Koenigsegg Jesko

ชมคันจริง Koenigsegg Jesko ไฮเปอร์คาร์รุ่นใหม่ผลิตแค่ 125 คัน ท็อปสปีด 482 กม.ต่อชม.

เปิดตัวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ Koenigsegg Jesko ไฮเปอร์คาร์รุ่นใหม่สัญชาติสวีเดนที่สร้างความฮือฮาในงานเจนีวาด้วยตัวเลขท็อปสปีด 482 กม.ต่อชม. และในวันนี้เราจะพามาชมคันจริงพร้อมรู้จักกับรถรุ่นนี้ให้มากขึ้น

Koenigsegg Jesko เป็นไฮเปอร์คาร์รุ่นใหม่ที่จะเข้ามาทำตลาดแทนที่ Agera RS โดยชื่อ Jesko นั้นมาจากชื่อพ่อของผู้ก่อตั้งบริษัท Jesko von Koenigsegg ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนให้ลูกชาย Christian von Koenigsegg สร้างแบรนด์ไฮเปอร์คาร์ Koenigsegg จนมีชื่อเสียงในทุกวันนี้

Christian ได้เก็บชื่อของไฮเปอร์คาร์รุ่นใหม่ไว้เป็นความลับจากพ่อของเขา จนกระทั่งในวินาทีสุดท้ายเมื่อพวกเขาเปิดตัว Jesko ที่งาน Geneva Motor Show 2019 ซึ่งเรียกได้ว่าสร้างความประทับใจให้กับผู้เป็นพ่อได้อย่างมาก

Koenigsegg Jesko มาพร้อมเครื่องยนต์ V8 ความจุ 5.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 1,600 แรงม้า ด้วยการใช้เชื้อเพลิง E85 และสามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 482 กม.ต่อชม.

เครื่องยนต์บล็อกดังกล่าวได้รับการปรับปรุงให้มีเพลาข้อเหวี่ยงแบบ 180 องศา ซึ่งมีน้ำหนักเบากว่าเดิม 5 กก. ช่วยให้สามารถเร่งรอบได้สูงสุด 8,500 รอบต่อนาที ขณะที่เทอร์โบชาร์จเจอร์ 2 ตัวถูกติดตั้งเข้ากับคอมเพรสเซอร์พลังงานไฟฟ้า ซึ่งจะดึงอากาศจากถังขนาด 20 ลิตรป้อนไปยังเทอร์โบ Koenigsegg กล่าวว่า คุณสมบัตินี้จะช่วยให้ลดอาการรอรอบ และเพิ่มพลังมหาศาลก่อนที่ก๊าซไอเสียจะปั่นลมเข้าตัวเทอร์โบ

เมื่อใช้เชื้อเพลิงออกเทน 95, Jesko จะให้กำลังสูงสุดที่ 1,280 แรงม้า แต่ถ้าหากเป็น E85 จะรีดกำลังได้เพิ่มขึ้นเป็น 1,600 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 1,500 นิวตันเมตร ที่ 2,700 – 6,170 รอบต่อนาที

Koenigsegg เรียกระบบส่งกำลังที่อยู่ในไฮเปอร์คาร์รุ่นใหม่นี้ว่า Light Speed Transmission ซึ่งเป็นระบบที่ออกแบบกันภายในบริษัท สามารถสับเปลี่ยนเกียร์ได้ฉับไวราวกับความเร็วแสง ยกตัวอย่าง สามารถเปลี่ยนจากเกียร์ 7 มาเกียร์ 4 ได้ทันที

มิติตัวถังมีความยาวและความสูงมากกว่า Agera RS อยู่ 40 มม. และ 22 มม. ตามลำดับ ซึ่งส่งผลให้มีพื้นที่ห้องโดยสาเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม ช่วงล่างติดตั้งโช้คอัพTriplex ที่ด้านหน้า และ Ohlins ที่ด้านหลัง รวมถึงยังมีระบบบังคับเลี้ยวล้อหลังติดตั้งมาให้เป็นครั้งแรก

การออกแบบภายนอกเน้นความลู่ลมตามหลักอากาศพลศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นสปอยเลอร์หลังขนาดใหญ่ และชุดแอร์โรพาร์ทรอบคัน ภายในห้องโดยสารมาพร้อมจอแสดงผลแบบสัมผัสขนาดเล็กบนพวงมาลัย มาตรวัด SmartCluster ขนาด 5 นิ้ว พร้อมตกแต่งภายในด้วยหนัง อัลคันทาร่า และวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์

Koenigsegg Jesko จะถูกผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 125 คัน โดยกำหนดการผลิตอยู่ที่ 40 ถึง 50 คันต่อปี ส่วนราคาคาดว่าจะเริ่มต้นที่ 3 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐฯ ประมาณ 95 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีนำเข้า)

บทความที่น่าสนใจ

ส่อง!! รถยนต์ 10 รุ่น ราคาประหยัดไม่เกิน 5 แสนบาท

preeyanoot

ฮอนด้า ซีวิค เจเนอเรชั่นที่ 10 ครองอันดับ 1 ตลอด 3 ปีซ้อน ตอกย้ำความสำเร็จในฐานะสปอร์ตซีดานไอคอนของเมืองไทย

preeyanoot

Nissan เผยความเงียบจากรถยนต์ไฟฟ้ามีส่วนช่วยสุขภาพของหัวใจ และลดมลพิษทางเสียง

preeyanoot