[แลกหมัด] MG GS ลดขนาดเครื่องยนต์ ลงมาสู้กับหนึ่งในเจ้าตลาดอย่าง Mazda CX-3 จะสู้ได้หรือไม่

[แลกหมัด] MG GS ลดขนาดเครื่องยนต์ ลงมาสู้กับหนึ่งในเจ้าตลาดอย่าง Mazda CX-3 จะสู้ได้หรือไม่

แลกหมัดครั้งนี้เรานำรถ SUV Crossover พี่บิ๊กเบิ้มจากค่าย MG กับ MG GS ที่ลดหัวใจหลักให้ต่ำลงจาก 2.0 ลิตร ลงมาเหลือแค่ 1.5 ลิตรเท่านั้น มาปะทะกับรถ SUV Crossover รุ่นพี่ที่ขายดีอยู่ในตลาดประเทศไทยกับเจ้า Mazda CX-3 ซึ่งทั้ง 2 คันนั้นมีราคาที่ใกล้เคียงกัน แต่ขนาดรถ กับเครื่องยนต์นั้นดูแตกต่างกันพอตัว ส่วนรุ่นที่จะนำมาดวลกันก็จะเป็นรุ่น

mazdacx3-3 mg-gs-6
(ด้านหน้า Mazda CX-3 และ MG GS)

Mazda CX-3 2.0 SP  ราคา  1,045,000 บาท
MG GS 1.5 X  ราคา 990,000 บาท

ก่อนเริ่มเรื่องขอนอกเรื่องก่อนนะครับ ปีนี้เป็นปีที่รถแนว SUV และแนว Crossover นั้นมาแรงจริงๆ หลายค่ายต่างเปิดตัวกันมากมาย หลายหลาย Segment ตั้งแต่รุ่นใหญ่ ยันรุ่นเล็ก และคนไทยก็ยังนิยมซื้อมาใช้งานอีกด้วย ถึงแม้ราคาบางตัวจะแรงน่าดูแต่ก็ยังมีคนซื้อมาใช้ และที่เราจับคู่นี้มาชนกันนั้นเพราะ MG GS ลดขนาดเครื่องลงมาแล้วมันน่าสนใจเป็นอย่างมากจึงลองนำมาแลกหมัดกับเจ้าตลาดอย่าง Mazda CX-3 ดูว่าจะสู้ได้สูสีมั้ยกับราคาที่แตกต่างกันอยู่ 55,000 บาท

mazdacx3-2 
(ด้านข้าง Mazda CX-3 และ MG GS)

mazdacx3-1 mg-gs-5
(ด้านท้าย Mazda CX-3 และ MG GS)

มาเริ่มกันที่ภายนอกของผู้ท้าชิงกันก่อน GS 1.5 X ในด้านรูปทรงภายนอกนั้นไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงจากรุ่น 2.0 X เลยจะแตกต่างกันก็แค่อุปกรณ์ที่ติดตั้งให้มาเท่านั้น เช่น ระบบไฟหน้าที่เป็น ฮาโลเจน ไม่มีระบบหัวฉีดน้ำล้างไฟหน้า และปลายท่อไอเสียที่ไม่ได้เป็นแบบโครเมียม เท่านั้น อุปกรณ์อื่นๆ ก็จะมีมาให้ปกติทั้ง ระบบไฟหน้าเปิด-ปิด และปรับสูง-ต่ำอัตโนมัติ, ไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่เวลากลางวัน, ไฟตัดหมอกหน้า-หลัง, ราวหลังคา แถมยังไม่ได้ตัดซันรูฟไฟฟ้าทิ้งไปอีกด้วย เรียกได้ว่ากับราคาที่ลดลงยังได้อุปกรณ์ต่างใกล้เคียงตัว GS 2.0 X เลยทีเดียว และในส่วนขนาดตัวอวบๆ ของ GS 1.5 X นั้นก็มากับความยาวที่ 4,500 มิลลิเมตร กว้าง 1,855 มิลลิเมตร สูง 1,689 มิลลิเมตร และระยะต่ำสุดจากพื้นถนนสูง 174 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักตัวอยู่ที่ 1,460 กิโลกรัม

2015-mazdacx3-59 gs_1069
(ไฟหน้า Mazda CX-3 และ MG GS)

2015-mazdacx3-63 dsc_5630
(ไฟท้าย Mazda CX-3 และ MG GS)

แล้วทางเจ้าตลาดหละเค้ามีอะไรใส่มาให้บ้าง ทางด้าน CX-3 2.0 SP ก็จะมีไฟหน้าแบบ LED ไฟท้ายก็เป็น LED และไฟตัดหมอกคู่หน้าก็ยังใช้ LED อีก ยังไม่หมดรวมถึงไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่เวลากลางวันก็ยังเป็นแบบ LED, ระบบไฟหน้าเปิด-ปิด และปรับสูง-ต่ำอัตโนมัติ, กระจกกรองแสงรอบคันพร้อมลดเสียงรบกวนจากภายนอก และท่อไอเสียคู่แบบสปอร์ต พร้อมปลายท่อโครเมียม อุปกรณ์ที่ให้มาก็ไม่ได้มาก ไม่ได้น้อยเกินไป คุ้มค่ากับราคาที่ต้องจ่ายไป แล้วขนาดตัวหละเจ้า CX-3 2.0 SP นั้นมีความยาวอยู่ที่ 4,275 มิลลิเมตร กว้าง 1,765 มิลลิเมตร สูง 1,550 มิลลิเมตร และระยะต่ำสุดจากพื้นถนนสูงอยู่ที่ 160 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักตัวอยู่ที่ 1,231 กิโลกรัม

ถ้าวัดกันที่อุปกรณ์รถทั้ง 2 รุ่นนั้น CX- 3 2.0 SP ดูจะมีภาษีที่ดีกว่าพอควร แต่พอมามองที่ตัวถังขนาดของตัวรถนั้น GS 1.5 X ออกจะได้เปรียบอยู่มากเลยทีเดียวยาวกว่า กว้างกว่า และก็ยังสูงกว่าอีก แต่กลับไปเสียเปรียบเรื่องของน้ำหนักตัว แต่ถ้ามองโดยรวมๆ แล้วทั้งคู่ก็ดูสูสีกันอยู่ หักล้างกันได้พอดีกับขนาดตัว และอุปกรณ์ภายนอก

%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%81

ผ่านจากภายนอกก็มาที่ภายในมาดูสิว่ารถที่กว้างกว่านั้นจะเป็นยังไงบ้างกับเจ้า GS 1.5 X ในด้านอุปกรณ์ที่ได้นั้นก็จะมีเบาะนั่งเป็นหนังสังเคราะห์ ฝั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง ข้างคนขับเป็นอัตโนมือ และเบาะหลังแยกปรับพับ 60:40, พวงมาลัยปรับได้ 4 ทิศทาง, มีระบบควบคุมความเร็ว, ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง และกุญแจรีโมทอัจฉริยะ พร้อมปุ่ม Push Start หมดจากอุปกรณ์ต่างๆ แล้วก็มาที่ระบบเครื่องเสียงที่ได้กันก็จะเป็นหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว กับลำโพง 8 ตำแหน่ง พร้อมระบบนำทาง Navigator และที่ขาดไม่ได้นั้นก็เป็นระบบ inkaNet ที่ตอนนี้มี MG อยู่เจ้าเดียวเท่านั้นที่มีให้ รวมก็ได้อยู่กับราคาค่าตัวที่ต้องเสียไป

 test-drive-mg-gs-22

2015-mazdacx3-21 test-drive-mg-gs-23

2015-mazdacx3-23 test-drive-mg-gs-24

2015-mazdacx3-28 test-drive-mg-gs-26
(ภายในห้องโดยสาร Mazda CX-3 และ MG GS)

และใน CX-3 นั้นก็มีมาให้อยู่พอตัวเช่นกันทั้งเบาะหนังสีแดงผสมกับผ้า Lux Suede สีดำ ทรงสปอร์ต แต่ไม่มีระบบไฟฟ้ามาช่วยในการปรับเบาะแต่กลับเป็นอัตโนมือทั้งคู่หน้า และเบาะหลังก็แยกปรับพับ 60:40, พวงมาลัยปรับได้ 4 ทิศทาง, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมฮีทเตอร์, และกุญแจรีโมทอัจฉริยะ พร้อมปุ่ม Push Start และระบบเครื่องเสียงที่ให้มาก็เป็นจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว พร้อมระบบสั่งงาน MDZ Connect ควบคุมด้วยปุ่ม Center Commander เพียงปุ่มเดียว และให้ลำโพงมา 6 ตำแหน่ง มีระบบนำทาง Navigator และยังมีระบบสั่งการด้วยเสียงให้มาอีกด้วย

2015-mazdacx3-34 test-drive-mg-gs-2
(หน้าจอทัชสกรีน Mazda CX-3 และ MG GS)

 mg_gs_10
(แผงหน้าปัด Mazda CX-3 และ MG GS)

2015-mazdacx3-31 gs_1033
(เกียร์ Mazda CX-3 และ MG GS)

พอเข้ามาภายในของทั้ง 2 คันต้องบอกเลยว่าคู่ชกอย่าง GS 1.5 X น่าคบหาซะจริงๆ ภายในอาจจะไม่ได้สวยงามลงตัวเท่าไหร่แต่สิ่งอำนวยความสะดวก และพื้นที่ทั้งหน้า และหลังนั้นให้มาคุ้มค่าใช้ได้ ทำเอาเจ้าตลาดอย่าง CX-3 2.0 SP คงหนาวๆ กันได้บ้าง เพราะ CX-3 2.0 SP นั้นตัดหลายๆ อย่างทิ้งไปพอควรเช่น เบาะไฟฟ้า(ต้องบอกนิดนึงว่าทางทีมงานมาสด้าเคยพูดไว้ว่าความจำเป็นของเบาะไฟฟ้านั้นไม่ค่อยจะจำเป็นสักเท่าไหร่ในรถที่มีเจ้าของเดียวเพราะพอปรับแล้วก็จะอยู่อย่างนั้นเกือบตลอดไม่ค่อยได้ใช้งาน ซึ่งพอไม่ค่อยได้ใช้งานทิ้งไว้นานๆ ความเสียหายก็จะเกิด ค่าใช้จ่ายก็จะตามมา), ระบบควบคุมความเร็ว และช่องแอร์ด้านหลังก็ไม่มี พื้นที่ก็แคบกว่านิดหน่อย แต่ก็ยังได้เรื่องของดีไซน์ที่ดูสวยงามกว่า ความสะดวกสบายในการควบคุมระบบต่างๆ ในปุ่มเดียวคล้ายๆ รถทางฝั่งยุโรป อันนี้ก็ต้องดูถึงความจำเป็นและความชอบของแต่ละท่านแล้วว่าชอบกว้างขวาง สิ่งอำนวยความสะดวกเยอะ หรือจะแคบลงนิดแต่สวย ลองเลือกกันดูครับ

%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%99

section-5-mggs-car-structure airbag
(ระบบความปลอดภัย MG GS)

หมดของเรื่องภายนอก และภายในแล้ว ต่อมาเราก็มาดูที่ระบบความปลอดภัยกัน ใน GS 1.5 X นั้นมีระบบความปลอดภัยที่เรียกว่า Synchronized Protection System 13 ระบบความปลอดภัยที่ทำงานประสานกันหมดทั้ง ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเหยียบเบรกกะทันหัน – ABS, ระบบกระจายแรงเบรกตามน้ำหนักบรรทุก – EBD, ระบบเสริมแรงเบรกในภาวะฉุกเฉิน – EBA, ระบบควบคุมการทรงตัว – SCS, ระบบป้องกันการลื่นไถลเมื่อเกียร์ลดต่ำอย่างฉับพลัน – MSR, ระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้ง – CBC และระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและลดการลื่นไถล – TCS ยังไม่หมดนะครับเดี๋ยวไปดูกันที่ตารางเปรียบเทียบแล้วกัน นอกจากระบบ Synchronized Protection System 13 แล้วนั้นก็ยังมีถุงลมนิรภัยคู่หน้า และม่านถุงลมด้านข้างใส่มาให้ด้วย จะให้อะไรมาเยอะขนาดนี้(จะได้ใช้กันหมดรึเปล่าก็ไม้รู้)

car-feature-full01(ระบบความปลอดภัย Mazda CX-3)

ข้ามมาทางฝั่ง CX-3 2.0 SP บ้าง ในเรื่องของความปลอดภัยนั้น ก็มีมาให้อย่างมากมายเช่นกันไม่น้อยหน้า ทั้ง ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน – ABSM, ระบบเตื่อนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน – LDWS, ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติ – SCBS, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและลดการลื่นไถล – TCS และระบบควบคุมเกียร์ – ASS ยังมีอยู่อีกนิดหน่อย แม้จะไม่มากมายแต่ก็ครบทุกส่วนที่สำคัญๆ และก็ยังมีถุงลมนิรภัยคู่หน้า พร้อมถุงลมด้านข้างสำหรับผู้โดยสารตอนหน้า และม่านถุงลมนิรภัย

จากระบบความปลอดภัยสำหรับรถยนต์ที่มีอยู่มากมายนั้นทั้งคู่ให้มามากพอกับความจำเป็นที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน แต่ก็มีบางอย่างที่อีกคันนึงมีอีกคันนึงไม่มี ซึ่งก็ไม่ได้มีผลอะไรมากมาย ก็ถือได้ว่าทั้งคู่ให้ระบบความปลอดภัยมาในระดับที่ดีกันเลยทีเดียวกับรถราคาเท่านี้

%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2

สุดท้ายก็ระบบขับเคลื่อน และระบบช่วงล่างเราคงต้องมาพูดถึงของใหม่กันก่อนเลยกับ GS 1.5 X ที่เปลี่ยนหัวใจดวงใหม่เป็นเครื่องยนต์เบนซิน DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว 1,490 ซีซี. ที่พ่วงด้วย Turbo TGI –TECH ทำให้แรงม้าพุ่งไปที่ 167 แรงม้าที่ 5,600 รอบต่อนาทีให้แรงอัดอยู่ที่ 250 นิวตันเมตรที่ 1,700 – 4,400 รอบต่อนาที(แรงไม่ใช่เล่นเลยนะเนี่ย) ผนวกกับเกียร์ใหม่ Twin Clutch Sportronic Transmission (TST) อัตโนมัติ 7 Speed มาช่วยลากน้ำหนักที่อวบๆ ให้ไม่รู้สึกว่ารถมันหนักมากเกินไป ส่วนในระบบช่วงล่างนั้นในด้านหน้าก็เป็นแบบอิสระแมคเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังเป็นแบบอิสระมัลติลิงค์ พร้อมเหล็กกันโคลง ระบบเบรกด้านหน้าเป็นดิสก์เบรกพร้อมช่องระบายความร้อน หลังเป็นดิสก์เบรก

mazda-cx-3-engine 
(เครื่องยนต์ Mazda CX-3 และ MG GS)

ส่วน CX-3 2.0 SP ก็มากับระบบ SKYACTIV เต็มรูปแบบทั้งเครื่องยนต์เบนซิน SKYACTIV-G DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว 1,998 ซีซี. ให้ม้ามา 156 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดอยู่ที่ 204 นิวตันเมตรที่ 2,800 รอบต่อนาที พ่วงด้วยเกียร์ SKYACTIV-DRIVE อัตโนมัติ 6 Speed พร้อมด้วยแมนนวลโหมด Active Matic ต่อด้วยระบบช่วงล่าง SKYACTIV-CHASSIS ด้านหน้าเป็นแบบอิสระแมคเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังเป็นแบบกึ่งอิสระทอร์ชั่นบีม และระบบเบรกด้านหน้าเป็นดิสก์เบรกพร้อมช่องระบายความร้อน หลังเป็นดิสก์เบรก

ตอนแรกก็มองๆ ดูอยู่ว่า MG GS เค้าจะออกเครื่องยนต์ 1.5 มาใหม่นั้น ผมก็รู้สึกว่ามันจะไหวเหรอกับน้ำหนักรถที่มากอยู่ แต่พอได้เห็นถึงสเปกก็เข้าใจแล้วว่ามันไหวแน่ๆ การขับขี่คงจะยังพูดถึงไม่ได้เพราะยังไม่ได้ไปทดลองขับเลย(ไว้ได้ขับแล้วจะมาเล่าให้ฟังนะครับ) ถ้าวัดกันที่ตารางนั้น CS 1.5 X นี้จะได้เปรียบเกือบทุกตรง ทั้งแรงม้า แรงบิด แต่ก็ยังไม่รู่ว่าพอได้ขับจริงแล้วจะลากเจ้าร่างอวบๆ ไปได้ดีแค่ไหน แต่สำหรับ CX-3 2.0 SP นั้นได้ทดลองมาหนักพอควรถ้าท่านใดได้เคยอ่านในทริป บุกฝ่าความหนาวเหน็บ ตะลุยข้ามทวีป มองโกเลีย กับมาสด้า ก็คงจะรู้ว่ามันผ่านอะไรๆ ที่หนักไปได้อย่างสบายๆ การทำงานของระบบ SKYACTIV ทั้งหมดทำงานได้อย่างน่าประทับใจ แล้วเรื่องของความประหยัดนั้นหายห่วงเพราะทั้งคู่เติมน้ำมันได้ทุก E จนถึง E85

%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c

สรุปแล้วอยากให้หลายๆ ท่านได้ลองสัมผัสรถยี่ห้อใหม่ดูบ้างสำหรับผมนั้นเจ้า MG GS 1.5 X กับราคาที่ทาง MG เค้าเคาะมาแล้วนั้น กับของที่ได้ผมว่ามันคุ้มค่ามาก แม้ชื่อชั้นเค้ายังเป็นมือใหม่อยู่ในวงการยานยนต์ไทยลองไปทดลองขับดูท่านอาจจะชอบก็ได้ แต่สำหรับ Mazda CX-3 2.0 SP นั้นคงไม่ต้องพูดถึงน่าใช้มาก แม้ภายในจะแคบไปหน่อยสำหรับตอนหลัง แต่ก็เป็นรถที่คุ้มค่าอีกคันนึงทั้งประหยัด ทั้งแรง แถมยังสวยงายดูสปอร์ตเป็นอย่างมาก ก็ลองเลือกสรรกันดูครับทั้งคู่เหมาะที่จะลุย เหมาะที่จะเป็นรถครอบครัว เหมาะที่จะใช้ในชีวิตประจำวัน แล้วคันไหนจะเหมาะกับคุณไปทดลองขับดูครับ!!!

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น

Share With: