแบบสัมผัสละครับ จะจิ้มจะเลื่อนเลือกคำสั่งก็จัดไป และโดยเฉพาะรุ่น Cooper S Hightrim นั้นไม่ใช่แค่ระบบสัมผัสเฉยๆ แต่หน้าจอใหญ่ขึ้นมาอีก 2 นิ้วเป็น 8.5 นิ้ว ใหญ่ให้เต็มตากันไปเลย แถมมีระบบนำทางมาให้อีกด้วย ซึ่งกราฟฟิกของระบบนำทางนี้บอกได้เลยครับว่า สวยยยยมากกกก


ขณะที่ แผงมาตรวัดต่างๆ บริเวณคอนโซลหน้า ยังคุ้นตากับมาตรวัดทรงกลมบอกความเร็วที่มีตัวเลขระบุไว้สูงสุดถึง 260 กม./ชม. แต่ถ้าวิ่งจริงละก็ ความเร็วสูงสุดของรุ่น Cooper นั้นอยู่ที่ 200 กม./ชม. ส่วนรุ่น S ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 224 กม./ชม. และยังมีมาตรวัดทรงกลมซ้อนอยู่ด้านซ้าย เป็นมาตรวัดความเร็วรอบเครื่องยนต์ ด้านขวาของมาตรวัดความเร็วเป็นแผงไฟ บอกปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิง

พวงมาลัยสปอร์ต 3 ก้าน แบบมัลติฟังก์ชั่น มีปุ่มควบคุมเครื่องเสียง ปุ่มรับ-ปฏิเสธโทรศัพท์ รวมถึงปุ่มควบคุมการทำงานของระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ พร้อมระบบเบรกอัตโนมัติด้วย ซึ่งต้องขอเป็นโอกาสหน้าครับ ว่าระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัตินี้จะเป็นแบบคุมความเร็วแบบแปรผัน หรือเป็นระบบตั้งความเร็วอัตโนมัติเท่านั้น และเวลาเบรกให้ความมั่นใจได้มากน้อยแค่ไหน


MINI Countryman โฉมใหม่นี้ ออกแบบภายในมาดีกว่ารุ่นเก่าเยอะเลย อย่างที่วางของบริเวณคนโซลกลางก็เป็นที่เก็บของตำแหน่งของปุ่มควบคุมการทำงานของเครื่องเสียงและเมนูต่างๆ รวมถึงปุ่มเบรกมือไฟฟ้าดูลงตัวดีครับ ไม่ได้เป็นรางเลื่อน เหมือนรุ่นเก่าที่ผมไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำออกมาทำไม สำหรับเบาะนั่งของรุ่น Cooper เป็นเบาะผ้า ถ้าจะเอาเบาะหนังก็ต้องเลือกรุ่น Cooper S ขึ้นไปครับ

สตาร์ทกันเลย เพราะเจ้า Countryman โฉมใหม่ ใช้ปุ่มสตาร์ทแล้ว ไม่ต้องเอากุญแจที่รูปร่างเหมือนยานอวกาศไปเสียบที่ช่องแล้วถึงกดปุ่มสตาร์ท คราวนี้เก็บกุญแจไว้ในกระเป๋า เปิดประตู ก้าวเข้ามาแล้วกดปุ่มสตาร์ทกันเลย

มาพูดถึงเรื่องความแรงของเครื่องยนต์ทั้ง 2 ตัวของ Countryman โฉมใหม่ กันเลยครับ ถ้ารุ่น Cooper ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร ทวินพาวเวอร์ เทอร์โบ 136 แรงม้าที่รอบเครื่องยนต์ 4,400-6,000 รอบ/นาที เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ส่วนรุ่น Cooper S และ Cooper S Hightrim ใช้เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ทวินพาวเวอร์ เทอร์โบ 192 แรงม้า ที่รอบเครื่องยนต์ 5,000-6,000 รอบ/นาที

พูดถึงความแรง บอกเลยว่า “แรง” ทั้ง 2 ตัวแน่ๆ อย่างรุ่น Cooper ที่หลายคนอาจจะมองว่าเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรทวินเทอร์โบ ตัวนี้จะเอาอยู่มั้ยกับรถที่ขนาดใหญ่อย่างนี้ ผมฟันธงเลยว่า “สบายครับ” ขับสนุกแน่ๆ และยิ่งเมื่อเราเข้าโหมดการขับแบบ Sport ความสนุกก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น คุณได้รู้สึกถึงการกระชากกระชั้นที่รุนแรงมากขึ้น พวงมาลัยที่หนักขึ้น การเร่งแซงทำได้ดีทั้งในช่วงความเร็วต่ำ และควมเร็วระดับกลาง ส่วนการเร่งแซงในความเร็วสูงนั้น เครื่อง 1.5 ลิตรหมดแรงแล้วครับ แต่ที่ผมบอกว่าเร่งแซงในความเร็วสูงคือความเร็วเกิน 150 กม./ชม.นะครับ ต้องรอรอบเครื่องยนต์กันพอตัวเลย


แต่ถ้าเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตรเทอร์โบละก็ไม่ต้องพูดถึงความแรงครับ เอาเป็นว่าหลังติดเบาะทุกครั้งที่คุณเหยียบคันเร่งก็แล้วกัน การเร่งแซงหายห่วง โดยเฉพาะถ้าใช้โหมด Sport ละเหมือนคุณกำลังนั่งในรถแข่งก็ว่าได้ ไม่ต้องกังวลว่าจะขับได้เร็วขนาดไหน กังวลแต่เพียงว่า คุณเองจะขับรถคันนี้ได้เร็วแค่ไหนมากกว่า

ระบบเกียร์ของเครื่องทั้ง 2 ตัวก็ต่างกัน โดยรุ่น Cooper ใช้เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ขณะที่รุ่นทั้ง 2 ใช้เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ซึ่งต่างกันมากเหลือเกินในเรื่องของเทคโนโลยี รวมถึงความราบเรียบในการเปลี่ยนเกียร์ ที่เกียร์ 8 สปีดทำได้ดีกว่าพอสมควร แต่จะว่าไปแล้วถ้าเราไม่จับสังเกตุการเปลี่ยนเกียร์แบบจับผิดกันละก็ “ไม่รู้สึก” ถึงการกระตุกของเกียร์แน่นอน ผมว่าผ่านทั้งคู่ครับ


ส่วนเรื่องความแม่นยำของพวงมาลัยนั้น “ยกนิ้ว” ให้ทั้งรุ่น Cooper และรุ่น Cooper S ทั้ง 2 รุ่น ที่แม่นยำมาก ตามสไตล์ของมินิ คือมีช่วงฟรีของพวงมาลัยให้น้อยมาก หมุนพวงมาลัยนิดเดียวหน้ารถก็หันไปตามทิศทางนั้นแล้ว ซึ่งถ้าใครชอบก็ชอบ แต่ถ้าใครไม่ชอบก็จะบอกว่าขับแล้วเหนื่อย

การลองขับครั้งนี้ มินิ ประเทศไทย นอกจากวางทางให้ขับบนทางเรียบแล้ว ยังวางทางให้เราได้ลองขับในทางลูกรังเป็นหลุมเป็นบ่อ เพื่อพิสูจน์ระบบช่วงล่าง และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลาด้วย ซึ่งจากการลองลุยดุ ผมว่าใช้ได้ครับ เราสามารถเอาเจ้า Countryman โฉมใหม่ นี้ไปลุยดิน ลุยขี้เลน ได้เลยครับ เพราะจากความสูงของตัวรถที่ต้องกังวลว่าท้องรถจะไปครูดกับพื้นถนน ทำให้เรากล้าที่จะลุย ที่สำคัญทั้งเครื่องยนต์และช่วงล่าง ก็พร้อมจะพาคุณไปลุยได้เช่นกัน ที่สำคัญลุยน้ำท่วม กทม.ได้สบายๆ

มาพูดถึงช่วงล่างของ Countryman โฉมใหม่กันบ้าง วันนี้บอกได้เลยว่าเราจะไม่ได้เห็นช่วงล่าง โกคาร์ท เหมือนมินิรุ่นก่อนๆแล้ว โดยในรุ่น Cooper นี้ช่วงล่างจะออกนุ่มนวลพอสมควร แต่ก็ยังติดกระด้างนิดๆ ส่วนในรุ่น Cooper S ทั้ง 2 รุ่นช่วงล่างกระด้างเลยครับ แต่ก็ถือว่าใช้งานในชีวิตประจำวันได้สบายๆ ซึ่งช่วงล่างที่กระด้างๆ นี้เป็นเอกลัษณ์ของรถมินิ เลยครับไม่ว่าจะไปซื้อรุ่นไหนเจอแบบนี้ทั้งนั้น

ผมว่าส่วนหนึ่งที่ทำให้ช่วงล่างกระด้างมาจาก ขนาดล้อและยางของ Countryman โฉมใหม่ด้วย โดยรุ่น Cooper นั้นใช้ใช้ล้อขนาด 17 นิ้ว ส่วน Cooper S ใช้ล้อขนาด 18 นิ้ว ซึ่งแน่นอนว่ามันต้องกระด้างขึ้นมาบ้าง ซึ่งถ้าใครต้องการรถ SUV ที่นั่งสบายๆเหมือนนั่งโซฟา มองข้าม Countryman โฉมใหม่ ไปได้เลยครับ

ขณะที่ อัตราการสิ้นเปลือง ถ้าเป็นรุ่น Cooper เครื่องยนต์ 1.5 ลิตรเทอร์โบนั้น “น่าใช้” ไม่ บอกได้เลยว่า “น่าใช้มาก” เพราะอัตราการสิ้นเปลืองอยู่ที่ประมาณ 13-15 กม./ลิตร แต่ถ้าเป็น Cooper S อัตราสิ้นเปลืองต้องเพิ่มขึ้นมาแน่นอน คืออยู่ประมาณ 9-13 กม./ลิตร ขึ้นอยู่กับน้ำหนักเท้าของเจ้าของรถครับ
ถามว่า น่าใช้มั้ย? บอกได้เลยว่ามากกกก ถ้าให้เลือกผมขอรุ่นท็อป คือ Cooper S Hightrim ที่มีทุกอย่างมาให้พร้อมสรรพแล้ว แม้ว่าราคาจะเกือบ 3 ล้านบาท ก็ขอเถอะน่ะ เพราะมันคือ MINI นั่นเอง


 

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น

Share With: