หยุดไม่อยู่ ยอดจอง โตโยต้า Ativ ทะลุ 6,000 คัน!!

กลายเป็นรถยนต์ยอดฮิตไปแล้ว สำหรับ โตโยต้า Ativ รถยนต์อีโคคาร์ ซีดาน รุ่นแรกของโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ที่เพิ่งเปิดตัวไปเพียงแค่เดือนกว่าๆ ปรากฏว่าสร้างปรากฏการณ์ด้วยยอดจองไปแล้วกว่า 6,000 คันสูงกว่าเป้าที่ตั้งไว้ว่าจะขายภายในปีนี้ที่ 4,700 คัน

โตโยต้า Ativ ได้กลายเป็นรถยนต์รุ่นหลักอีกรุ่นหนึ่งของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เมื่อสามารถสร้างยอดจองได้สูงถึง 6,000 คันภายหลังการเปิดตัวรถยนต์รุ่นดังกล่าวไปครั้งแรกในโลกเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งเบอร์ 1 ของ โตโยต้า เมืองไทย อย่าง มร.มิจิโนบุ ซึงาตะ เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทโตโยต้า มอเตอร์คอร์ปอเรชั่น และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ออกมาบอกถึงเป้าหมายการขาย โตโยต้า Ativ ว่าอยู่ที่ 4,700 คันภายในปีนี้ ซึ่งในเวลานั้นตัวเลขเป้าหมายดังกล่าวถือว่า “ไม่น้อย” เมื่อมองดูสถานการณ์การแข่งขันในตลาดรถยนต์ และสภาพเศรษฐกิจ ของเมืิองไทย

แต่เมื่อเวลาล่วงเลยมาเพียงเดือนเศษๆ ปรากฏว่า Ativ ได้สร้างปรากฏการณ์ยอดจองไปแล้วกว่า 6,000 คัน สูงกว่าเป้าหมายการขายที่ตั้งไว้ทั้งปีเสียอีก โดยตัวเลขยอดจองดังกล่าวก็สูงกว่าที่โตโยต้าประเมินไว้เช่นกัน ทำให้ขณะนี้เกิด Back Order สำหรับ Ativ แล้วประมาณ 2 สัปดาห์ ซึ่งหตุการณ์ Back Order นั้นไม่ได้เกิดกับเจ้าตลาดอย่างโตโยต้ามานานแล้ว

ด้วยความเป็นรถซีดานขนาดเล็กระดับ อีโคคาร์ ที่โตโยต้าขาดแคลนมาโดยตลอด เพราะที่ผ่านมาโตโยต้ามีรถเล็กเพียงแค่ โตโยต้า วีออส ที่ใช้เครื่องยนต์ 1.5 ลิตรเท่านั้น ทำให้เกิดช่องว่างในตลาดรถซีดาน อีโคคาร์ โดยปล่อยให้คู่แข่งถลุงเล่นอยู่นานสองนาน

นอกจากด้วย “ความใหม่” ของเอทีฟ ฟังก์ชั่นด้านความปลอดภัยที่มาเต็ม โดยเฉพาะแอร์แบ็ก 7 ลูก ทำให้เอทีฟ และราคาตัวท็อปในรุ่น S ซึ่งอยู่ที่ 6.19 แสนบาท ซึ่งเป็นราคาช่วงเปิดตัวที่ยืนอยู่ถึงแค่สิ้นเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ ยิ่งทำให้เอทีฟ ดูน่าสนใจแล้ว โตโยต้ายังมีแคมเปญด้านการเงินซึ่งรวมค่าประกันภัยชั้น 1 และเพิ่มระยะเวลารับประกันเป็น 5 ปี เข้าไปในราคารถยนต์เอทีฟ เพื่อให้ลูกค้าสามารถผ่อนค่าใช้จ่ายที่มีอยู่ทั้งหมดรวมกับค่ารถได้ ทำให้กลายเป็นอีกหนึ่งแรงกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจเลือก เอทีฟ เพราะลูกค้ากว่า 40% เลือกรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดไปกับค่ารถยนต์

 

นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของ เอทีฟ ยังมี ยารีส แฮทช์แบค ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นานที่โตโยต้า ตั้งเป้าขายไว้ที่ 3,200 คันภายในสิ้นปีนี้ ที่น่าจะร้อนแรงไม่แพ้กัน และรถเล็ก 2 รุ่นนี้ จะกลายเป็นจุดพลิกผันความร้อนแรงของโตโยต้า ก่อนที่สงครามชุดใหญ่จะมานั่นคือ การเปิดตัวรถ SUV ขนาดเล็กอย่าง โตโยต้า CHR ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ไฮบริด และเบนซินเทอร์โบ ในช่วงปลายปีนี้

และเมื่อถึงเวลานั้น สงครามที่แท้จริง จะเริ่มต้นอย่างแน่นอน!!


 

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น

Share With: