fbpx
How to เลือกประเภทยางออฟโรดยังไงให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์การขับขี่

How to เลือกประเภทยางออฟโรดยังไงให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์การขับขี่

ผู้ที่หลงใหลการขับขี่รถโฟร์วิล (รถยกสูง) ที่สมบุกสมบันพร้อมลุยทุกสถานการณ์และผู้ที่กำลังให้ความสนใจเข้ามาอยู่วงการขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) รู้หรือไม่ว่านอกจากเครื่องยนต์ที่ต้องมีความแรงพาคุณไปได้ทุกที่ที่ต้องการอย่างคล่องตัว ไม่ว่าพื้นผิวถนนจะลูกรังขรุขระ มีโคลนน้ำขัง ขึ้นภูเขา ลงน้ำ และสภาพแวดล้อมที่เลวร้าย รถเหล่านี้พาคุณไปถึงจุดหมายปลายทางได้อย่างสบายแล้ว เรื่องของยางออฟโรดที่เลือกนำมาใช้งานถือเป็นหัวใจสำคัญควบคู่ไปกับเครื่องยนต์ เพราะหากสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่ได้มาตรฐาน หรือใช้งานไม่ได้เต็มประสิทธิภาพจะส่งผลให้การขับขี่รถประเภทนี้ไม่คล่องตัวอย่างที่ควรจะเป็น 

วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักประเภทของยางออฟโรดกันว่ามีอะไรบ้าง แล้วแบบไหนจึงเหมาะกับการขับขี่ของคุณ หากพร้อมแล้วมาดูกันเลยค่ะ… 

ยางประเภท HT หรือ HIGHWAY TERRAIN

ยางออฟโรดประเภทนี้ส่วนใหญ่จะมาพร้อมกับรถที่ออกจากโรงงานผู้ผลิตรถกระบะและรถขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) ทั่วไป โดยถูกออกแบบให้ใช้สำหรับขับขี่บนท้องถนนทางเรียบทั่วไปเป็นหลัก เน้นในเรื่องของความเงียบ ประหยัดน้ำมัน และยึดเกาะถนนได้ดี ซึ่งตัวโครงสร้างของยางประเภทนี้ไม่มีอะไรซับซ้อนมีเพียงแค่ยางเรเดียล (Redial) ทำให้ใช้ความเร็วได้อย่างคล่องตัวและโครงสร้างยางออฟโรดประเภทนี้ยังระบายความร้อนที่สะสมได้ดีเลยทีเดียว แต่ด้วยความเรียบง่ายของยางที่ถูกออกแบบมา จึงไม่เหมาะกับการบรรทุกของหนักจนเกินไป หรือนำไปวิ่งลุยเส้นทางธรรมชาติสักเท่าไหร่ เพราะอาจจะส่งผลให้แก้มยางแตกและฉีกขาดได้ง่ายจากเศษหินก้อนใหญ่รวมไปถึงท่อนไม้ต่างๆ 

ยางประเภท AT หรือ ALL TERRAIN

ยางออฟโรดประเภทนี้จะมีความหนา ใหญ่ และหยาบกว่าแบบ HT หรือ HIGHWAY TERRAIN เป็นยางที่ถูกออกแบบโครงสร้างให้มีความแข็งแรงใช้งานในชีวิตประจำวันและลุยบนทางที่ขรุขระมีอุปสรรคต่างๆ ได้อย่างพอตัว อีกทั้งยังไม่ค่อยมีเสียงดังรบกวนในการขณะขับขี่ให้รำคาญสักเท่าไหร่ และทำความเร็วบนถนนทางเรียบได้ดีระดับหนึ่ง แต่ก็ต้องแลกมากับความนุ่มนวลในการขับขี่ที่หายไปสักหน่อย ถือได้ว่าเป็นยางออฟโรดที่ได้รับความนิยมและคุ้มค่ากับการใช้งานมากที่สุดขณะนี้

ยางประเภท MT หรือ MUD TERRAIN

ยางออฟโรดประเภทนี้มาพร้อมกับดอกโตเป็นบั้งขนาดใหญ่ โครงสร้างแข็งแรงและแกร่งกว่าทั้ง AT และ HT อย่างมาก อีกทั้งยังมีแก้มยางหนาและดอกยางเยอะกว่าปกติ จึงเหมาะสำหรับใช้งานลุยหนักๆ เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะไต่ขึ้นเขา ข้ามลำธาร ลุยโคลน และทางขรุขระ สามารถวิ่งได้อย่างสบายๆ   เมื่อมีข้อดีย่อมมีข้อเสียตามมาก็คือ เป็นยางที่ไม่เหมาะขับขี่ในชีวิตประจำวัน เพราะคุณสมบัติที่ใช้ลุยนั้นจะตามมาด้วยเสียงยางที่ดังในขณะขับขี่นั่นเอง

ยางออฟโรดแต่ละประเภทถูกออกแบบให้มีการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป ทำให้ผู้ที่ขับขี่รถโฟร์วิลจำเป็นต้องเลือกยางออฟโรดให้เหมาะสม ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ในแต่ละเส้นทาง ซึ่งทั้ง 3 ประเภทของยางออฟโรดที่ได้กล่าวไปข้างต้นจะช่วยให้คุณเลือกใช้ยางออฟโรดที่เหมาะกับการใช้งานและขับขี่ได้อย่างปลอดภัยมากที่สุด 

Cr. Bridgestone


 

บทความที่น่าสนใจ

ส่องราคารถหรู ในประเทศไทย และ สหรัฐอเมริกา ที่หลายคนอาจตกใจ เพราะราคาห่างกันราวกับ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่

idiot

เมื่อคันเร่งเกิดค้าง นอกจากจะต้องดึงสติแล้ว มาดูวิธีที่ถูกต้องที่จะพาคุณรอดพ้นจากอันตราย

idiot

ซื้ออะไหล่มือสอง..อย่างไร ถึงจะ ไม่โดนหลอก และ ผิดหวัง

idiot