fbpx
Mazda ทุบสถิติใหม่ยอดขายทะลุ 7 หมื่นคัน รับปีหมูทองสดใสเตรียมเปิดตัวรถ 6 รุ่นเสริมทัพ

Mazda ทุบสถิติใหม่ยอดขายทะลุ 7 หมื่นคัน รับปีหมูทองสดใสเตรียมเปิดตัวรถ 6 รุ่นเสริมทัพ

มาสด้าประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจปี 2561 ที่ผ่านมา ทุบสถิติยอดขายได้ถึง 7 หมื่นคัน เติบโตขึ้น 37% ทำลายทุกสถิติ มั่นใจปี 2562 นี้ ตลาดรถยนต์จะคึกคักกว่าทุกๆ ปีแน่นอน

ที่สำคัญปีนี้ถือเป็นปีทองของมาสด้า ที่จะทำการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดจำนวน 6 รุ่น และมาพร้อมกับรูปลักษณ์ดีไซน์จาก โคโดะ ดีไซน์ เจเนอเรชั่น 2 และเทคโนโลยีสกายแอคทีฟใหม่

มร. อัตสึชิ ยาซูโมโต้ รองประธานบริหารอาวุโส กล่าวว่า “ประเทศไทยถือเป็นตลาดหลักที่สำคัญของมาสด้า ด้วยยอดขายอันดับ 1 ในภูมิภาคอาเซียน สูงสุดติดกันมาอย่างต่อเนื่องมากกว่า 10 ปี ที่สำคัญในปีนี้มาสด้ากำลังจะก้าวไปสู่รถยนต์ในเจเนอเรชั่นที่ 7 และการมาของเครื่องยนต์ใหม่ล่าสุด SKYACTIV-X ซึ่งเป็นการผสมผสานคุณลักษณะเด่นของเครื่องยนต์เบนซินและดีเซลรวมไว้ด้วยกัน และเมื่อกล่าวถึงเรื่องเครื่องยนต์ ผมคงจะต้องกล่าวถึงเรื่องเทคโนโลยีทางด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้า หรือ EV โดยเครื่องยนต์ SKYACTIV-X เราได้ผนวกเทคโนโลยีไฟฟ้าเข้ามาด้วย ซึ่งในส่วนนี้เราได้คิดตั้งแต่เริ่มกระบวนการพัฒนา หรือ Well-to-Wheel ควบคู่ไปกับการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ผ่านกระบวนการทำงานของรถยนต์ทั้งคัน เพราะมาสด้าได้เล็งเห็นปัญหาในเรื่องของภาวะโลกร้อน จึงเป็นที่มาของนโยบาย Sustainable Zoom-Zoom 2030 เพื่อให้โลกยังคงสวยงาม เพื่อผู้คน และสังคมของเรา มีความงดงามและใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข”

ดร. ปณัสย์ บุญค้ำ รองประธานบริหารฝ่ายบริการหลังการขาย กล่าวถึง แผนงานเพื่อเอาใจใส่ดูแลลูกค้ามาสด้าว่า ปัจจัยสำคัญที่ต้องเร่งลงมือทำ และต้องทำอย่างต่อเนื่องคือในเรื่องของ การขยายศูนย์ซ่อมสีและตัวถัง โดยในปี 2018 เปิดให้บริการไปแล้ว 22 แห่ง ทั่วประเทศ และในปี 2019 นี้ จะเปิดให้บริการที่วางไว้จำนวน 28 แห่ง ซึ่งมีเป้าหมายว่าจะเปิดให้บริการเพิ่มขึ้นภายในปี 2021 จำนวน 58 แห่ง ดังนั้นสิ่งที่ต้องเร่งพัฒนาปรับปรุงให้เกิดประสิทธิสูงสุด คือ

  • ระบบการนัดหมาย
  • ประสิทธิภาพของช่องซ่อม
  • ราคาอะไหล่ที่สามารถแข่งขันได้
  • การจัดส่งอะไหล่ต้องรวดเร็ว
  • การปรับปรุงคุรภาพศูนย์บรการ
  • บุคลากรของผู้จำหน่ายที่มีมาตรฐาน
  • M-DOS โครงสร้างพื้นฐานของศูนย์บริการ

นายสมหมาย แซ่อึ้ง รองประธานบริหารฝ่ายขาย กล่าวว่า “สำหรับปีนี้มาสด้ายังคงมุ่งมั่นในการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการขาย ทั้งนี้มาสด้ามีแผนงานที่สำคัญ 2 เรื่องหลัก เพื่อที่จะใช้เป็นกลยุทธ์หลักในการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายผู้จำหน่าย คือ เพิ่มปริมาณการจัดกิจกรรมบนโชว์รูม และ กิจกรรมโรดโชว์ตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อสร้างความใกล้ชิดกับลูกค้ามากขึ้น โดยแบ่งออกเป็น การจัดงานที่โชว์รูม “MAZDA NEXT EXPERIENCE” รวม 50 ครั้ง และ “MAZDA NEXT EXPERIENCE MINI” รวม 90 ครั้ง และยังมีการจัดงานที่ห้างสรรพสินค้า “MAZDA SKYACTIV FESTIVAL” รวม 30 ครั้ง ปัจจุบันนี้มาสด้ามีโชว์รูมทั้งหมด 139 แห่ง จะขยายเพิ่มขึ้นอีก 5 แห่ง ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ภายในสิ้นปีงบประมาณ 2561 มีการปรับปรุงโชว์รูมภายใต้ภาพลักษณ์ใหม่ไปแล้ว 81 แห่ง และจะเพิ่มขึ้นเป็น 115 แห่ง โดยจะแล้วเสร็จทั้งหมดภายในปีงบประมาณ 2562

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ แสดงความคิดเห็นว่า การสื่อสารถือเป็นหัวใจหลักสำคัญ จำเป็นต้องพัฒนาการสื่อสารให้ครบทุกช่องทาง โดยเฉพาะออนไลน์ให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น เริ่มจากการกำหนดสไตล์ของแบรนด์ หรือ Mazda Brand Style เพื่อให้เกิดการจดจำและสร้างการรับรู้ของแบรนด์ ซึ่งจะเป็นสิ่งที่มาสด้าต้องถ่ายทอดและให้ลูกค้าเห็นได้ในทุกๆ ที่ และสิ่งนี้ยังเป็นการปูทางไปสู่การมาของรถยนต์มาสด้าเจนเนอเรชั่นที่ 7 โดยเราได้ปรับเปลี่ยนทั้งในส่วนของโลโก้ รูปแบบตัวอักษรทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ รวมทั้งการวางองค์ประกอบของภาพถ่าย และพื้นที่ในการจัดแสดงรถทั้งภายในโชว์รูมและกิจกรรมส่งเสริมการตลาด นอกจากนี้ มาสด้าจะทำการปรับปรุงเว็บไซต์ใหม่ซึ่งจะเผยโฉมให้ทุกท่านได้เห็นในเร็วๆ นี้ โดยเว็บไซต์ใหม่นั้นจะมีความเป็นมิตรกับผู้ใช้มากยิ่งขึ้น

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย กล่าวว่า มุมมองด้านเศรษฐกิจไทยปี 2561 ขยายตัวที่ 4%  ถือเป็นปีแห่งการวัดคุณภาพและฝีมือของคนยานยนต์ เนื่องจากตลาดมีการแข่งขันที่สูงมาก ประกอบกับมาสด้าไม่ได้มีรถยนต์รุ่นใหม่ลงสู้ศึกในตลาด แต่กลับทำยอดขายได้เป็นกอบเป็นกำ สาเหตุสำคัญเกิดจากความมั่นใจของลูกค้าที่มีต่อตัวโปรดักซ์ทุกรุ่น กิจกรรมการตลาดที่เข้าถึงทุกพื้นที่ การสื่อสารแบรนด์สู่ความเป็นพรีเมียมแบรนด์ที่ลูกค้าสัมผัสได้จริง ตลอดจนการดูแลเอาใจใส่ลูกค้าเป็นอย่างดี จึงส่งผลให้ยอดขายปี 2018 เพิ่มขึ้น 37% เทียบจากยอดขายปี 2017 แค่ 51,335 คัน

ยอดจำหน่ายรถยนต์มาสด้าปี 2018

คาดการณ์ช่วงต้นปี 2018 60,000 คัน เติบโต 17%

ปรับยอดขายช่วงกลางปี 2018 65,000 คัน เติบโต 27%

สรุปยอดจำหน่ายมาสด้าปี 2018 70,475 คัน เติบโต 37% 

สรุปยอดจำหน่ายรถยนต์มาสด้า ประจำปี 2561 เปรียบเทียบกับปี 2560

ข้อมูลการขายรถ

มกราคม – ธันวาคม 2560

มกราคม – ธันวาคม 2561

% เปลี่ยนแปลง

มาสด้า2

31,760

45,972

45%

มาสด้า3

4,979

5,255

 6%

มาสด้า CX-3

3,812

3,536

7%

มาสด้า CX-5

4,835

8,184

69%

มาสด้า BT-50 โปร

5,939

7,498

26%

มาสด้า MX-5

30

30

ไม่เปลี่ยนแปลง

ยอดรวม

51,355

70,475

37%

ส่งผลให้มาสด้าสามารถครองส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 6.7% เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ล่างหน้าถึง 1 ปี ซึ่งถือเป็นส่วนแบ่งการตลาดสูงที่สุดของมาสด้าทั่วโลก

พร้อมกันนี้ นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ยังได้กล่าวถึงแผนการพัฒนาธุรกิจของมาสด้าในปี 2562 โดยคาดว่าตลาดรถยนต์จะทรงตัวหรือเติบโตขึ้นเล็กน้อย โดยประมาณการตัวเลขอยู่ที่ 1.03 – 1.06 ล้านคัน ส่วนยอดขายมาสด้ามองว่าปีนี้จะเพิ่มสูงขึ้นมากกว่า 75,000 คัน หรือเติบโตเพิ่มขึ้นประมาณ 5 – 10% และคิดว่าส่วนแบ่งทางการตลาดมากกว่า 6.7% ได้

ที่สำคัญปีนี้ถือเป็นปีทองของมาสด้าที่จะทำการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดมากถึง 6 รุ่น โดยมาสด้าเผยว่าจะมีรุ่นใหม่ที่จะเปิดมี Mazda 3, รถยนต์ใหม่ในเครื่องยนต์ใหม่ล่าสุด SKYACTIV-X (แต่จะลงที่ตัว Mazda 3 ก่อน), Mazda CX-3, CX-5, CX-8 ส่วนรุ่น Hybrid จะตามมาเรื่อยๆ (ปี 2030 มาสด้าคาดว่า รถยนต์มาสด้าทุกรุ่นจะเปลี่ยนเป็นรถไฟฟ้า) จะเป็นรถยนต์รุ่นใหม่มาหรือแค่ปรับโฉม ต้องรอลุ้นกันต่อไปว่า 6 รุ่นที่จะเปิดตัวในปีหมูทองนี้ จะน่าสนใจแค่ไหน รอติดตามกันนะคะ


 

บทความที่น่าสนใจ

Mitsubishi เผยผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรก 2562 สู่การเติบโตอย่างต่อเนื่อง

preeyanoot

Mustang ในรูปแบบเอสยูวี พลังไฟฟ้า โผล่วิ่งทดสอบบนถนนแล้ว

iceparpanchai

BMW AMORN PRESTIGE เปิดตัวสุดยอดยนตรกรรม The All-New BMW 3 Series พร้อมเอาใจลูกค้าจัดเซอร์ไพรส์ตลอดทั้งงาน

preeyanoot