จับตาดู 10 คัน 10 ค่าย ไฮไลท์เด่น จากงาน Bangkok Motor Show 2018

ในทุกปีของงาน Motor Show ในบ้านเราจะต้องมีดาวเด่นประจำบูธของแต่ละค่าย ที่เรียงรายมาโชว์ตัวดึงดูความสนใจ จากผู้เข้าร่วมงาน อีกทั้งยังเป็นสีสันที่ทำให้งานมอเตอร์โชว์คึกคัก และเชื่อเหลือเกินว่าคนที่กำลังมองหารถคันใหม่อยู่ในขณะนี้ ต้องได้จับจอง 1 ใน 10 คันที่อยู่ข้างล่างนี้แน่นอน

Maserati Ghibli

เริ่มต้นด้วย ซีดานระดับพรีเมี่ยม รถรุ่นนี้มีต้นตระกูลที่ยาวนาน ตั้งแต่รุ่นพ่อเลยก็ว่าได้ แต่กลับมาคราวนี้เห็นทีจะเป็นที่สนใจ เพราะเขาออกแบบรูปลักษณ์รอบคันออกมาได้สวยงาม สมกับราคาหลาย 10 หลัก แต่ยังคงความเป็น Maserati ที่เรียกได้ว่าเรียบ หรู ดูแพง มาพร้อมเครื่องยนต์ เบนซิน วี6 สูบ 3.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ 350 แรงม้า ในรุ่น แกรนลุซโซ่ ในส่วนของ เอส แกรนสปอร์ต ที่ได้ขุมพลัง ดีเซล กับเครื่องยนต์ วี6 สูบ 3.0 ลิตร เทอร์โบ 275 แรงม้า กับแรงบิดสูงถึง 600 นิวตันเมตร ที่ 2,000-2,600 รอบ/นาที ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 6,990,000 – 9,990,000 บาท


Jaguar E-Pace

สำหรับใครที่ว่า F-Pace คันใหญ่ขับไม่ถนัดสักเท่าไร Jaguar ก็เอา E-Pace รถ SUV รุ่นน้องของ F-Pace มาโชว์ตัว และ ถือเป็นไฮไลท์เด่นของค่ายในงานมอเตอร์โชว์ครั้งนี้ แต่มากกว่าสิ่งอื่นใดนั้นคือเรื่องประสิทธิภาพการขับเคลื่อน เพราะมาพร้อมเครื่องยนต์ ดีเซล Ingenium 150 แรงม้า อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม.ภายใน 10.5 วินาที (0-60 ไมล์/ชม./9.9 วินาที) อัตราเร่งความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 193 กม. /ชม. อัตราการปล่อยก๊าซ CO2 อยู่ที่ 160 กรัม/กม. ราคาอยู่ที่ 3,600,000 บาท


Mazda CX-3

รถครอสโอเวอร์ ไซส์กะทัดรัด ที่กำลังเป็นที่นิยมในบ้านเรา เพราะมีประสิทธิภาพสูง ขนาดพื้นที่ในตัวรถดูสมส่วน กับอีกหนึ่งน้องเล็ก อย่าง Mazda CX-3 มาพร้อมกับรูปลักษณ์ที่ยังคงความเป็น DNA ของค่ายที่หลับตาเอามือคลำก็รู้ว่าเป็นรถค่ายไหน ทั้งนี้ยังสร้างการรับรู้ ในคอนเซปต์แบบ Freestyle Crossover เน้นกลุ่มผู้มีไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ชอบความคล่องตัวและสมรรถนะสูง เพราะคันนี้มาพร้อมเครื่องยนต์ SKYACTIV-G เบนซิน 2.0 ลิตร 156 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 204 นิวตัน-เมตร อัตราความประหยัด 16.4 กม./ลิตร รองรับน้ำมัน E85 ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 835,000 – 1,193,000 บาท


BMW X2

รถสไตล์สปอร์ตคูเป้ ล่าสุดจาก BMW ที่ยังคงความแข็งแกร่ง ในฉบับตระกูล X ทั้งนี้ยังเป็นรถยนต์รุ่นแรกในตระกูลที่ทางค่ายเพิ่มโลโก้ไปติดไว้ บนเสา C-pillar ทั้งสองข้าง หลังประตูห้องโดยสารส่วนที่ 2 ทั้งนี้ได้เปิดตัวครั้งแรกในไทยที่งาน Bangkok Motor Show 2018 อีกด้วย ประสิทธิภาพเรียกได้ว่าก็ยังคงประสิทธิภาพเต็มเปี่ยมของตระกูล X ไว้อย่างดี ด้วยเครื่องยนต์ เบนซิน 4 สูบ เทอร์โบคู่ 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 192 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 280 นิวตัน-เมตร เกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด Steptronic Double Clutch ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 7.7 วินาที ราคา 2,999,000 บาท


Toyota C-HR

ร้อนแรงข้ามปีสำหรับ Toyota C-HR ที่ทุกคนต่างรอคอยตั้งแต่มีข่าวแว่ว ๆ มาว่ารถคันนี้จะมาเปิดตัวในไทย หลังจากที่ให้ค่ายคู่แข่งต่าง ๆ แซงหน้า ออกรถยนต์สไตล์ครอสโอเวอร์ ไซส์เล็กกันไปก่อน การมาของ C-HR การเรียกเสียงฮือฮาเป็นอย่างมาก ด้วยรูปทรงสปอร์ตโดนใจ พร้อมกับเทคโนโลยีเต็มคันที่ทางค่ายอัดมาแน่นคันรถ เบนซิน 1.8 ลิตร 140 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ CVT ในส่วนของเครื่องยนต์ Hybrid VVT-i ขนาด 1.8 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 98 แรงม้า ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet Synchronous Motor แรงดันไฟฟ้า 600 โวลต์ ใช้แบตเตอรี่แบบ Nickel metal Hydride รวมพละกำลังจากทั้งเครื่องยนต์ และ มอเตอร์ไฟฟ้าให้ กำลังสูงสุด 122 แรงม้า จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ แบบ E-CVT ราคาอยู่ที่  979,000 – 1,159,000 บาท


Mercedes-Benz e200 coupe AMG Dynamic

รถคูเป้ 2 ประตู มาพร้อมกับทรงด้านท้ายรถที่ออกแบบใหม่ ถึงแม้จะดูไม่เหลี่ยมก็หรูได้ในแบบฉบับของเบนซ์ และเป็นรุ่นที่เป็นตัวในงาน Motor Show อีกเช่นกัน เป็นแบบนำเข้าทั้งคัน CBU มากับเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร 184 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 300 นิวตันเมตร ที่ 1,200 – 4,000 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ 9G-Tronic ขับเคลื่อนล้อหลัง เคาะราคาที่ 4,540,000 บาท


Tesla Model X

ความหวังของมวลมนุษยชาติได้มาเหยียบที่ประเทศไทยแล้วกับรถที่ถือว่าเป็นความหวังใหม่ ที่เป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% ใช้ชาร์จไฟขับเท่านั้น Tesla Model X เป็นรถ SUV ขนาดใหญ่ ที่มีเทคโนโลยีล้ำหน้ามากมาย เจ้าของเดียวกับ Space X และเขาคือ Elon Musk ผู้เปลี่ยนโลก โดยประเทศไทยนำเข้ามาขายในรุ่น 75D 100D และ P100D เทียบเท่าแรงม้า 259 แรงม้า แรงบิด 249 นิวตันเมตร ในส่วนของ P100D เทียบเท่าแรงม้าถึง 503 แรงม้า ใช้แบตเตอรี่แบบ Lithium-ion (Li-ion) ใช้เกียร์แบบ Single-speed ขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่สามารถสวนซุปเปอร์คาร์ในช่วงต้นได้กระจาย ราคานำเข้ารวมภาษีแล้ว รุ่น 75D ราคา 6,780,000 บาท, รุ่น 100D ราคา 7,980,000 ล้านบาท, รุ่น P100D ราคา 11,380,000 บาท


BYD E6

เป็นรถที่น่าจับตามองเลยทีเดียว กับ BYD E6 ซึ่งเป็นรถจากประเทศจีน ที่ใช้กำลังไฟฟ้าในการขับเคลื่อน 100% เช่นกัน ที่พึ่งมาบุกตลาดรถยนต์ในประเทศไทย จริงจังถึงขั้นขับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจในไทย ทั้งนี้ตัวรถจะเน้นไปที่การขนส่งสาธารณะ อย่าง BYD E6 นั้นจะนำมาใช้เป็นรถแท็กซี่ไฟฟ้าในไทย นอกจากนี้ยังใช้ในวงการแท็กซี่ต่างประเทศอย่างแพร่หลาย ทั้ง จีน สิงคโปร์ และอังกฤษ ใช้แบตเตอรี่ขนาด 80kWh ครอบคลุมระยะทางกว่า 350 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ใช้เวลาชาร์จจาก 0-100% ประมาณ 1.5 ชั่วโมง ราคาจำหน่ายที่ 1,890,000 บาท สำหรับท่านใดที่สนใจสามารถจับจองได้ที่งาน Motor Show ซึ่งจะสามารถส่งมอบรถได้ในเดือนสิงหาคมนี้


Nissan GT-R Premium Edition 2018

ชิงเปิดตัวก่อนหน้างาน Motor Show ไปเพียงวันเดียว แต่ GT-R คันนี้ก็ยังเป็นดาวเด่นของบูธ Nissan ขวัญใจของนักซิ่งตลอดกาล ที่ออกแบบกระจังหน้าใหม่ ปรับแต่งชุดอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อย่างสปอยเลอร์ เสาหลังคา ท่อไอเสีย ที่ทำมาเพื่อความแรงแบบเต็มประสิทธิภาพ มาพร้อมกับ เครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.8 ลิตร ทวินเทอร์โบ ประกอบด้วยมือ ที่ให้พลัง 555 แรงม้า แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 632 นิวตันเมตร ผ่านระบบเกียร์ ซีเควนเชียลดูอัลคลัตช์ 6 สปีด ขับเคลื่อน 4 ล้อ ราคาอยู่ที่ 13,500,000 บาท


Kia Stinger

ยังคงร้อนแรงแบบดับไฟฮ็อตยาก กับเจ้า Kia Stinger ที่พาแฟน ๆ ตาลุกวาวตั้งแต่เห็นแนวคิด Kia GT Concept เมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว กับรถยนต์สัญชาติเกาหลี ที่ให้ประสิทธิภาพแบบเต็มกำลังไม่แพ้รถยนต์ยุโรป เพราะรถคันนี้ขับเคลื่อนด้วยล้อหลัง ใช้เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ Theta II GDI 2.0 ลิตร 255 แรงม้าที่ 6,200 รอบ/นาที แรงบิด 353 นิวตันเมตร ที่ 1,400-4,000 รอบ/นาที โดยส่งกำลังผ่านชุดเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ซึ่งเป็นรถยนต์นั่งที่ Kia กลับมาทำตลาดในไทยอีกครั้งและคาดว่าจะได้ผลตอบรับดีจาก แฟน ๆ ชาวไทยโดยเคาะราคาไว้ที่ 2,990,000 บาท


 

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น

Share With: