ก้าวข้าม 3 ประเทศ กับ CR-V Reach Out ก้าวออกไป…ให้ไกลกว่าจินตนาการ (จบ)

เมื่อตอนที่แล้ว ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ พาเราผ่าน 2 ประเทศ คือไทย และกัมพูชา ตามกิจกรรม “CR-V Reach Out ก้าวออกไป…ให้ไกลกว่าจินตนาการ” ที่เราใช้ ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ เป็นพาหนะการเดินทางตลอดทริปกว่า 1,200 กิโลเมตรเลยทีเดียว

หลังจากที่เราหลับเป็นตาย จากการเดินขึ้นประสาทเกาะแกร์ ในแบบที่ว่าขาสั่นพั่บๆ กันเป็นว่าเล่น แถมเมื่อมาถึงโรงแรมที่พัก เมื่อโรงแรมระดับ 5 ดาวของกัมพูชา เจอกับทั้งลูกค้าและสื่อมวลชนในขบวน กิจกรรม “CR-V Reach Out ครั้งนี้ ทำเอาโรงแรมของกัมพูชาเจอกับปัญหาใช้ไฟกันเกินขนาด แอร์ดับๆ ติดๆ กันทั้งคืน ถ้าใครขวัญอ่อนละก็ บรื้วววว…..แน่ๆ

แต่ผมเองไม่มีปัญหาเรื่อง แอร์ติดๆ ดับๆ แต่กลับไปมีปัญหากับลิฟท์สิครับ ที่เดี๋ยวทำงานเดี๋ยวไม่ทำงาน เฮ้อ….งานนี้ห้องอาหารอยู่ชั้น 8 พักชั้น 2 เดิน!! สิครับ 6 ชั้นเท่านั้น พอไหวๆ เดินขึ้นเกาะแกร์ กันมาแล้วนิ แค่เมื่อยขาก่อนนอนอีกช่วงละกัน

ตื่นเช้ามา หายปวดหายดเมื่อยแล้ว เรามีเป้าหมายคือ ไปชมธรรมชาติที่สวยงาม และมรดกโลกที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ อย่าง น้ำตกคอนพะเพ็ง ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น ไนแองการ่าแห่งเอเชีย ที่วันนี้เจริญขึ้นมากเหลือเกิน แต่ความยิ่งใหญ่ของน้ำตกแห่งนี้ยังคงเหมือนเดิม เพียงเดินเลยที่จอดรถมานิดเดียว เสียงน้ำตกก้ดังสนั่นกระทบกับหูของเราแล้ว

จะว่าคอนพะเพ็ง เป็นน้ำตกก็ไม่เชิงนะครับ เพราะคอนพะเพ็งคือ แก่งหิน แห่งลำน้ำโขงทั้งสายไหลผ่าน คิดดูละกันครับว่าใหญ่โตขนาดใหน ความยิ่งใหญ่และความสวยงามของ คอนพะเพ็ง ทำเอาคณะของเราเดินไต่หินถ่ายรูปกันแบบเพลิดเพลิน ไม่สนกันเลยว่าแดดจะแรงแค่ไหน ยกนิ้วให้จริงๆ เลยกับเพื่อนร่วมขบวนของเรา

เราใช้เวลาทานอาหารเที่ยงกันที่นี่ หลังจากนั้นเป้าหมายต่อไปคือ ปราสาทหินวัดพู อีกหนึ่งสิ่งมหัศจรรย์ของปราสาทประเทศลาว ที่ซึ่งเป็นมรดกโลกแห่งที่สองของประเทศลาว ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาภู หรือเรียกกันว่าภูควาย ห่างจากตัวเมืองเก่าจำปาสักประมาณ 6 กิโลเมตร แถมยังได้รับการรับรองและขึ้นทะเบียนจากองค์การ UNESCO ว่าเป็นสถานที่เมืองมรดกโลกอีกด้วย

แต่กว่าจะถึงปราสาทวัดพูได้ ขบวนของเราต้องเปลี่ยนเส้นทางไปจากถนนดีๆ กลายเป็นถนนฝุ่น ที่มองไม่เห็นแม้กระทั่งไฟท้ายของรถคันข้างหน้า ทำให้ต้องขับกันแบบระวังกันไม่น้อย แถมถนนฝุ่นแบบนี้ขับยากไม่น้อย เพราะล้อจะไม่เกาะกับถนนเท่าไหร่ แต่โชคดีครับที่ ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ มีระบบขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อ ทำให้การขับขี่บนเส้นทางต่างๆ เป็นไปได้อย่างมั่นใจเลยทีเดียว

และไอ้เจ้าระบบขับเคลื่อนแบบนี้แหล่ะครับที่ทำให้ ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ นี้สามารถพาคุณไปได้ในที่ๆ คุณต้องการได้เลยทีเดียว ขอแค่เปิดใจให้กล้าที่จะไปเท่านั้น รถคันนี้พาคุณไปได้แน่นอน

ขบวนของเราต้องขับผ่านทางฝุ่นอยู่นานทีเดียว กว่าจะขึ้นสู่ถนนดำได้อีกครั้ง ก็เล่นเอารถแต่ละคันในขบวนเลอะเทอะเละเทะไปตามๆกัน

เมื่อมาถึง ปราสาทวัดพู พวกเราก็ต้องมายืนตะลึงกับถนนโบราณ ที่ทอดยอดไปสู่ภูเขา ที่เป็นที่ตั้งของปราสาทหิน ที่เป็นเทวสถานอันศักดิ์สิทธิ์ของอารยธรรมโบราณที่ว่ากันว่า ปราสาทแห่งนี้เคยเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และแห่งอารยธรรมโบราณถึง 3 สมัยด้วยกัน โดยเริ่มตั้งแต่อาณาจักรเจนละในช่วงศตวรรษที่ 6 – 8 มีการค้นพบจารึกที่กล่าวถึงการฆ่าคนเพื่อบูชาแด่เทพเจ้า แค่ฟังประวัติก็ขนลุกแล้วครับ ต่อมาในศตวรรษที่ 9 เป็นยุคของอาณาจักรขอม ที่เลือกบริเวณนี้เป็นที่สร้างปราสาทหิน และสุดท้ายอาณาจักรล้านช้างได้เปลี่ยนเทวาลัยในศาสนาฮินดูให้เป็นวัดในพุทธศาสนานิกายเถรวาท

เรียกได้ว่าที่นี่เป็นแหล่งทับซ้อนทางวัฒนธรรมมากมายถึง 3 วัฒนธรรมเลยทีเดียว และ ปราสาทหินวัดพู นั้นยังเป็นมรดกโลกแห่งที่สองของประเทศลาว ต่อจากนครวัด อีกด้วย

พวกเราใช้เวลาเดินเที่ยวชมความงามของอารยะธรรมโบราณนี้กันแบบสบายๆ เรื่อยๆ ไม่เร่งรีบอะไรมาก หรืออยากจะรีบก็รีบไม่ได้ครับ เพราะหลังจากทางเดิมที่ตรงไป่ตีนเขาแล้ว ก็จะเป็นบันไดทอดสูงขึ้นสู่ยอดเขาอีกหลายร้อยขั้น เพื่อก้าวขึ้นสู่สถานที่ประกอบพิธีกรรมในสมัยโบราณ

ซึ่งหากเป็นสมัยโบราณเราจะเดินมาได้แค่ตรงเชิงเขาเท่านั้น ไม่สามารถเดินต่อขึ้นไปยังเทวสถานต่างๆ ได้ เพราะต่อจากนี้ไปจะเป็นเส้นทางของกษัตริย์ และพราหมณ์เท่านั้นที่มีสิทธิขึ้นไป แสดงให้เห็นว่า ปราสาทหินวัดพูนี้ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์จริงๆ ที่สถานที่สำหรับกษัตริย์มาทำพิธีทางศาสนา

หากใครมีโอกาสเดินทางมาท่องเที่ยวที่ประเทศกัมพูชา อย่าลืมแวะมาเยือนปราสาทหินวัดพูนะครับสวยงามไม่น้อยทีเดียว แต่มาช่วงบ่ายแก่ๆ หน่อยแล้วกันแดดไม่ค่อยร้อนแถมช่วงพระอาทิตย์กำลังตก บรรยากาศสวยงามไม่น้อยทีเดียว

คาราวาน CR-V Reach Out ปิดฉากวันนี้ ที่ปราสาทวัดพูครับ เราขับรถฝ่าความมืดไปตามถนนในประเทศกัมพูชาที่บอกได้เลยว่า มืดสนิท ไฟถนนจะมีแต่ช่วงที่เป็นชุมชนเท่านั้น ช่วงอื่นพึ่งพาจากไฟหน้าของรถ CR-V ของเราเท่านั้น แต่ก็ไม่มีปัญหาในเรื่องความสว่างครับ ด้วยไฟหน้าอันแสนสว่างทำให้การเดินทางยามค่ำคืนเป็นไปอย่างปลอดภัย

เช้าวันรุ่งขึ้น ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการเดินทางในกิจกรรม “CR-V Reach Out ก้าวออกไป…ให้ไกลกว่าจินตนาการ” แล้ว และเป็นวันที่เราต้องเดินทางกลับเข้าสู่ประเทศไทยในช่วงเย็น แต่เรายังมีกิจกรรมให้เราไปเปิดหูเปิดตาอยู่อีกไม่น้อย เริ่มตั้งแต่ การขับรถชม

ไร่กาแฟปากซองไฮแลนด์ พื้นที่ปลูกกาแฟผืนใหญ่สุดในแถบเอเชีย ซึ่งที่นี่เป็นของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี มหาเศรษฐีอันดับ 4 ของเมืองไทย

ขบวนของเรามาเริ่มความกระชุ่มกระชวยกับ ความงดงามของไร่กาแฟ และที่สำคัญคือ ได้ลิ้มลองกาแฟปากซอง กาแฟที่ส่งขายไปทั่วโลกกันแบบไม่อั้น ใครอยากทานกาแฟร้อน กาแฟเย็น สูตรไหน ฮอนด้าจัดให้หมด อยู่ที่ว่าเราจะทานกันได้มากแค่ไหนเท่านั้นเอง ส่วนตัวผมกาแฟร้อนหนึ่ง กาแฟเย็นหิ้วติดมาทานในรถอีกหนึ่งแก้วแค่นี้ก็ตาสว่างไปทั้งวันแล้ว

และไม่ได้แค่ทานกันในร้านเท่านั้นนะครับ บรรดาสมาชิกคาราวาน “CR-V Reach Out ก้าวออกไป…ให้ไกลกว่าจินตนาการ” ยังซื้อกาแฟติดไม้ติดมือกันคนละหลายซองเหมือนกัน

หอมกรุ่นกับกาแฟ กันจนสายๆ แดดเริ่มร้อน ขบวนคาราวานมุ่งหน้าเดินทางต่อไปยัง น้ำตกตาดเยือง น้ำตกขนาดใหญ่ ที่ไหลเป็นลำธารเอื่อยๆ ก่อนจะตกลงจากหน้าผาสูงมากระทบยังแผ่นดินเบื้องล่าง ทำให้เกิดเป็นละอองไอน้ำฟุ้งกระจายไปทั่ว แต่กว่าที่เราจะได้เห็นสายน้ำที่ฟุ้งกระจายนี้ ก็ต้องเดินไต่ทางเดินไม้แคบๆ ลงมาตามไหล่เขากว่า 100 เมตรนะครับ เพราะจุดชมวิว ของน้ำตกนี้อยู่ด้านล่างของน้ำตก

เฮ้อ….เสียเหงื่อเสียแรงขากันอีกแล้วกับการเดินทางในทริปนี้ นอกจากสนุกแล้วยังได้พละกำลังกลับมาอีกไม่น้อยเลย

แต่บอกได้เลยว่า วิวน้ำตกที่มองจากด้านล่างนั้น คุ้มค่าเหนื่อยที่ไต่ลงมาจริงๆ ใครที่ไม่ยอมเสียเหงื่อ ไม่เสี่ยงกับขาต้องสั่นพั่บๆ ก็ช่วยไม่ได้ที่อดเก็บวิว สวยๆ แบบนี้ไว้ในความทรงจำในแบบที่ยากจะหาประสบการณ์ใดมาเทียบได้จริงๆ ครับ

เราใช้เวลาที่นี่ไม่นานครับ แค่ยืนชมน้ำตกพร้อมกับละอองน้ำที่ปลิวมาปะทะหน้าแบบที่ทำเอาเสื้อยืดเราเปียกได้เลย ทำให้ต้องเดินไปเดินมาคอยหลบละอองน้ำไปมา พอหายเมื่อยขา ก็ถึงเวลาต้องไต่กลับมาขับรถไปน้ำตกแห่งสุดท้ายคือ น้ำตกตาดฟาน น้ำตกที่สูงที่สุดในลาว ที่ทางทีมงานจัดให้เป็นสถานที่ทานอาหารกลางวัน อาหารมื้อสุดท้ายที่สปป.ลาวนี้

และเวลาของเราที่ประเทศลาว ก็หมดลงพร้อมกับอาหารมื้อนี้ โดยคาราวานของเรา ก็เดินทางกลับเข้าสู่ประเทศไทย ผ่านทางด่านชายแดนสปป.ลาว-ไทย ที่ช่องแม็ก จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นที่พักในคืนสุดท้ายของ กิจกรรม CR-V Reach Out ก้าวออกไป…ให้ไกลกว่าจินตนาการ

ต้องยอมรับว่า กิจกรรมนี้ นับเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ใหม่ที่ช่วยยืนยันได้ว่าความสวยงามของธรรมชาติและอารยธรรมของลุ่มแม่น้ำโขงนั้นมีมากมายเกินกว่าที่จินตนาการของเราจะสามารถอธิบายได้

เพียงแค่กล้าที่จะก้าวออกไปสัมผัสด้วยตัวคุณเอง พร้อมรถคู่ใจอย่าง ฮอนด้า CR-V ใหม่ แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว


 

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น

Share With: