เปิดตัว Lamborghini Urus ซุปเปอร์เอสยูวีตัวแรง พละกำลัง 641 แรงม้า

หลังจากที่รอคอยกันมาอย่างยาวนานในที่สุด Lamborghini Urus เอสยูวีสมรรถนะสูงรุ่นแรกจากค่ายกระทิงดุ ก็ได้รับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว

เริ่มกันที่ขุมพลังของ Lamborghini Urus มาพร้อมเครื่องยนต์ V8 ความจุ 4.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ ให้พละกำลังสูงสุด 641 แรงม้า แรงบิด 850 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ภายใน 3.6 วินาที ทำ 0-200 กม./ชม. ได้ภายใน 12.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 305 กม./ชม. ขับเคลื่อนสี่ล้อ ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดที่ควบคุมโดยไฮดรอลิก

ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อของ Usus มีการกระจายแรงบิดหน้าหลังอยู่ที่ 40/60 สามารถกระจายแรงบิดสู่ล้อคู่หน้าได้สูงสุด 70% และ 87% สำหรับล้อหลัง นอกจากนี้ Lamborghini ยังได้วางเครื่องยนต์ในตำแหน่งที่ค่อนข้างต่ำเพื่อให้ตัวรถมีความสมดุล ส่วนเทอร์โบชาร์จก็ได้มีการติดตั้งให้อยู่ใกล้กับห้องเผาไหม้มากที่สุดเพื่อเพิ่มอัตราการตอบสนองของเครื่องยนต์

อีกหนึ่งสิ่งที่จะทำให้ Urus เคลื่อนที่ไปอย่างมีประสิทธิภาพในทุกสภาพถนนคือโหมดการขับขี่ที่มีให้เลือกถึง 6 รูปแบบ ได้แก่ Strada, Sport, Corsa, Neve (หิมะ), Terra (ออฟโรด) และ Sabbia (พื้นทราย) รวมถึงโหมดที่สามารถปรับเองได้อย่าง Ego ด้วย

มิติตัวถังมีความยาว 5,112 มม. กว้าง 2,013 มม. และสูง 1,638 มม. ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า Mercedes GLE Coupe เล็กน้อย ในขณะเดียวกัน Urus ยังมีระยะฐานล้อใหญ่กว่าคู่แข่งอบ่าง Cayenne Turbo ที่ 3,003 มม. และยังมีน้ำหนักตัวถังไม่ถึง 2,200 กก.

รูปลักษณ์ภายนอกเน้นการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ ซึ่งถ้าหากสังเกตุดีๆ จะเห็นได้ว่าตัวรถมีดีไซน์คล้ายกับ Aventador และ Huracan โดยยังคงเส้นสายที่มีความเฉียบคม รวมถึงเน้นรูปทรงหกเหลี่ยม ไฟหน้าแบบ LED รูปทรงตัว Y อันเป็นเอกลักษณ์ของ Lamborghini ย้ายมาที่ด้านหลังจะเห็นแนวหลังคาค่อนข้างต่ำและลาดเอียง กระจกแบบไร้กรอบ ไฟท้ายรูปทรงตัว Y และปลายท่อไอเสียทรงกลมแบบ 4 ท่อ

ภายในห้องโดยสารถูกออกแบบให้สะท้อนถึงความหรูหราและสมรรถนะอันทรงพลัง โดยมาพร้อมพวงมาลัยแบบสามก้านพร้อมระบบลดแรงสั่นสะเทือน มีจอแสดงผล TFT ดิจิตอลเต็มรูปแบบ, ระบบควบคุมไฟสูง High Beam Assistant, ระบบป้องกันการชนด้านหน้า PreCognition, เบาะที่นั่งปรับไฟฟ้า 12 ทิศทาง, เบาะหลังสามารถพับเพื่อขยายความจุพื้นที่ห้องสัมภาระท้ายจาก 616 ลิตรเป็น 1,596 ลิตร

นอกจากนี้ยังมีระบบอินโฟเทนเมนท์ LIS รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมลำโพง 8 จุด และมีเครื่องเสียงระดับไฮเอนด์จาก Bang & Olufsen กำลังขับ 1,700 วัตต์ เป็นอ็อปชั่นเสริม

Lamborghini Urus มีราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 200,000 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 6.5 ล้านบาท) และมีกำหนดส่งมอบช่วงต้นปี 2018

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น

Share With: