fbpx
2020 Rolls-Royce Cullinan Black Badge

เปิดตัว 2020 Rolls-Royce Cullinan Black Badge ราชันย์แห่งรัตติกาลพละกำลัง 600 แรงม้า

2020 Rolls-Royce Cullinan Black Badge ได้รับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว ในฐานะยนตรกรรม Black Badge ที่ลุ่มลึกและเคร่งขรึมที่สุดเท่าที่เคยมีมา

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2016 โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส ได้เปิดตัว Black Badge คอลเลกชันยนตรกรรมสั่งผลิตพิเศษ (Bespoke) ที่สะท้อนรสนิยมของเหล่าผู้บริโภคเจเนอเรชันใหม่ ยนตรกรรมอันทรงพลังนี้ได้ตอบโจทย์กลุ่มบุคคลผู้ปฏิเสธที่จะถูกนิยามโดยคติของความหรูหราแบบเดิมๆ และยังมีส่วนสำคัญในการดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหม่ให้แก่แบรนด์
ลูกค้าสามารถมั่นใจได้กับประสิทธิภาพ ทั้งในความองอาจสง่างาม และความสามารถในการตอบโจทย์ในทุกไลฟ์สไตล์

Rolls-Royce เริ่มต้นเปิดตัวยนตรกรรม Black Badge ในรุ่น Wraith และ Ghost ช่วงปี 2016 ตามด้วย Dwan ช่วงปี 2017 และในวันนี้ทัพยนตรกรรม Black Badge ก็ได้ถูกสานต่อมายัง Cullinan รถเอสยูวีรุ่นแรกของค่ายเป็นที่เรียบร้อย พร้อมด้วยการปรับปรุงประสิทธิภาพที่เหนือยิ่งกว่า

Cullinan Black Badge ติดตั้งเครื่องยนต์ V12 ความจุ 6.75 ลิตร ทวิน เทอร์โบ ซึ่งถูกปรับปรุงให้รีดกำลังได้เพิ่มขึ้น 29 แรงม้า เท่ากับมีความแรงถึง 600 แรงม้า รวมถึงมีแรงเพิ่มแรงบิดขึ้น 50 นิวตันเมตร ทำให้รวมแรงบิดเป็น 900 นิวตันเมตร

นอกจากนี้ยังได้อิทธิพลจากการปรับแต่งระบบส่งกำลังและลิ้นเร่งแบบ Bespoke รวมถึงระบบขับเคลื่อน กล่องเกียร์ ZF 8 สปีด และเพลาทั้งหน้าหลัง ทำงานร่วมกันเพื่อปรับระดับการทำงานตามองศาของลิ้นเร่งและพวงมาลัย

ด้านหน้ารถเป็นจุดที่อัตลักษณ์แห่ง Black Badge ได้ตั้งอยู่อย่างสง่างาม คือ สัญลักษณ์สปิริต ออฟ เอ็กสตาซี ซึ่งครั้งนี้ได้ถูกรังสรรค์ขึ้นด้วยโครเมียมรมดำเคลือบผิวไฮกลอส และนับเป็นครั้งแรกที่ฐานของนางฟ้าก็ถูกแต่งด้วยวัสดุเดียวกัน ทำให้เกิดเป็น แบล็ค แบดจ์ ที่เคร่งขรึมที่สุด

การแปลงโฉมในรูปแบบนี้ ได้ถูกถ่ายทอดไปยังสัญลักษณ์อื่นๆ ของ Black Badge ไม่ว่าจะเป็นโลโก้ ‘RR’ บริเวณส่วนหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง ที่ถูกเปลี่ยนเป็นลายเส้นสีเงินบนพื้นดำ ขณะที่พื้นผิวโครเมียม เช่นกรอบกระจังหน้า กรอบหน้าต่าง มือจับเปิดประตูหลังรถ บริเวณเหนือประตูหลังรถ กรอบช่องดักอากาศด้านล่าง และท่อไอเสียถูกพ่นด้วยสีเข้ม ส่วนกระจังหน้ารถแม้จะเป็นสีดำ แต่ยังคงความเงางาม ทำให้เด่นชัดขึ้นด้วยกรอบสีดำโดยรอบ

ภาพลักษณ์ที่ดูโฉบเฉี่ยวยังถูกเสริมด้วยล้อแม็กลายใหม่ขอบ 22 นิ้วสีดำเงา และการออกแบบที่ประณีต ช่วยขับคาลิเปอร์เบรกสีแดงให้โดดเด่น ซึ่งสีแดงแบบพิเศษนี้สามารถทนความร้อนได้มากขึ้น

ห้องโดยสารมาพร้อมการผสมผสานความสะดวกสบายขั้นสูงสุด สุนทรียภาพ วัสดุที่ล้ำสมัย เข้ากับงานฝีมืออันวิจิตและบรรจง เกิดเป็นผลงานชิ้นเอกของสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ พื้นผิวจากการถักทอคาร์บอน ไฟเบอร์ ได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อสร้างลายแพทเทิร์นรูปทรงเรขาคณิต เทคนิคัล คาร์บอนแต่ละชิ้น เคลือบแลกเกอร์ 6 ชั้น ก่อนจะถูกพักไว้เป็นเวลา 72 ชั่วโมง จากนั้นจึงนำมาขัดเงาด้วยมือจ นเกิดผิวสัมผัสราวกับกระจก

สร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร ด้วยแสงเรืองรองที่ส่องลงบนเบาะหนัง เพดานที่ผลิตด้วยวัสดุหนังสีดำคุณภาพสูง และประกอบด้วยแสงสว่างจากเส้นไยไฟเบอร์ออฟติกถักทอด้วยมือจำนวน 1,344 จุด เป็นเสมือนภาพสะท้อนของท้องฟ้ายามราตรี และยังมีลูกเล่นดาวตกสีขาวจำนวน 8 ดวง ที่พุ่งผ่านเพดานหลากทิศทาง

ทีมนักออกแบบของ โรลส์-รอยซ์ ยังได้สร้างสีสันสุดโดดเด่นสำหรับวัสดุหนังขึ้นใหม่ ในชื่อสีเหลือง ฟอร์จ เยลโลว (Forge Yellow) เพิ่มเข้าไปในคอลเลกชันสั่งผลิตพิเศษของแบรนด์ และเช่นเดียวกับสีของวัสดุหนังทุกสี สีฟอร์จ เยลโลว (Forge Yellow) สามารถนำไปใช้กับที่นั่งชมวิว (Viewing Suite) หรือเสริมการออกแบบ Bespoke ของ Recreation Module ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการและไลฟ์สไตล์ของลูกค้า

บทความที่น่าสนใจ

สุดยอดนวัตกรรมจาก Google ที่สามารถตรวจจับสภาพพื้นผิวถนน ไม่พลาดทุกหลุมทุกบ่อ

iceparpanchai

2020 Honda e เผยโฉมโปรดักชั่นอย่างเป็นทางการ ทำ 0-100 กม./ชม. ภายใน 8 วินาที

Peng

ว่าที่ผู้สืบทอดตระกูล 917 ของ Porsche กับแนวคิด 917 Concept ที่มาพร้อมรูปลักษณ์ล้ำสมัย

iceparpanchai