6 ความเชื่อ เกี่ยวกับรถยนต์ ที่กำลังบ่งบอกว่าคุณกำลังเข้าใจผิดอย่างมหันต์

หลายสิ่งหลายอย่าง คนเรามักนำเอาคำบอกเล่าและความเชื่อมาจำว่านั้นเป็นสิ่งที่ถูก แต่รู้หรือไม่ความเชื่อและคำบอกเล่าเหล่านั้น อาจจะบิดเบือนไปจากความจริง ส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิดไปในวงกว้าง ในเรื่องของรถยนต์เองก็มีหลายความเชื่อและความเข้าใจผิด ๆ  ที่อาจส่งผลเสียมากกว่าที่คุณคิด หรือบางความเชื่อเมื่อทำแล้วมันอาจไม่มีผลตรงกันข้าม มาก ๆ เข้ามันอาจจะไม่มีผลอะไรเลยก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นเราดูความเข้าใจผิด ๆ เกี่ยวกับรถยนต์กันว่ามีอะไรที่คุณหลงเชื่อมาตั้งนมนานแล้วบ้าง

ยกก้านปัดน้ำฝนขึ้นเวลาจอดรถตากแดด

หลายคนเข้าใจผิดว่าการยกก้านปัดน้ำฝนขึ้นสามารถช่วยยึดอายุการใช้งาน ของยางปัดน้ำฝน จะวิธีนี้ทำไปก็ไลฟ์บอย ซึ่งในความเป็นจริงไม่ว่าจะยกหรือวางในตำแหน่งของมัน ก็ไม่สามารถยืดอายุของมันให้เสื่อมช้าลงได้สักเท่าไร เพราะวัสดุที่ทำจากยางก็จะเสื่อสภาพตามคู่มือการใช้งานที่อายุขัย ประมาณ 1 ปี ในขณะเดียวกันการยกที่ปัดน้ำฝนขึ้นจะทำให้สปริงก้านปัดน้ำฝนเสียงสะเปล่า ๆ

เปลี่ยนน้ำมันเครื่องทุก 5,000 กม. ช่วยลดการสึกหรอเครื่องยนต์

ต้องบอกไว้ตรงนี้ว่าไม่จำเป็นต้องทำตาม เสมอไปเพราะสมัยนี้น้ำมันเครื่องได้ถูกพัฒนามาอย่างดีเยี่ยม สมัยนี้น้ำมันเครื่องนั้นมีเกรดให้คุณได้เลือกสรรตามความต้องการและลักษณะการใช้งานมากมาย โดยน้ำมันเครื่องแต่ละชนิดจะมีระยะการเปลี่ยนถ่ายที่แตกต่างกันออกไป และระยะการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องอีกอย่างจะขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานรถยนต์ของแต่ละบุคคล ทางทีดีควรศึกษาและปฏิบัติตามคำแนะนำของคู่มือรถยนต์จะดีกว่า

ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ถุงลมนิรภัยจะไม่ทำงาน

หลายคนสงสัยและตั้งข้อสังเกตว่า ระบบของถุงลมนิรภัย สัมพันธ์กับเข็มขัดนิรภัยหรือไม่ ซึ่งต้องบอกว่าการที่ถุงลมนิรภัยอาจเกิดจากหลายปัจจัยซึ่งเปอร์เซ็นต์ที่ว่าไม่คาดเข็มขัดนิรภัยจะไม่ทำงานมีน้อยมาก ๆ และไม่ใช่องค์ประกอบสำคัญ แต่ทั้งนี้อาจเป็นการแจ้งเตือนเพื่อความปลอดภัยในคู่มือ และแล้วแต่การตั้งค่าระบบของผู้ผลิตที่แตกต่างกันออกไป ในรถยนต์บางรุ่นผู้ขับขี่ยังสามารถตั้งค่าการทำงานของถุงลมนิรภัยได้เองอีกด้วย

เปิดไฟฉุกเฉิน บนทางแยกที่ไม่ไฟจราจร เป็นสัญลักษณ์ว่าจะตรง

ถึงแม้ทุกวันนี้จะเห็นได้ชัดว่าการกระทำดังกล่าว ลดลงไปเยอะมากแล้ว แต่ก็ยังมีให้เห็นบ้าง สำหรับผู้ที่เปิดไฟฉุกเฉิน บนทางแยก เพราะเข้าใจว่าเป็นสัญลักษณ์ว่าจะตรงนั้น เป็นการเข้าใจผิดอย่างมาก เพราะอย่าลืมว่าเพื่อนร่วมที่อยู่ทั้งด้านซ้ายและขวาจะเห็นไฟเลี้ยวของคุณแค่ด้านเดียวเท่านั้น ทำให้เกิดความสับสน และ อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้

เคลือบแก้วป้องกันเศษหินหรือกันกระแทกได้

คุณสมบัติของการเคลือบแก้ว คือ ปกป้องสีรถจากมลภาวะต่างๆ อย่าง ฝนกัดสีรถ ขนแมว เสงแดด ขี้นก ยางมะตอย เพิ่มความเงางามให้กับตัวรถเท่านั้น ไม่สามารถป้องกัน หิน และสิ่งที่จะมาขีดข่วนรถเหมือนการติดฟิล์มได้

ขับความเร็วช้า ๆ ในระยะทางที่ไกล จะประหยัดน้ำมัน

การเข้าใจผิดว่าขับที่ความเร็ว 50-60 กม./ชม. จะประหยัดน้ำมัน ซึ่งรู้หรือไม่ว่าขับรถทางไกลด้วยความเร็วช้าจนเกินไป ยิ่งทำให้กินน้ำมันมากขึ้น เพราะกำลังจากเครื่องยนต์ไม่ได้ถูกตัดต่อกำลังให้อยู่ในตำแหน่งเกียร์สูงสุด และยังมีการเปลี่ยนเกียร์ไปมาในระหว่างที่เหยียบคันเร่ง ยิ่งทำให้กินน้ำมันมากไปอีก ซึ่งความเร็วที่แนะนำอย่างเหมาะสมคือ 90-100 กม./ชม. ประหยัดมากกว่า

พอจะมีสักข้อไหม ที่คุณกำลังเข้าใจผิดอยู่ ซึ่งความเข้าใจผิดนั้น ๆ อาจจะส่งผลหรือไม่ส่งผลต่อรถคุณก็ตาม แต่แน่นอนเมื่อทำไปแล้วมันอาจทำให้คุณเสียเวลาเปล่า ๆ หนักเข้าหน่อยวิธีที่เข้าใจผิดกันต่าง ๆ อาจจะมีผลเสียต่อรถคุณไม่มากก็น้อย


 

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น

Share With: