เชฟโรเลตพาทัวร์!! สนามทดสอบรถยนต์ และสัมผัสเทคโนโลยีการออกแบบรถยนต์ที่ GM Australia

ช่วงนี้ค่ายรถยนต์หลายๆ ค่าย เริ่มขยับตัวกันอีกครั้งทั้งจัดทดสอบรถยนต์ รวมถึงเปิดตัวรถรุ่นใหม่ๆ ออกมาจำหน่ายกัน เพราะใกล้จะสิ้นปีกันแล้ว ทางเชฟโรเลตก็เป็นอีกหนึ่งค่ายที่ได้เชิญชวนสื่อมวลชนกลุ่มน้อยๆ จาก 3 ประเทศ ไทย, เวียดนาม และฟิลิปปินส์ บินลัดฟ้าข้ามประเทศกัน มุ่งหน้าสู่ประเทศออสเตรเลีย เพื่อเข้าเยี่ยมชม GM-Holden Port Melbourne, Australia Headquarters ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์ออกแบบ และศูนย์วิศวกรรมและพัฒนารถยนต์ของ General Motors หลากหลายรุ่นที่มีจุดเริ่มต้นเกิดขึ้นในที่แห่งนี้ และยังได้เข้าร่วมทดสอบรถยนต์ในสนาม ทดสอบ GM Holden Proving Ground ที่มีถนนยาวรวมกันกว่า 44 กิโลเมตร พร้อมกับปิดทริปด้วยการทดสอบ Colorado ในรูปแบบ The Outback ซึ่งเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่ชาวออสเตรเลียนิยมกัน

เกรินกันมาพอสมควรแล้ว เดี๋ยวเราพาไปเยี่ยมชมสถานที่แรกกันครับ เราไปกันที่ GM Holden Proving Ground กันก่อนเลย สถานที่นี้เป็นศูนย์ทดสอบและพัฒนารถยนต์แห่งแรกของประเทศออสเตรเลีย ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2500 ตั้งอยู่ที่เมืองแลง อยู่ห่างจากเมืองเมลเบิร์นไปทางตะวันออกเป็นระยะทาง 100 กิโลเมตร มีขนาดพื้นที่กว้างใหญ่เป็นอย่างมากมีพื้นที่มากถึง 5,564.46 ไร่ (2,200 เอเคอร์) และมีถนนหลากหลายรูปแบบที่มีความยาวรวมกัน 44 กิโลเมตรแบ่งเป็น

1.สนามทดสอบรถแบบวงกลม บนเส้นทางโค้งระยะทาง 4.7 กิโลเมตร
2.สนามทดสอบการขับขี่และการควบคุมพวงมาลัย ระยะทาง 4.0 กิโลเมตร พร้อมการข้ามรางรถไฟและรถราง ทางโค้ง และพื้นผิวถนนที่หลากหลาย
3.เส้นทางที่เป็นเนิน พร้อมทางโค้งหักศอกที่มีโค้งยูเทิร์นแคบระยะทาง 5.0 กิโลเมตร และทางลาดชันต่างๆที่ สูงถึง 15.5%
4.การทดสอบการทรงตัวของรถแบบวิ่งเป็นวงกลมซ้ายขวา บน Skid pad ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 98 เมตร และยาว 500 เมตร
5.เส้นทางธรรมชาติ ที่มีทั้งเนินสลับ บ่อโคลนและแอ่งน้ำ

ในสนามทดสอบแห่งนี้ยังมีห้องปฏิบัติการตรวจวัดมลพิษจากยานพาหนะ ที่สามารถตรวจวัดรถยนต์ตามมาตรฐานยานยนต์ยุโรป ระดับยูโร 6 ซึ่งรวมถึงการตรวจวัดระดับอนุภาคของก๊าซจากท่อไอเสีย ที่มีการทดสอบและตรวจวัดมลพิษมลพิษร่วม 3,000 ครั้งต่อปี รวมถึงการทดสอบในสนามก็มีการทดสอบการขับขี่มากกว่า 120 ล้านกิโลเมตร เพื่อประเมินรถยนต์ต้นแบบ รถยนต์ก่อนเริ่มการผลิต และรถยนต์ที่กำลังมีการผลิตรถยนต์ ที่มีทั้งรถยนต์ในระดับท้องถิ่น และระดับโลกสำหรับโฮลเด้น เชฟโรเลต จีเอ็มซี และคาดิลแลค

และในพื้นที่แห่งนี้ทาง เชฟโรเลต ก็ได้มีกิจกรรมการทดสอบรถยนต์ให้ทางสื่อมวลชนได้สัมผัสรถยนต์บนพื้นที่ต่างๆ ในสนาม โดยแบ่งออกเป็น 3 Station ด้วยกัน

1.การขับแบบสลาลอม (Slalom) ก็เป็นการสลาลอมที่ไม่ได้มีอะไรที่ยากเกินไป มีแค่การสลาลอมซ้าย ขวา กับจุดยูเทรินเท่านั้น แต่ที่น่าสนใจคงจะเป็นรถยนต์ที่ให้มาทดลองขับกันนี้แหละ เป็นรถยนต์ โฮลเด้น คอมโมโดล (Holden Commodore) ซึ่งเป็นรถยนต์ซีดาน ที่ออกแนวสปอร์ตทั้งช่วงล่าง และเครื่องยนต์ ที่สำคัญเป็นรถยนต์สัญชาติออสเตรเลีย ในการทดสอบแบบสลาลอมเป็นอะไรที่ให้ความรู้สึกที่ดีมาก มีการเกาะถนนที่ดีของระบบช่วงล่าง รวมถึงพละกำลังเครื่องยนต์ที่ให้มา 3.6 ลิตร 308 แรงม้า ผสมกับเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด นั้นให้ความดุดันแบบหลังติดเบาะเวลากระแทกคันเร่งได้อย่างสนุกเลยทีเดียว

2.การขับแบบออฟโรด (Off Road) เป็นอีกหนึ่งการทดสอบที่สนามนี้มีให้ทดสอบแบบครบถ้วน เสมือนวิ่งอยู่ในป่า เขากันจริงๆ ทั้งแอ่งน้ำ เนินสลับ เนินสูง และพื้นถนนที่เป็นโคลน และทราย โดยในการทดสอบพื้นนี้เราก็ได้ทดสอบ โฮลเด้น โคโรลาโด (Holden Colorado) ต้องบอกกันก่อนว่า โฮลเด้น โคโรลาโด นั้นเป็นตัวเดียวกับที่ประเทศไทย แตกต่างกันที่ยี่ห้อที่แปะเท่านั้น ผลิตที่โรงงานเชฟโรเลตระยองเหมือนกันหมด

3.การขับแบบใช้ความเร็ว (Speed Test) ในการทดสอบนี้ก็เป็นการจำลองพื้นถนนในรูปแบต่างๆ ที่หลากหลาย ทั้งพื้นถนนไม่เรียบ ทางรถไฟ และถนนเป็นหลุมขรุขระ เป็นต้น และในการทดสอบนี้เราก็ได้ใช้รถ โฮลเด้น โคโรลาโด ที่เป็นรุ่นตกแต่งพิเศษ Sport Cat ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 8 ลิตร 4 สูบ Duramax 2 พลัง 200 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตรที่มีการใส่ชุดแต่งภายนอกเพิ่มเติมอยู่หลายจุด รวมถึงกันชนเหล็กหน้าขนาดใหญ่ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นมากในการขับรถที่ประเทศออสเตรเลีย เพราะเป็นกันชนที่ไว้ใช้สำหรับจิงโจ้ที่มีอยู่มากในประเทศนี้

ขณะที่จุดอื่นๆ ก็มีการปรับแต่งช่วงล่าง SupaShock ใหม่เป็นชุดเดียวกับที่ใช้ในสนามแข่ง ระบบเบรกใหม่ ที่ต้องบอกเลยว่านิ่มนวลกว่าตัวปกติเป็นอย่างมาก(ถ้าได้เข้ามาจำหน่ายเมืองไทยจะดีมาก ต่อกรกับ Raptor พอได้อยู่) เพราะได้ลองขับแล้วรับรู้ได้เลยว่าช่วงล่างเกาะถนนได้ดี รับแรงกระแทกได้นุ่มนวลขึ้น ในทุกช่วงความเร็วขับเข้าโค้งที่ความเร็วที่ประมาณ 120-140 กิโลเมตร/ชั่วโมง อาการรถยังรู้สึกนิ่งๆ มากๆ ก็ต้องรอลุ้นกันว่าทางเชฟโรเลตจะทำจำหน่ายในเมืองไทยหรือมั้ย

ยังครับ!! ยังไม่หมดเรายังได้มีโอกาสสัมผัสตัวแรงอีกหนึ่งคันคือ โฮลเด้น Acdelco Colorado Super Ute เป็นตัวที่ทำขึ้นมาพิเศษเพื่อใช้ในการแข่งขันเท่านั้น ใช้เครื่องยนต์ 2.8 ลิตรเหมือนเดิม แต่มีการโมดิฟายกันใหม่ ที่เขาเรียกว่า Turbo Diesel Engine Motec ECU with Supercars engine parity program มีแรงม้าอยู่ที่ 340 ตัว กับแรงบิดมหาสาร 678 นิวตันเมตรทางตรงระยะสั้นๆ ไม่ยาวมากก็กดเรียกความเร็วมาได้ 250 กิโลเมตร/ชั่วโมง

หลังจากที่ได้ทดสอบรถยนต์กันอย่างสนุกเท้าแล้วก็ต้องหาความรู้กันบ้าง โดยทางสื่อมวลชนก็มีโอกาสเข้าไปดู และศึกษา การออกแบบรถยนต์ทั้งภายนอก ภายใน รวมถึงการออกแบบวิศวกรรมต่างๆ ของตัวรถกันที่ GM-Holden Port Melbourne, Australia Headquarters ที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปีพ.ศ. 2489 เป็นหนึ่งในสองสตูดิโอของจีเอ็มที่สามารถสร้างโมเดลแบบ 3D ได้ (อีกที่คือวอร์เรน ในดีทรอยต์ สหรัฐอเมริกา) มีนักออกแบบ และช่างเทคนิค 180 คน รวมถึงพนักงานฝ่ายออกแบบ วิศวกรรม และพัฒนายานยนต์ของโฮลเด้น รวมกันมากกว่า 500 คน ซึ่งที่แรกที่ได้เข้าชมกันก็เป็นรถยนต์รุ่นต่างๆ ที่ทางศูนย์นี้ออกแบบขึ้นมา และบางรุ่นยังเป็นรุ่นที่ออกจำหน่ายจริงด้วย ถ้าคุ้นหน้า คุ้นตากันดีก็คงเป็น เชฟโรเลต คามาโร (Chevrolet Camaro) ที่มีจำหน่ายอยู่ทั่วโลก รวมถึง รถต้นแบบโคโลราโด เอ็กซ์ตรีม ที่มาโชว์ในงานบางกอก มอเตอร์โชว์ เมื่อปีพ.ศ. 2559

จากนั้นทางทีมสื่อมวลชนก็ถูกเก็บทุกสิ่งทุกอย่างที่สามารถบันทึกภาพได้ทั้งหมด เพื่อกันข้อมูลเกี่ยวกับรถใหม่ๆ ที่กำลังออกแบบกันอยู่ รวมถึงที่ใกล้กำลังจะออกจำหน่ายในไม่ช้าหลุดออกไป ซึ่งต้องบอกเลยว่ามีหลายรุ่นจริงๆ และบางรุ่นนี้คาดว่าน่าจะมีจำหน่ายในไทยอยู่ด้วย ก็ต้องรอกันสักหน่อยครับว่าเมื่อไหร่ แต่บอกไว้ก่อนเลยครับดูดี ดูดุมากๆ เลยทีเดียว เรามาพูดถึงงานในส่วนแรกกันก่อนครับ จะเป็นส่วนในของทีมออกแบบก็จะมี

  • การออกแบบผลิตภัณฑ์ (ออกแบบรถยนต์จริงสำหรับวิ่งบนท้องถนน)
  • การออกแบบที่ล้ำสมัย (ค้นคว้าและค้นหาทางออกสำหรับการเดินทางในอนาคต)
  • สร้างคอนเซ็ปต์ดีไซน์ ออกแบบและสร้างรถยนต์ต้นแบบระดับโลกสำหรับจีเอ็ม
  • ทำงานออกแบบให้กับ เชฟโรเลต จีเอ็มซี คาดิลแลค บูอิค และโฮลเด้น
  • สร้างรถต้นแบบโคโลราโด เอ็กซ์ตรีม ซึ่งจัดแสดงที่งานบางกอก มอเตอร์ โชว์ ในปีพ.ศ. 2559
  • สร้างรถต้นแบบบูอิค อาวีเนียร์ ซึ่งจัดแสดงที่งานดีทรอยต์ ออโต้ โชว์ ในปีพ.ศ. 2558

ซึ่งในส่วนงานออกแบบที่นี้นั้นทำตั้งแต่ออกแบบจนถึงขึ้นรูปดินเหนียวแบบเท่าขนาดจริง ทั้งภายนอก และภายใน รวมถึงการออกแบบสร้างโมเดลแบบ 3D ที่ใช้เป็นกล้อง VR ในการสัมผัสการออกแบบที่เสมือนจริงเหมือนได้เห็นตัวรถทั้งภายนอก ภายในรถกันจริงๆ เลย ทำให้รู้เลยว่าในส่วนต่างๆ ที่ออกแบบกันมานั้นมันเหมาะสม ตำแหน่งการใช้งานได้ไหมก็ถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่น่าสนใจมากๆ

ข้ามมาอีกหนึ่งที่เป็นส่วนของการออกแบบ วิศวกรรม และพัฒนารถยนต์ เป็นส่วนที่ปฏิบัติงานทั้งระดับท้องถิ่นและระดับโลก ตั้งแต่การตรวจสอบรถ จนถึงการพัฒนาเทคโนโลยีซึ่งจะเป็นพลังสำคัญให้กับยานยนต์ทั่วโลกในอนาคต รวมถึงรถยนต์ไร้คนขับและรถยนต์ไฟฟ้า โดยมีหน้าที่หลักคือ

  • ระบบวิศวกรรมไฟฟ้า
  • ทดสอบระบบอินโฟเทนเม้นสำหรับออสเตรเลีย
  • ทดสอบระบบแอคทีฟเซฟตี้และเทคโนโลยีเทเลเมติกส์ภายใต้สภาพแวดล้อมของออสเตรเลีย
  • เตรียมพร้อมและแนะนำรถยนต์ที่มีการเชื่อมต่อและเทคโนโลยีแบบไร้คนขับ (GM Advanced Vehicle Development)สู่ตลาด
  • พัฒนาอุปกรณ์ตกแต่งระดับโลกสำหรับตลาดท้องถิ่นและตลาดนานาชาติ
  • ปรับ ทดสอบ ตรวจสอบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ทั้งในภูมิภาคและทั่วโลก

ในส่วนแรกก็คงต้องจบลงเท่านี้ก่อนครับกับภารกิจ เชฟโรเลตพาทัวร์ Australia แต่ยังไม่ได้หมดเท่านี้นะครับ ไปกันขนาดนี้แล้วต้องมีการทดสอบมันส์ๆ รออยู่แน่นอน กับการทดสอบรถในรูปแบบการท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมของชาวออสซี่ ก็คือการขับรถในรูปแบบ The Outback รอติดตามกันนะครับ


 

บทความที่น่าสนใจ

Protected: พิสูจน์กันแบบจัดหนัก กับยาง Michelin Primacy4 ว่าใช้ไปจนยางใกล้หมดดอกจะยังหนึบเหมือนซื้อใหม่นั้น จริงเท็จหรือแค่เรื่องหลอกเด็ก!

iceparpanchai

ลอง ซูซูกิ สวิฟท์ ใหม่ 18 กิโล/ลิตร เร่งดี นุ่มนวล แต่…ขอหนึบอีกนิดน่ะ

preeyanoot

ลองขับ Nissan Terra นี่มัน PPV สำหรับครอบครัวนี่หว่า

idiot